ArticlesSocietyWritings

พัฒนาการจริยธรรมสื่อ : ศึกษาเปรียบเทียบการนำเสนอข่าวกราดยิงโคราช ปี 2563 – หนองบัวลำภู ปี 2565

เรื่อง : ปิยะพร สาวิสิทธิ์ พรวิภา หิรัญพฤกษ์ และ สิทธิเดช สายพัทลุง

ภาพประกอบ : เก็จมณี ทุมมา

“ยอดตายยังไม่นิ่ง “XXXคลั่ง” เปิดฉากกราดยิงไม่เลือกหน้า เด็กก็ไม่เว้น”

“เผาแล้วสองศพสุดท้าย เหยื่อกราดยิง น้องXXXกับพ่อ แม่ร่ำไห้ใจจะขาด”

หากว่าใครได้ดูข่าว คงจะเคยเห็นพาดหัวข่าวทำนองนี้อยู่บ่อยครั้ง ที่แม้จะไม่ได้ตั้งใจเข้าไปดู แต่ถ้าเลื่อนฟีดอยู่เสมอก็คงได้เห็นผ่านตา

 คำถามคือ การนำเสนอแบบนี้กำลังละเมิดสิทธิ์แหล่งข่าวอยู่หรือไม่

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 32 ระบุไว้ว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัว

“การกระทำอันเป็นการละเมิดหรือกระทบต่อสิทธิของบุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประโยชน์ไม่ว่าในทางใดๆ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ”

นั่นหมายความว่าทั้งความเป็นอยู่และข้อมูลนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวที่หากไม่ใช่เจ้าตัว ใครก็ไม่สามารถนำไปเปิดเผยหรือป่าวประกาศได้ มิเช่นนั้นอาจถูกเรียกได้ว่าเป็นการ “ละเมิดสิทธิ” ของผู้อื่น

การละเมิดสิทธิไม่ได้มีผลแค่ทางกฎหมาย ทว่าสามารถส่งผลกระทบต่อผู้ถูกละเมิดทั้งในการใช้ชีวิต หรือสภาพจิตใจ การศึกษาของ รุจน์ โกมลบุตร  (2560) พบว่าแหล่งข่าวที่ถูกสื่อมวลชนละเมิดสิทธิ์ ได้รับผลกระทบอย่างน้อย 5 ด้านด้วยกัน ได้แก่ สูญเสียความเป็นส่วนตัว ผลกระทบด้านจิตใจ ผลกระทบด้านการดำเนินชีวิตประจำวัน ผลกระทบด้านชื่อเสียง หน้าที่การงาน การสู้คดี และผลกระทบถึงขึ้นสูญเสียชีวิตได้ด้วย

เพื่อป้องกันผลกระทบจากถูกสื่อละเมิดสิทธิ์ สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติจึงได้มีการกำหนดข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชนเอาไว้ เช่น ข้อ 17 ความว่า“สื่อมวลชนพึงละเว้นการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เว้นแต่กรณีเพื่อประโยชน์สาธารณะ”

อย่างไรก็ตามแม้จะมีข้อบังคับจริยธรรมฯ เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจนจากสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ก็ยังไม่วายพบสื่อละเมิดสิทธิ์ของแหล่งข่าวอยู่ไม่น้อย

ในบทความนี้ ทีมผู้วิจัยต้องการนำเสนอผลการศึกษาเปรียบเทียบการละเมิดสิทธิ์ของสื่อต่อแหล่งข่าวในการนำเสนอข่าวกราดยิงในสองเหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ กราดยิงที่โคราช เมื่อปี 2563 และกราดยิงที่หนองบัวลำภู เมื่อปี 2565

เหตุการณ์กราดยิงโคราช เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 มีทหารรายหนึ่งก่อเหตุกราดยิง ไล่ตั้งแต่ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ไปจนถึงห้างเทอร์มินอล 21 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 30 ราย ส่วนเหตุการณ์กราดยิงที่หนองบัวลำภู เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2565 มีผู้ก่อเหตุเป็นอดีตตำรวจรายหนึ่งเข้าไปก่อเหตุสังหารหมู่ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 36 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กเล็ก 24 ราย

