ArticlesSocietyWritings

ครั้งหนึ่งในชีวิต ฉันเคยเป็น “ผู้พิชิต” อสุจิ

เรื่อง : ศิรประภา จารุจิตร

ภาพประกอบ : เก็จมณี ทุมมา

ทุกอย่างมันเริ่มมาจากวันนั้น วันที่อากาศร้อนอบอ้าว เสียงพัดลมในห้องเรียนดังแหง่กๆ บ่งบอกว่ามันได้ทำหน้าที่อย่างหนักหน่วงมายาวนาน

แน่นอนว่าสภาพอากาศแบบนี้ ไม่มีใครที่จะไปมีสมาธิตั้งใจเรียนหรอก หากแต่บทเรียนในคาบนั้นมันค่อนข้างที่จะกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเด็กนักเรียนผมสั้นเท่าติ่งหูวัยคอซองอยู่พอตัว มันคือเรื่องของ เพศศึกษานั่นเอง

ถึงอย่างนั้น ทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างราบเรียบตามแบบเรียนสุขศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการจัดหาให้ ไม่มีภาพวาบหวิว ไม่มีอะไรเร้าใจ มีแต่เนื้อหาระดับเซลล์ กับบอกให้ออกไปเตะบอลตอนมีอารมณ์ทางเพศเพียงเท่านั้น

หากแต่ประโยคหนึ่งที่ออกมาจากปากของคุณครู ทำให้ฉันและเพื่อนที่กำลังแต่งแก้ม เติมปากให้กับอสุจิและรังไข่บนหน้าหนังสือเรียนต้องหยุดมือ และเงยหน้าขึ้นไปฟัง

“ช่วงนี้มีข่าวผู้หญิงท้องเพราะเข้าห้องน้ำสาธารณะ เวลาจะเข้าห้องน้ำรวมต้องระวังให้ดีนะคะลูก เดี๋ยวเชื้ออสุจิมันจะกระเด็นเข้าไปที่ช่องคลอดได้”

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเพื่อนสนิทคนหนึ่งในกลุ่มของฉันก็ได้มอบหน้าที่อันทรงเกียรติให้กับฉันและสหายอีกหนึ่งคน ทำหน้าที่คล้ายกับพวกขันทีที่ต้องคอยตรวจสอบยาพิษ แต่สิ่งที่ต้องตรวจสอบนั้นหาใช่ยาพิษไม่ แต่เป็นอสุจิในห้องน้ำ…

หน้าที่อันยิ่งใหญ่ของเหล่าอัศวินป้องกันอสุจิย่อมต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง นอกจากจะต้องรับมือกับความอ่อนไหวทางด้านอารมณ์ของ “องค์หญิง” (นามสมมติ) ในแต่ละครั้งที่เข้าห้องน้ำ ก็ยังมีอีกหน้าที่หนึ่งที่ต้องปฏิบัติก็คือ “การลาดตระเวนห้องน้ำ” ให้ปลอดจากอสุจิ

คุณสมบัติอันดับแรกของห้องน้ำในฝัน คือต้องไม่ใช่ห้องน้ำรวม อันดับสอง คือต้องมีคนเข้าไปใช้ก่อน และคนเข้าก่อนต้องมีเพศสรีระเป็นเพศหญิงเท่านั้น ดังนั้น เมื่อเจอห้องน้ำที่ไม่มีเพศหญิงเข้าไปใช้ก่อนพวกฉัน เหล่าผู้พิทักษ์ก็ต้องออกปฏิบัติการใช้ห้องน้ำก่อนองค์หญิงทันที ไม่ว่าตอนนั้นผู้พิทักษ์จะปวดหรือไม่ก็ตาม

แรกๆ เหล่าอัศวินป้องกันอสุจิทั้งหลายก็พากันจำยอมทำตามบัญชาขององค์หญิงอย่างเสียมิได้ แต่นับวันชักจะหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ชนิดที่ว่าไม่กล้าเข้าห้องน้ำสาธารณะกันเลยทีเดียว จึงต้องพากันหาข้อมูลมาแย้ง เพราะเป็นห่วงสวัสดิภาพกระเพาะปัสสาวะขององค์หญิง

