ArticlesWritings

มองสังคมที่กำลังจะพัง กับความอิสระของสื่อและการสื่อสาร

เรื่อง : Mother Mad Grey

ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์

โลกทุกวันนี้เหมือนจะอยู่ยาก มีเรื่องมาให้กระทบใจตลอดเวลา ทั้งที่ทำให้โกรธ เกลียด กลัว เราถูกดึงให้เลือกข้างในโลกเสมือนและโลกจริง เหตุการณ์ใหม่เข้ามาแทนที่เหตุการณ์เก่า หลายเรื่องผ่านหน้าเราไปก่อนจะมีเวลาทำความเข้าใจ สงครามกลายเป็นภาพที่ถูกเลื่อนผ่านไปได้ง่ายบนหน้าจอ ความขัดแย้งกลายเป็นหัวข้อสนทนาระหว่างเวลากาแฟ จนบางครั้งก็ไม่แน่ใจว่าเราสนใจเรื่องนั้นจริง ๆ หรือเพียงกำลังทำตามจังหวะโลกที่บอกว่าเราต้องสนใจ

ท่ามกลางข่าววุ่นวายตลอดสัปดาห์ ทั้งเรื่องการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เหตุโจมตีสนามบินในกรุงริยาด ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน หรือความขัดแย้งต่อกรณีการเสนอร่างกฎหมายเพื่อยกเลิกกลไกเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบที่กระทบหลายหน่วยงาน ต่อเนื่องมาสู่การตรวจสอบความคุ้มค่าของการใช้เงินสาธารณะของสื่อ มีข่าวที่กระตุ้นโดปามีนได้หน่อยคือการประกาศชื่อผู้ได้รับรางวัลโนเบลประจำปี 2026 ซึ่งนับเป็น “ข่าวดี” ที่ให้ความอิ่มเอมอยู่บ้างในโลกที่กำลังดำเนินไปอย่างผุพัง

Anne Carson กวี นักเขียนและนักแปลชาวแคนาดา คือผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปีนี้
สิ่งหนึ่งที่สะดุดใจในข่าวจนอดเขียนไม่ได้ คือคำบอกเล่าของ Ingrid Carlberg เลขาธิการถาวรของ Swedish Academy ว่าขณะโทรศัพท์ไปแจ้งข่าวนี้ Anne Carson บอกกับเธอว่า “กำลังฟังเสียงลมอยู่ในไอซ์แลนด์” (Youngs, 2026)

“Ingrid Carlberg, permanent secretary of the Swedish Academy, said she had broken the news to Carson on the phone shortly before the public announcement. “She had time to tell me was that she is, for the moment, in Iceland, where she is listening to the wind,” Carlberg, said”.

น่าสนใจว่าในวันที่ชื่อของเธอกำลังเป็นข่าวไปทั่วโลก เธอกลับกำลังสนใจสิ่งที่เป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป เรื่องเล่าเล็ก ๆ นี้ไม่ได้ทำให้สงครามยุติหรือแก้ปัญหาปากท้องจากพิษเศรษฐกิจ แต่ชวนให้คิดว่า ในโลกที่ทุกอย่างแข่งขันกันอย่างเข้มข้นเพื่อแย่งชิงความสนใจของผู้คน เรายังมีพื้นที่ให้กับสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องตะโกนให้ได้ยินมากเพียงใด คำถามนี้พาไปสู่ความเชื่อมโยงของวรรณกรรมและวารสารศาสตร์ ซึ่งแม้ทำหน้าที่ต่างกัน แต่จุดยืนของทั้งสองเรื่องได้เปิดโอกาสให้เรามองเห็นโลกในมุมซับซ้อนมากไปกว่าการใช้ชีวิตที่กำลังถูกกลืนไปกับสิ่งที่คุ้นชิน และจะยิ่งดูสำคัญในวันที่เสียงดังที่สุดมีอำนาจกำหนดว่าอะไรควรเป็นเรื่องสำคัญ อะไรควรถูกมองข้าม และเราควรมีสิทธิพูดถึงอนาคตของเราแค่ไหน