ด้วยความสะเทือนขวัญของทั้งสองเหตุการณ์ จึงทำให้คนในสังคมสนใจอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะต่อกระบวนการรายงานข่าว ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญกันมากว่าสื่อได้ละเมิดสิทธิ์ของผู้ที่ตกเป็นข่าว ไม่ว่าจะด้วยการบอกชื่อของเหยื่อ บอกชื่อของพยาน การให้รายละเอียดเหตุการณ์มากเกินไป หรือแม้กระทั่งการใช้ถ้อยคำตัดสิน ไปจนถึงการใส่อคติในการนำเสนอข่าว

ทั้งนี้ทีมผู้วิจัยมีหลักคิดว่า ปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิ์ของสื่อต่อผู้ที่ตกเป็นข่าว เป็นเรื่องที่สื่อสามารถพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขตัวเองได้ และทั้งสองเหตุการณ์นี้มีระยะเวลาห่างกันถึงสองปี ทีมผู้วิจัยจึงต้องการศึกษาว่าจากเหตุการณ์กราดยิงที่โคราช พ.ศ.2563 สู่หนองบัวลำภู พ.ศ.2565 สื่อจะมีพัฒนาการในการรายงานข่าวกราดยิงอย่างไรบ้าง จึงได้ทำงานวิจัยในหัวข้อ “พัฒนาการการรายงานข่าวอาชญากรรมในส่วนการละเมิดสิทธิ์ของสำนักข่าวไทยรัฐ เปรียบเทียบระหว่างเหตุการณ์กราดยิงโคราชและกราดยิงหนองบัวลำภู” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา วส.211 การสื่อข่าว คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

งานวิจัยนี้เลือกศึกษาสำนักข่าวไทยรัฐ เพราะเป็นสำนักข่าวที่มีอิทธิพลต่อสังคมและมีผู้ติดตามบนโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีการจัดหมวดหมู่ข่าวอาชญากรรมไว้ในหน้าหลักของเว็บไซต์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสำนักข่าวไทยรัฐให้ความสำคัญกับข่าวอาชญากรรมเป็นอย่างมาก

ทีมวิจัยใช้วิธีการรวบรวมตัวอย่างที่เป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับทั้งสองเหตุการณ์จากหน้าเว็บไซต์ ด้วยการค้นหาด้วยคำว่า “กราดยิงโคราช 63” และ “กราดยิงหนองบัวลำภู 65” ในระยะเวลา 14 วันแรกของเหตุการณ์ เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีความเข้มข้นในการนำเสนอข่าวดังกล่าว จากนั้นได้วิเคราะห์เนื้อหาว่ามีการละเมิดสิทธิ์แหล่งข่าวในประเภทใดบ้าง จำนวนข่าวที่ละเมิด (ชิ้น) และจำนวนการละเมิด (ครั้ง) มีปริมาณเท่าไร

ทีมวิจัยได้แบ่งประเภทการละเมิดสิทธิ์เป็น 6 ประเภท ดังนี้

  1. การบอกชื่อ เช่น “จากการชันสูตรพบว่าผู้เสียชีวิตชื่อนาย XXX บุตรของนาง XXX”
  2. การบอกที่อยู่ เช่น “นาย XXX ผู้เสียชีวิต อาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ XXX”
  3. การอธิบายรายละเอียดของเหตุการณ์เกินควร เช่น “จากเหตุการณ์จ่าคลั่งไล่ทำร้ายคนบริสุทธิ์ด้วยการไล่ยิงและได้ขับรถหนีจนไปพบกับเด็กนักเรียนและได้ทำการยิงไปที่ศีรษะจนทำให้เด็กนักเรียนเสียชีวิตคารถจักรยานยนต์”
  4. การนำเสนอด้วยอคติของผู้รายงานข่าว เช่น “แม่ผู้เสียชีวิตมีอาการเศร้าเสียใจร้องไห้ฟูมฟายกอดศพลูกชายตนเองจนคล้ายจะขาดใจตาย”
  5. การใช้คำที่เป็นการตัดสิน เช่น โรคจิต ตำรวจคลั่ง ฮีโร่ห้องเย็น
  6. การบอกชื่อของพยาน เช่น “นาย XXX กล่าวว่า เพื่อนของเราเป็นคนดี ไม่คิดว่าจะมาทำแบบนี้”

ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าจากเหตุการณ์กราดยิงโคราชและหนองบัวลำภู มีจำนวนการรายงานข่าวที่ละเมิดสิทธิ์ของผู้ที่ตกเป็นข่าวลดลง ดูตารางที่ 1