“การที่คนเราจะท้องได้ ตัวอสุจิจะต้องเข้าไปถึงโพรงมดลูกเลยนะ ถ้าจะเข้าไปลึกขนาดนั้นมันก็ต้องมีเพศสัมพันธ์ตอนตกไข่ไง ดังนั้นถึงจะมีคราบอสุจิอยู่ตรงฝาชักโครก ยังไงก็ท้องไม่ได้หรอก”

อย่างไรก็ตาม องค์หญิงก็งัดหลักฐานขึ้นมาสู้อีกเช่นกัน

“แล้วมันจะมีข่าวออกมาได้ยังไง อสุจิมีชีวิตอยู่นอกร่างกายได้ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ถ้าอสุจิแข็งแรงมาก และวันนั้นเป็นวันไข่ตกพอดี แปลว่ามันมีโอกาสไง”

เนื่องจากมันเป็นเพียงข่าวลือที่แชร์ต่อๆ กันมาในโลกอินเทอร์เน็ต จึงยากที่จะตรวจสอบข้อมูลได้ ประกอบกับความน่าเชื่อถือทางวิชาชีพของคุณครู และความไร้เดียงสาของเด็กที่เพิ่งผ่านพ้นวัยประถมมาหมาดๆ ทุกอย่างจึงโดนปัดตกไป

และถูกสรุปว่ามันมีโอกาสที่จะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม พอนานวันเข้าเหล่าผู้พิทักษ์ป้องกันอสุจิทั้งหลายก็เริ่มระอา และแสดงอารยะขัดขืนต่อบทบาทหน้าที่ เพราะเหลือจะทนกับความคิดเหลือจะเชื่อขององค์หญิง เช่น การไม่ยอมนั่งเก้าอี้ต่อจากผู้ชายโดยเด็ดขาด หรือเวลาที่ผู้พิทักษ์อิดออดไม่อยากปฏิบัติภารกิจใช้ห้องน้ำก่อนองค์หญิง เพราะไม่ปวด องค์หญิงก็จะบังคับให้ผู้พิทักษ์ไปเข้าห้องน้ำให้ได้ อีกทั้งยังตามไปฟังเสียง (ฉี่) ถึงหน้าห้องน้ำกันเลยทีเดียว เพื่อพิสูจน์ทราบว่าผู้พิทักษ์ใช้ห้องน้ำแล้วจริงไหม

แม้ด้านมืดของฉันจะกระซิบว่าปล่อยให้องค์หญิงอั้นฉี่จนหน้าเขียวไปเลยเหอะ แต่ในฐานะเพื่อนสนิทที่นั่งข้างๆ แล้วต้อง (ทน) มองเพื่อนตัวเองนั่งหน้าดำคร่ำเครียด ไม่พูดกับใคร เพราะต้องคอยกำหนดลมหายใจเข้าออก จะได้ไม่เกิดแรงสั่นสะเทือนไปยังกระเพาะปัสสาวะ ก็ไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไป เลยอดที่จะทำตามหน้าที่ให้มันแล้วๆ ไปอย่างเสียมิได้

จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ปีแล้วปีเล่า แม้ว่าจะงัดทุกศาสตร์มานั่งยัน นอนยัน ยืนยันว่ายังไงก็ไม่ท้อง ก็ไม่สามารถคลายความกังวลขององค์หญิงลงได้เลย เรื่องราวคำสอนของครูในวันนั้นที่ติดอยู่ในใจเพื่อนเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน มันอาจเรียกว่าพฤติกรรมทอดสมอเรือ (Anchoring Bias)

พฤติกรรมทอดสมอเรือถูกพูดถึงเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1974 โดยเเดเนียล คาห์เนมาน (Daniel Kahneman นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมชาวอเมริกัน-อิสราเอล) เเละเอมอส ทเวอร์สกี้ (Amos Tversky นักจิตวิทยาและนักคณิตศาสตร์ชาวอิสาราเอล)