 

โลกนี้ไม่จำเป็นต้องมีคำตอบเดียวที่ถูกต้อง

ความน่าสนใจของ Carson คือการที่เธอไม่ยอมติดกรอบของแบบแผนในวรรณกรรม เธอเขียนทั้งบทกวี เรียงความ บทละคร และงานแปล นำวรรณกรรมกรีกโบราณมาร้อยเรียงกับประสบการณ์ของผู้คนร่วมสมัย ผลงานของเธอได้รับการยกย่องจากการสร้างรูปแบบใหม่ให้แก่วงการวรรณกรรม ขณะเดียวกันก็ทำให้เรื่องธรรมดากลับมาน่าสงสัยและชวนตีความใหม่อีกครั้ง (อ่าน Eros the Bittersweet ที่กล่าวถึงความย้อนแย้งในประสบการณ์ความปรารถนาของมนุษย์ อ่าน Autobiography of Red: A Novel in Verse ตำนานกรีกในรูปแบบนวนิยายที่เป็นบทกวี มีตัวละครเป็นสัตว์ประหลาดในตำนาน ที่มีความรัก ความเปราะบางและความพยายามในการเข้าใจตัวเอง ฯลฯ) (The Nobel Prize, n.d.)

งานของ Carson คือการตั้งคำถามกับสิ่งธรรมดา อะไรที่ดูจะเข้าใจง่ายมักมีความขัดแย้งซ่อนอยู่ หน้าที่ของวรรณกรรมไม่จำเป็นต้องมอบคำตอบสำเร็จรูปให้ผู้อ่านเสมอไป บางครั้งถ้อยคำบางข้อความทำงานกับผู้คนอย่างแตกต่าง เปิดโอกาสให้ผู้อ่านสร้างความหมายจากตัวหนังสือต้นทางด้วยตัวเอง นำมาซึ่งสิ่งที่เรียกว่าอิสระทางความคิดที่ไม่ได้หมายถึงการคิดไปเรื่อยโดยไร้เหตุผล หากแต่หมายถึงพื้นที่กลางที่อนุญาตให้ผู้คนได้สำรวจ
ตั้งคำถามและมองเห็นความเป็นไปได้อื่น โดยไม่ต้องรีบยอมรับกับเหตุและผลที่มีคนกำหนดไว้ให้โดยไม่ต้องคิด ตรงนี้เองที่วรรณกรรมมาพบกับวารสารศาสตร์อีกครั้ง เพราะก่อนที่สังคมจะตัดสินว่าจะทำอย่างไรกับปัญหา
เราจำเป็นต้องรู้ว่าปัญหานั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ใครได้รับผลกระทบและมีเงื่อนไขอะไรอยู่เบื้องหลัง

ความอิสระของสื่อเป็นเรื่องเดียวกันกับประโยชน์สาธารณะ

หันมามองงานวารสารศาสตร์ ข่าวหนึ่งข่าวอาจบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่จะทำให้ผู้คนเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดเพื่อนำไปสู่บทสรุป อาจต้องไปไกลกว่าการพาดหัวข่าวแบบเรียกยอด ผู้อ่านจำเป็นต้องเห็นข้อมูลประวัติศาสตร์ ความทับซ้อนของเรื่องราว และความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในเหตุการณ์ความขัดแย้ง ความมีเงื่อนงำที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนในวงกว้าง การเลือกนำเสนอข่าวจึงไม่สามารถทำงานผ่านกรอบพื้นที่และเวลาเท่านั้น
แต่ต้องคิดถึงสิ่งที่สังคมควรมองเห็น ที่จะนำไปสู่การกำหนดแหล่งข่าวว่าใครจะได้พูดบ้าง ใครควรถูกพูดถึง และเสียงของใครกำลังถูกทิ้งไว้นอกเรื่องเล่าเหล่านั้น