ตารางที่ 1 ตารางเปรียบเทียบจำนวนข่าวที่มีการละเมิดสิทธิ์ของผู้ที่ตกเป็นข่าว

จากตารางที่ 1 พบว่าเหตุการณ์กราดยิงโคราช พ.ศ. 2563 มีข่าวทั้งหมด 242 ชิ้น ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่มีการละเมิดสิทธิ์ 138 ชิ้น คิดเป็นร้อยละ 57.02 และข่าวที่ไม่มีการละเมิดสิทธิ์ 104 ชิ้น คิดเป็นร้อยละ 42.98 ส่วนในอีก 2 ปีต่อมา เหตุการณ์กราดยิงหนองบัวลำภู พ.ศ. 2565 มีจำนวนข่าวทั้งหมด 226 ชิ้น ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่มีการละเมิดสิทธิ์ 95 ชิ้น คิดเป็นร้อยละ 42.04 และข่าวที่ไม่มีการละเมิดสิทธิ์ 131 ชิ้น คิดเป็นร้อยละ 57.96 แสดงว่าไทยรัฐมีการละเมิดสิทธิ์ของแหล่งในการรายงานข่าวลดลง

ตารางที่ 2 ตารางเปรียบเทียบประเภทของการละเมิดสิทธิ์ของแหล่งข่าว

นอกจากจำนวนข่าวที่มีการละเมิดสิทธิ์ของผู้ตกเป็นข่าวจะลดน้อยลงแล้ว จากตารางที่ 2 พบว่าการรายงานข่าวของเหตุการณ์กราดยิงหนองบัวลำภู มีจำนวนการละเมิดสิทธิ์ในประเภทต่างๆ ลดลงจากการรายงานข่าวกราดยิงโคราชในเกือบทุกประเภท เว้นแต่เรื่องของ “การใช้อคติ” ในการนำเสนอข่าวที่มีการละเมิดสิทธิ์มากขึ้นร้อยละ 14.12 กล่าวคือจากเดิมร้อยละ 18.18 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 32.30 และเรื่อง “การละเมิดชื่อของพยาน” ที่มีการละเมิดสิทธ์มากขึ้นร้อยละ 2.21 กล่าวคือจากเดิมร้อยละ 0.00 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 2.21

สำหรับตัวอย่างการละเมิดสิทธิ์แหล่งข่าวจากทั้ง 2 เหตุการณ์ มีดังนี้

การละเมิดชื่อและที่อยู่ : การเปิดเผยชื่อและที่อยู่ของผู้ที่ตกเป็นข่าว

กรณีกราดยิงโคราช

ที่มา : ข่าวเมีย ผจก.คาร์แคร์ เหยื่อกราดยิงโคราช ช็อกเสียเสาหลัก เผยมีลางร้ายมาก่อน https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/1767801

การให้รายละเอียดเกินควร : การให้ข้อมูลของเหตุการณ์โดยละเอียด

กรณีกราดยิงหนองบัวลำภู

ที่มา : เพื่อนบ้านเห็น ตร.คลั่ง ไล่ฆ่าชาวบ้าน เผยเด็กที่ตายเป็นหลานไม่ใช่ลูกแท้ๆ https://www.thairath.co.th/news/crime/2520773

การใช้อคติ  : การใช้ถ้อยคำที่มีการเร้าอารมณ์ผู้อ่าน

กรณีกราดยิงหนองบัวลำภู

ที่มา : ส่งทหารรบพิเศษหมวกแดงลงพื้นที่โคราช คลี่คลายสถานการณ์ “จ่าคลั่ง” https://www.thairath.co.th/news/local/2522720

การใช้ถ้อยคำตัดสิน : การใช้ถ้อยคำตัดสินบุคคล

กรณีกราดยิงโคราช

ที่มา : ส่งทหารรบพิเศษหมวกแดงลงพื้นที่โคราช คลี่คลายสถานการณ์ “จ่าคลั่ง” https://www.thairath.co.th/news/crime/1767026

การเปิดเผยชื่อของพยาน

กรณีกราดยิงหนองบัวลำภู

ที่มา : แทบขาดใจ กอดผ้าห่ม-ขวดนมแทนลูกน้อย แยกสวด 3 วัด ผลผ่า ตร.คลั่ง ไร้สารเสพติด (คลิป) https://www.thairath.co.th/news/society/2521231