พฤติกรรมทอดสมอเรือหมายถึงการปักใจเชื่อยึดติดกับข้อมูลชุดแรกเป็นหลักมากเกินไป จนเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ที่ตามมาอย่างความคิด หรือข้อมูลให้สอดคล้องไปกับความคิดแรก ทำให้มองสิ่งรอบตัวห่างไกลจากความเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นหนึ่งในประเภทของอคติทางความคิด (Cognitive Bias) สามารถนำไปสู่การรับรู้ที่บิดเบือน การแปลความ และการตัดสินใจอย่างไม่สมเหตุสมผลได้

วันแล้ววันเล่า ในที่สุดเหล่าอัศวินป้องกันอสุจิทั้งหลายก็ได้ปลดประจำการจากบทบาทที่ดำรงตำแหน่งมาเป็นระยะเวลาสามปี ไม่ใช่เพราะว่าองค์หญิงหายกลัวแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะพวกเราจบการศึกษาวัยคอซองแล้วต่างหาก

เราต่างแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของแต่ละคน เจอห้องเรียนใหม่ เพื่อนใหม่ สังคมใหม่ ทุกอย่างที่ใหม่ไปหมด ทำให้องค์หญิงค่อยๆ ถอนสมอขึ้นจากผืนน้ำ

ครูจะรู้ไหมว่าสมอที่ครูโยนลงไปมันดันฝังลึกอยู่ในก้นบึ้งของจิตใจ ทำให้เด็กคนหนึ่งต้องฝังใจ

และกว่าจะถอนมันขึ้นมาได้ เวลาก็ผ่านไปมากกว่าสามปีแล้ว           

เมื่อย้อนกลับไปมองก็อดหัวเราะไม่ได้กับความไร้เดียงสาที่คิดว่านั่งทับอสุจิแล้วจะท้อง แต่ในตอนนั้นพวกเรารู้แค่ว่าอวัยวะเพศมีอะไร รู้แค่ว่ารังไข่เป็นยังไง รู้แค่ว่าอสุจิมาจากไหน แต่ไม่รู้จริงๆ ว่าเพศสัมพันธ์มันทำกันยังไง

นอกจากจะต้องออกไปเตะบอลแล้ว พวกเราก็ไม่รู้อะไรอีกเลย


บรรณานุกรม

Chantisar K. (16 เมษายน 2565). Anchoring Bias – ความเชื่อและฝังใจในสิ่งแรกที่ได้เห็น ก็อาจกลายเป็นอคติได้. เรียกใช้เมื่อ เมษายน 2567 จาก thepractical: https://thepractical.co/anchoring-bias/

Career Assessment. (19 กรกฎาคม 2564). Anchoring Effect: ปักใจกับข้อมูลแรก จนตัดสินใจพลาด. เรียกใช้เมื่อ เมษายน 2567 จาก Career Assessment: https://www.careervisaassessment.com/th/articles/anchoring-effect

ณัฐวุฒิ เผ่าทวี. (13 สิงหาคม 2559). ทำไมความประทับใจเเรกจึงน่ากลัว. เรียกใช้เมื่อ เมษายน 2567 จาก bangchak: https://thaipublica.org/2016/08/nattavudh-46/

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
2
Love รักเลย
0
Haha ตลก
2
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:Articles

Articles

ข่าวจริงแล้วไง จะเอาอะไรอีกจ๊ะ

เรื่อง: ว่าแล้วคุณต้องอ่าน ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ ช่วงสัปดาห์ก่อน ระหว่างไถฟีดโซเชียลฯ ผมบังเอิญได้อ่านข่าวของเหตุการณ์เดียวกันสองชิ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่พาดหัวกลับฉายภาพเบื้องต้นของเหตุการณ์ต่างกัน ชิ้นแรกมีพาดหัวที่บอกว่าศาลอุทธรณ์ยังไม่ตัดสินคดีปลาหมอคางดำและคาดว่าต้องใช้เวลาพิสูจน์อีกนาน ส่วนชิ้นที่สองมีพาดหัวที่บอกว่าศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น รับฟ้องเป็นคดีแบบกลุ่ม ผมเปิดเข้าไปอ่านทั้งคู่ แล้วพบว่าข้อเท็จจริงในข่าวก็ไม่ได้ขัดกัน ทั้งสองชิ้นรายงานว่าศาลอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม ...