สังคมคาดหวังงานวารสารศาสตร์ที่ทำมากกว่าการรายงานข้อมูลที่รวบรวมมาได้ แต่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ประเมินคุณค่าของข้อมูล ถามคำถาม และต่อยอดคำอธิบายให้ลึกไปกว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า แม้จะเป็นเรื่องที่ผู้มีอำนาจไม่อยากพูดถึงก็ตาม สื่อจะทำหน้าที่เช่นนี้ได้อย่างไร หากต้องคอยกังวลว่าตัวเองจะตั้งคำถามได้ไกลแค่ไหน หรือการนำเสนอข้อเท็จจริงบางอย่างจะกระทบต่อผู้ที่มีอำนาจที่สามารถกำหนดทิศทางการทำงานของตนหรือไม่

นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ความเป็นอิสระของสื่อต้องได้รับการคุ้มครอง โดยเฉพาะความเป็นอิสระจากอำนาจงบประมาณที่อาจใช้เป็นเครื่องมือกดดันหรือชี้นำการทำงานของกองบรรณาธิการ แต่ในอีกมุมหนึ่ง ความเป็นอิสระก็ไม่ได้หมายความว่าสื่อจะทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องมีการตรวจสอบ ยิ่งเป็นสื่อสาธารณะที่ได้รับการสนับสนุนจากเงินสาธารณะ ประชาชนยิ่งมีสิทธิถามว่าเงินที่ใช้ไปนั้นคุ้มค่าหรือไม่ องค์กรทำหน้าที่ได้ดีและสร้างประโยชน์ให้กับสังคมอย่างไร การเปิดเผยข้อมูลและยอมรับการตรวจสอบจึงเป็นขั้นตอนปกติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

โจทย์ใหญ่ที่ต้องทำความเข้าใจไปด้วยกันอยู่ที่การแยกให้ออกระหว่างการบริหารองค์กรและวิธีตรวจสอบการใช้งบประมาณ กับหลักประกันความอิสระของสื่อว่าจะไม่มีตัวแปรใดเข้าไปแทรกแซงหรือกำหนดว่าสื่อควรนำเสนออะไร เพราะการตรวจสอบที่ชอบธรรมต้องทำให้สื่อมีความรับผิดชอบต่อประชาชนที่มากขึ้น ในขณะที่ยังทำงานโดยยึดมั่นหลักการได้อย่างอิสระ

สำคัญกว่านั้น หลักการตรวจสอบก็ต้องใช้กับทุกฝ่ายได้ด้วย ไม่เว้นแม้แต่หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบผู้อื่น เพราะหากเราคาดหวังให้สื่อเปิดเผยและชี้แจงการทำงานของตัวเอง องค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบสื่อก็ต้องพร้อมอธิบายการใช้อำนาจของตนด้วยเช่นกัน ความเป็นอิสระของสื่อจึงไม่ใช่สิทธิพิเศษแต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิของประชาชนที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ขณะเดียวกันความโปร่งใสก็ไม่ควรเป็นข้ออ้างให้ใครเข้ามาควบคุมการทำงานของสื่อได้ตามใจชอบ สังคมต้องการทั้งสื่อที่กล้าตรวจสอบผู้มีอำนาจ และต้องการระบบที่เปิดทางให้องค์กรที่ทำงานด้วยงบประมาณสาธารณะต้องตอบทุกข้อคำถามได้หากมีข้อกังขา และต้องเป็นการตอบแบบสิ้นสงสัย

ถ้าโลกกำลังพัง สื่อต้องพูดได้ว่ามีปัญหา

วรรณกรรมทำให้เราเห็นว่าโลกไม่ได้มีคำตอบเดียว วารสารศาสตร์ช่วยให้เราเข้าถึงข้อเท็จจริงที่รอบด้าน ส่วนสื่อสาธารณะควรทำหน้าที่นำเสนอปัญหาและความแตกต่างให้ครอบคลุม โดยไม่ลืมกลุ่มคนที่ไม่ค่อยมีใครรับฟัง
ทั้งสามอย่างอาจไม่ได้ทำให้ความขัดแย้งหมดไป แต่ช่วยให้เรามองเห็นโลกในมุมที่ต่างออกไป และมีข้อมูลมากพอที่จะคิดถึงทางเลือกอื่น