จากผลการศึกษา ทีมผู้วิจัยมีข้อสรุป ดังนี้

  1. สำนักข่าวไทยรัฐดูเหมือนจะมีความตระหนักถึงสิทธิ์ของผู้ที่ตกเป็นข่าวมากขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของนักข่าวในช่วงกราดยิงโคราชกันสูงมาก จนสื่อต้องนำข้อวิพากาษ์วิจารณ์มาพิจารณาปรับปรุงตัวเอง การศึกษาของกมลวรรณ โกวิทวงศา และ ชนัญสรา อรนพ ณ อยุธยา (2562) กรณีการรายงานข่าวช่วยเหลือผู้ประสบภัยในถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย พบว่า ความคิดเห็นของประชาชนสะท้อนให้สื่อมวลชนจัดรูปแบบการนำเสนอให้ตรงกับความต้องการของสังคมให้มากขึ้น
  2. การรายงานข่าวแบบใส่อคติที่เพิ่มสูงขึ้นในกรณีหนองบัวลำภู อาจเป็นเพราะว่าในเหตุการณ์กราดยิงดังกล่าว มีผู้เสียหายที่เป็นเด็กเล็กซึ่งเป็นกลุ่มที่มีเปราะบางสูง จากงานวิจัยเรื่อง Our image of child ของ Margaret Anne Carter ในปี 2013 ชี้ว่าผู้ใหญ่มักจากมีภาพจำต่อเด็กในมุมมองเชิงบวก เช่น ความสนุกสนาน ความไร้เดียงสา ความเป็นฝ่ายดี (Protagonist) จึงอาจเป็นส่วนที่ทำให้เกิดอารมณ์ร่วมเมื่อเด็กถูกกระทำ จนผู้สื่อข่าวอาจจะใส่อคติไปในการรายงานข่าวด้วยนั่นเอง

จากผลการวิจัยในครั้งนี้ แม้สื่อจะรายงานข่าวในลักษณะที่มีการละเมิดสิทธิ์ของแหล่งข่าว แต่โดยภาพรวมก็พบการละเมิดสิทธิที่ลดน้อยลง จึงอาจกล่าวได้ว่า การทำหน้าที่รายงานข่าวของสื่อสามารถพัฒนาและปรับปรุงตัวเองได้เสมอ

หากประชาชนผู้รับสารตื่นตัว


บรรณานุกรม

Margaret Anne Carter. (2013). Our Image of the Child. Social an Behaveral Science. 93. 1704-1709.

กมลวรรณ โกวิทวงศา และ ชนัญสรา อรนพ ณ อยุธยา. (2562). แนวทางรายงานข่าวในสถานการณ์วิกฤต       กรณีศึกษาปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในถ้ำหลวง. คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.

รุจน์ โกมลบุตร. (2560). ผลกระทบของแหล่งข่าวที่ถูกสื่อมวลชนละเมิดสิทธิ์. คณะวารสารศาสตร์และ         สื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ. (24 พฤษภาคม 2559). แนวปฏิบัติการได้มาและการนำเสนอข่าวและภาพข่าวของ       สื่อมวลชน โดยไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ตกเป็นข่าว. เข้าถึงได้จาก https://www.presscouncil.or.th/regulation/3299

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ. (8 มิถุนายน 2564). ข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน สภาการ          สื่อมวลชนแห่งชาติ พ.ศ. 2564. สืบค้นจาก https://www.presscouncil.or.th/rule/6126

ยอดตายยังไม่นิ่ง “จ่าคลั่ง” เปิดฉากกราดยิงไม่เลือกหน้า เด็กก็ไม่เว้น. (8 กุมภาพันธ์ 2563). ไทยรัฐออนไลน์.   สืบค้นจาก https://www.thairath.co.th/news/crime/1767008

เผาแล้วสองศพสุดท้าย เหยื่อกราดยิง น้องออสก้ากับพ่อ แม่ร่ำไห้ใจจะขาด. (13 ตุลาคม 2565). ไทยรัฐออนไลน์. สืบค้นจาก https://www.thairath.co.th/news/crime/2526301

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
1
Love รักเลย
0
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:Articles

Articles

การประกันคุณภาพการศึกษา: ดาบสองคมวงการศึกษาไทย?