Articles

‘เจอร์ซีย์’ จากเสื้อกีฬา สู่แฟชั่นมหาลัย

เขียน วรนิษฐ์ ภัคคะศรีโรจน์กราฟิก กัลย์สุดา ทองดี เมื่อไม่กี่วันก่อน ขณะที่กำลังนอนไถฟีดอย่างสบายใจ กลับมีโพสต์หนึ่งเด้งขึ้นมา เป็นโพสต์การขายเสื้อที่มาพร้อมความวาบหวิวกระแทกตา (รูปผู้ชายถอดเสื้อ) มากกว่าจะโชว์คอลเล็กชันเสื้อใหม่ ด้วยความแปลกใจ เลยเลื่อนดูตั้งแต่ต้นจนจบ ก็พอจะรู้ได้ว่า อ๋อ ...

Articles

สภาวะของกรงขัง เรือนจำ และการป้องกันโลกภายนอก

เรื่อง: .JPEG ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้เดินทางไปยังศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าแห่งหนึ่ง พร้อมๆ กับได้ขบคิดประเด็นสำคัญว่า สัตว์ป่าเหล่านี้ต้องอยู่ในกรงขังไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัย เนื่องมาจากว่าสัตว์จำนวนมากได้รับการช่วยเหลือมาจากขบวนการลักลอบขนสัตว์ป่า และไม่สามารถปล่อยตัวไปสู่ป่าใดๆ ในประเทศไทยได้ จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่การไม่สามารถปล่อยตัวคืนสู่ป่าใดในประเทศไทยได้ เป็นไปเนื่องจากสัตว์ป่าเหล่านี้ ...

Articles

เมื่อคนไทยมียิ้มในคดีโกงสว.

เรื่อง: หนุ่ม คลองหลวง สมมติว่า นี่คือข้อสอบวิชา ‘ทักษะชีวิตสำหรับพลเมืองไทย’ ขอให้พลเมืองไทย ตอบคำถามต่อไปนี้ (เต็ม 229 คะแนน) ท่ามกลางความรู้สึกวิตกกังวล เครียด ชอกช้ำ อยากย้ายประเทศหนี ...

Articles

เมืองมายา: เมื่อความเท่าเทียม (ทางเพศ) อาจเป็นเพียงภาพลวงในสังคมไทย

เรื่อง: ไม้แดง  รังสิต ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ จ่ายเบี้ยประกันสังคม งบประมาณโคตรจะงง ขอให้ยกมือขึ้น อยากมีรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ยังไปไม่ถึงไหน เลยยกมือขึ้น (ไม่เอาอำนาจสว. อยากเลือก สสร.) ...

Articles

ส่องสังคมอุดมอารมณ์ เราเรียนรู้อะไรเมื่อความสูญเสียกลายเป็นวัตถุดิบของข่าว ในยุคที่อะไรก็เป็นคอนเทนต์ได้ทั้งนั้น

เรื่อง: Mother Mad Grey ในโลกดิจิทัล สิ่งที่เรียกว่าข้อมูลกลายเป็นสิ่งที่หาได้ทั่วไปในวันที่ดาต้าล้นจอ จนหาต้นไม่เจอ หาปลายไม่เห็น เมื่อเกิดเหตุการณ์ใหญ่ ข้อมูลแบบแปะๆ ไล่เรียงเหตุการณ์หลั่งไหลเข้าสู่หน้าฟีดอย่างพร่ำเพรื่อ โดยเฉพาะข้อมูลที่เล่าเรื่องการเกิดขึ้นของเหตุการณ์แบบ ใคร ทำอะไร ที่ไหน ...

0 %