เรื่องความเป็นอิสระและความรับผิดชอบของสื่อจึงไม่ใช่แค่เรื่องภายในขององค์กร แต่เกี่ยวข้องกับความสามารถของสังคมที่จะมองเห็นปัญหาและร่วมกันหาทางออก เงินสาธารณะที่สนับสนุนสื่อควรเป็นกลไกทางสังคมที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และการตรวจสอบที่เข้มแข็งก็ควรช่วยให้ทุกฝ่ายรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตน ไม่ใช่เปิดทางให้ฝ่ายหนึ่งมีอำนาจเหนืออีกฝ่ายหนึ่งหรืออีกหลายฝ่าย

ภาพ Carson นั่งฟังเสียงลมย้อนกลับมาให้เห็น ภาพนี้ไม่ได้บอกว่าเราควรคิดอย่างไรกับเรื่องราวในโลก แต่กลับชวนให้คิดถึงคุณค่าและความสำคัญของการไม่ปล่อยให้เสียงที่ดังที่สุดเป็นผู้กำหนดทุกสิ่ง เมื่อโลกส่งสัญญาณว่ากำลังเดินไปสู่ความพังพินาศ สังคมยิ่งต้องการสื่อที่เป็นอิสระมากพอจะทำให้เราเห็นว่าปัญหาอยู่ตรงไหน โปร่งใสพอที่จะอธิบายว่าตัวเองทำงานอย่างไร และมีระบบตรวจสอบที่ทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวกับสาธารณะต้องรับผิดชอบทุกการตัดสินใจที่มาจากการใช้อำนาจของตน

สิ่งที่น่ากังวลไม่ได้เกิดเพียงเพราะบางเสียงไม่มีโอกาสได้พูด แต่คือการที่เสียงบางเสียงดังเสียจนไม่รู้สึกว่าต้องฟังใคร ในขณะที่บางคนหรือบางกลุ่มกลับมีอำนาจตั้งคำถามกับทุกคน แต่ไม่เคยต้องตอบคำถามของใคร

ในวันที่อะไร ๆ ในโลกกำลังต่อคิวพังพินาศแบบไม่มีใครยอมใครเหมือนอย่างโลกทุกวันนี้ ข้อถกเถียงจึงขยับจากความคิดว่าจะทำอย่างไรให้เสียงของผู้คนดังขึ้น ไปสู่การทบทวนว่าเรายังเหลือพื้นที่กลางตรงไหนอีกบ้างที่จะทำให้เสียงเหล่านั้นถูกรับฟังอย่างทั่วถึง และจะทำอย่างไรจากจุดยืนสาธารณะที่จะไม่ให้ใครมีอำนาจมากเกินไป จนไม่จำเป็นต้องฟังเสียงของคนอื่นอีกต่อไป


อ้างอิง

 The Nobel Prize. (n.d.) Anne Carson. Retrieved October 8, 2026, from https://www.nobelprize.org/what-to-read-anne-carson/

Youngs, I. (2026, October 8). ‘Bold and inventive’ Canadian poet Anne Carson wins Nobel

Literature Prize. BBC. https://www.bbc.com/news/articles/cq4g1j54nepyo


วารสารกลับหัว ที่ซุมแซวของเหล่ากูรู (และบางคราวก็กูไม่ค่อยรู) ด้านวารสารศาสตร์ ซึ่งผลัดกันหยิบข่าว กระแส ความเชื่อ และเรื่องรอบตัว มาพลิกซ้าย พลิกขวา กลับหัวดูว่า จริงแค่ไหน และยังมีอะไรซ่อนอยู่อีกบ้าง

พบเขาและเธอว์เหล่านี้ได้ทุกวันศุกร์ เที่ยงตรง ที่ Varasarn Press ที่นี่ที่เดียว

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
0
Love รักเลย
0
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:Articles

Articles

การเหมารวมและอคติ ไม่ดีแต่ทำไมยังมี…กระทั่งในใจเรา

เขียน ธีรภัทร กมล กราฟิก กัลย์สุดา ทองดี และ ธีรภัทร กมล การเหยียด การมีอคติ การเหมารวม คำที่เห็นในอินเทอร์เน็ตอยู่บ่อยครั้งเมื่อมีการพูดถึงประเด็นความแตกต่าง ไม่ว่าจะเพศ เชื้อชาติ ...