เรื่อง: Sophia ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ “เอกสารประกันคุณภาพหลักสูตรเสร็จกันหรือยัง?” “ยังไม่เสร็จเลย เหลืออีกนิดหน่อย” “เราต้องรีบกันแล้วนะ อาทิตย์หน้า คณะกรรมการจะมาตรวจแล้ว” บทสนทนาข้างต้นนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนในแวดวงการศึกษาทุกระดับทั่วประเทศน่าจะคุ้นชินกัน เราต่างคุ้นเคยกันดีกับคำว่า “ตัวบ่งชี้” และ ...

Articles

การเหมารวมและอคติ ไม่ดีแต่ทำไมยังมี…กระทั่งในใจเรา

เขียน ธีรภัทร กมล กราฟิก กัลย์สุดา ทองดี และ ธีรภัทร กมล การเหยียด การมีอคติ การเหมารวม คำที่เห็นในอินเทอร์เน็ตอยู่บ่อยครั้งเมื่อมีการพูดถึงประเด็นความแตกต่าง ไม่ว่าจะเพศ เชื้อชาติ ...

Articles

หมดยุคดัน ‘ลูกรักค่าย’ ส่องโมเดลธุรกิจใหม่ ที่เน้นกระจายโอกาสมากกว่าผูกขาดความดัง 

เขียน สุตาภัทร มาลาพร กราฟิก สุตาภัทร มาลาพร ภายใต้แสงไฟสาดส่อง รอยยิ้มที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี และเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่พร้อมเพรียงบนเวที อุตสาหกรรมไอดอลไม่ว่าจะเป็นฝั่ง K-Pop ที่ทรงอิทธิพลระดับโลก หรือ T-Pop ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ...

Articles

ข่าวจริงแล้วไง จะเอาอะไรอีกจ๊ะ

เรื่อง: ว่าแล้วคุณต้องอ่าน ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ ช่วงสัปดาห์ก่อน ระหว่างไถฟีดโซเชียลฯ ผมบังเอิญได้อ่านข่าวของเหตุการณ์เดียวกันสองชิ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่พาดหัวกลับฉายภาพเบื้องต้นของเหตุการณ์ต่างกัน ชิ้นแรกมีพาดหัวที่บอกว่าศาลอุทธรณ์ยังไม่ตัดสินคดีปลาหมอคางดำและคาดว่าต้องใช้เวลาพิสูจน์อีกนาน ส่วนชิ้นที่สองมีพาดหัวที่บอกว่าศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น รับฟ้องเป็นคดีแบบกลุ่ม ผมเปิดเข้าไปอ่านทั้งคู่ แล้วพบว่าข้อเท็จจริงในข่าวก็ไม่ได้ขัดกัน ทั้งสองชิ้นรายงานว่าศาลอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม ...

Articles

‘เจอร์ซีย์’ จากเสื้อกีฬา สู่แฟชั่นมหาลัย

เขียน วรนิษฐ์ ภัคคะศรีโรจน์กราฟิก กัลย์สุดา ทองดี เมื่อไม่กี่วันก่อน ขณะที่กำลังนอนไถฟีดอย่างสบายใจ กลับมีโพสต์หนึ่งเด้งขึ้นมา เป็นโพสต์การขายเสื้อที่มาพร้อมความวาบหวิวกระแทกตา (รูปผู้ชายถอดเสื้อ) มากกว่าจะโชว์คอลเล็กชันเสื้อใหม่ ด้วยความแปลกใจ เลยเลื่อนดูตั้งแต่ต้นจนจบ ก็พอจะรู้ได้ว่า อ๋อ ...

Articles

สภาวะของกรงขัง เรือนจำ และการป้องกันโลกภายนอก

เรื่อง: .JPEG ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้เดินทางไปยังศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าแห่งหนึ่ง พร้อมๆ กับได้ขบคิดประเด็นสำคัญว่า สัตว์ป่าเหล่านี้ต้องอยู่ในกรงขังไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัย เนื่องมาจากว่าสัตว์จำนวนมากได้รับการช่วยเหลือมาจากขบวนการลักลอบขนสัตว์ป่า และไม่สามารถปล่อยตัวไปสู่ป่าใดๆ ในประเทศไทยได้ จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่การไม่สามารถปล่อยตัวคืนสู่ป่าใดในประเทศไทยได้ เป็นไปเนื่องจากสัตว์ป่าเหล่านี้ ...

0 %