Articles

หมดยุคดัน ‘ลูกรักค่าย’ ส่องโมเดลธุรกิจใหม่ ที่เน้นกระจายโอกาสมากกว่าผูกขาดความดัง 

เขียน สุตาภัทร มาลาพร กราฟิก สุตาภัทร มาลาพร ภายใต้แสงไฟสาดส่อง รอยยิ้มที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี และเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่พร้อมเพรียงบนเวที อุตสาหกรรมไอดอลไม่ว่าจะเป็นฝั่ง K-Pop ที่ทรงอิทธิพลระดับโลก หรือ T-Pop ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ...

Articles

ข่าวจริงแล้วไง จะเอาอะไรอีกจ๊ะ

เรื่อง: ว่าแล้วคุณต้องอ่าน ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ ช่วงสัปดาห์ก่อน ระหว่างไถฟีดโซเชียลฯ ผมบังเอิญได้อ่านข่าวของเหตุการณ์เดียวกันสองชิ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่พาดหัวกลับฉายภาพเบื้องต้นของเหตุการณ์ต่างกัน ชิ้นแรกมีพาดหัวที่บอกว่าศาลอุทธรณ์ยังไม่ตัดสินคดีปลาหมอคางดำและคาดว่าต้องใช้เวลาพิสูจน์อีกนาน ส่วนชิ้นที่สองมีพาดหัวที่บอกว่าศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น รับฟ้องเป็นคดีแบบกลุ่ม ผมเปิดเข้าไปอ่านทั้งคู่ แล้วพบว่าข้อเท็จจริงในข่าวก็ไม่ได้ขัดกัน ทั้งสองชิ้นรายงานว่าศาลอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม ...

Articles

‘เจอร์ซีย์’ จากเสื้อกีฬา สู่แฟชั่นมหาลัย

เขียน วรนิษฐ์ ภัคคะศรีโรจน์กราฟิก กัลย์สุดา ทองดี เมื่อไม่กี่วันก่อน ขณะที่กำลังนอนไถฟีดอย่างสบายใจ กลับมีโพสต์หนึ่งเด้งขึ้นมา เป็นโพสต์การขายเสื้อที่มาพร้อมความวาบหวิวกระแทกตา (รูปผู้ชายถอดเสื้อ) มากกว่าจะโชว์คอลเล็กชันเสื้อใหม่ ด้วยความแปลกใจ เลยเลื่อนดูตั้งแต่ต้นจนจบ ก็พอจะรู้ได้ว่า อ๋อ ...

Articles

สภาวะของกรงขัง เรือนจำ และการป้องกันโลกภายนอก

เรื่อง: .JPEG ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้เดินทางไปยังศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าแห่งหนึ่ง พร้อมๆ กับได้ขบคิดประเด็นสำคัญว่า สัตว์ป่าเหล่านี้ต้องอยู่ในกรงขังไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัย เนื่องมาจากว่าสัตว์จำนวนมากได้รับการช่วยเหลือมาจากขบวนการลักลอบขนสัตว์ป่า และไม่สามารถปล่อยตัวไปสู่ป่าใดๆ ในประเทศไทยได้ จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่การไม่สามารถปล่อยตัวคืนสู่ป่าใดในประเทศไทยได้ เป็นไปเนื่องจากสัตว์ป่าเหล่านี้ ...

Articles

เมื่อคนไทยมียิ้มในคดีโกงสว.

เรื่อง: หนุ่ม คลองหลวง สมมติว่า นี่คือข้อสอบวิชา ‘ทักษะชีวิตสำหรับพลเมืองไทย’ ขอให้พลเมืองไทย ตอบคำถามต่อไปนี้ (เต็ม 229 คะแนน) ท่ามกลางความรู้สึกวิตกกังวล เครียด ชอกช้ำ อยากย้ายประเทศหนี ...

0 %