ArticlesSociety

สื่อสาธารณะยังจำเป็นอยู่ไหม? สัมผัสด้วยตัวเองใน NEWS TOWER เกมบริหารสำนักข่าวแบบไม่อิสระ

นักเขียน รณรต วงษ์ผักเบี้ย
กราฟิก ณิชกุล หวังกลุ่มกลาง

ในระยะหลังมานี้ ไม่ว่าจะเลื่อนหน้าฟีดเฟซบุ๊กของผู้เขียนอย่างไร ก็หนีไม่พ้นข่าวที่รัฐบาลเสนอให้เปลี่ยนที่มารายได้ของไทยพีบีเอสอันเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ตอนนี้ว่าไทยพีบีเอสอาจจะโดนเปลี่ยนจากที่มีรายได้จากการเก็บ ‘ภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง (Earmarked Tax)’ จากผู้ค้าเหล้าและบุหรี่ มาเป็นรัฐโยกงบเหล่านั้นเข้าคลังกลางก่อน แล้วจึงจัดสรรปันส่วนในรูปของงบประมาณประจำปี ในตอนแรกผู้เขียนไม่ได้ติดใจแต่อย่างใด จนพอลองอ่านเพิ่มเติมก็รู้สึกว่าเรื่องนี้อาจกระทบต่ออิสระของสื่อมากกว่าที่คิด

เรื่องของเรื่องคือ การเปลี่ยนการให้งบโดยการจัดสรรรายปีจากรัฐแทนที่จะเป็นงบประมาณจัดสรรเฉพาะ ทำให้ไทยพีบีเอสอาจสูญเสียความเป็น ‘อิสระจากอำนาจรัฐ’ อันเป็นหัวใจสำคัญของสื่อสาธารณะไป

หลายคนอาจมีคำถามว่าทำไมสื่อต้องรักษาอิสระจากอำนาจรัฐและทุน? ผู้เขียนก็เคยมองความเป็นอิสระของสื่อเป็นของตาย คิดว่าเสรีภาพสื่อเป็นสิทธิโดยกำเนิดและได้มาอย่างง่ายๆ แต่เมื่อผู้เขียนได้ลองเล่นเกมบริหารสื่อเกมหนึ่งชื่อ ‘News Tower’ ซึ่งเป็นเกมที่ท้าทายกรอบจริยธรรมสื่อของผู้เล่น อีกทั้งยังชวนตั้งคำถามว่าความเป็นอิสระของสื่อนั้นสำคัญอย่างไร? และยากแค่ไหนที่จะรักษามันไว้? จนสุดท้ายมันได้บอกผู้เขียนว่า อิสระของสื่อไม่ใช่ของตาย หากแต่ได้มาด้วยการต่อรองกับเหล่าผู้มีอำนาจต่างหาก

ในเกมผู้เล่นจะต้องขยับขยายตึกเพื่อให้ผลิตข่าวได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขอบคุณภาพจาก: เกม News Tower    

‘News Tower’ เป็นเกมแนวบริหารธุรกิจที่พัฒนาโดยทีม Sparrow Night และจัดจำหน่ายโดย Twin Sails Interactive วางจำหน่ายเมื่อปี 2025 โดยเกมนี้จะให้ผู้เล่นรับบทเป็นเจ้าของกิจการสื่อหนังสือพิมพ์ในมหานครนิวยอร์กช่วงทศวรรษ1930 ท่ามกลางบรรยากาศยุคภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ และเป็นยุคที่อำนาจกลุ่มต่างๆ ครองเมือง

ผู้เล่นมีเป้าหมายที่ง่ายแสนง่ายคือ หนึ่ง ขยับขยายธุรกิจให้เป็นสื่ออันดับหนึ่งของมหานครนิวยอร์ก โดยการต่อเติมตึกสำนักงานให้ใหญ่ขึ้น ซื้อไอเทมที่ทำให้ผลิตข่าวได้ดีขึ้น และเอาชนะสื่อคู่แข่ง นอกจากตึกแล้ว ผู้เล่นจะต้องบริหารจัดการสิ่งละอันพันละน้อย ไม่ว่าจะเป็นการจ้างพนักงาน เช่น นักข่าว พนักงานโทรเลขสำหรับหาข่าว ช่างจัดหน้าหนังสือพิมพ์ ช่างเรียงพิมพ์ อีกทั้งต้องดูแลสวัสดิภาพของพนักงาน เพื่อให้กิจการดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

สอง คือ ต้องผลิตข่าวออกมาให้ทันตีพิมพ์ขายในวันอาทิตย์ทุกสัปดาห์ กระบวนการผลิตจะเริ่มจากพนักงานโทรเลขที่จะรอรับแจ้งข่าว เพื่อส่งนักข่าวไปลงพื้นที่ ซึ่งข่าวก็แบ่งออกเป็นสามระดับได้แก่ ทองแดง เงิน และทอง โดยข่าวระดับทองแดงจะเป็นข่าวพื้นฐาน เช่น การเมือง กีฬา บันเทิง อาชญากรรม สังคม ส่วนระดับเงินและทองจะเป็นข่าวที่มีความซับซ้อนขึ้น เช่น ข่าวเอ็กซ์คลูซีฟ ข่าวเจาะ หรือเรื่องฉาวโฉ่ จากนั้นเมื่อนักข่าวลงพื้นที่เสร็จสิ้นแล้ว ต้นฉบับก็จะถูกส่งต่อให้ช่างเรียงพิมพ์ ต่อด้วยช่างจัดหน้า ก่อนที่จะตีพิมพ์และวางขายในที่สุด ซึ่งการขายหนังสือพิมพ์เป็นหนึ่งในรายได้หลักที่ผู้เล่นจะนำมาใช้ขยายอาณาจักรสื่อของตนเอง

การจัดหน้าเป็นสิ่งสำคัญของหนังสือพิมพ์ แน่นอนว่าข่าวไหนที่ปรากฏอยู่บนหน้าหนึ่งหมายความว่าข่าวนั้นมีความสำคัญ และเกมนี้ตีความการให้ความสำคัญกับข่าวหน้าหนึ่งได้น่าสนใจ โดยการให้ผู้เล่นจัดหน้าหนังสือพิมพ์ก่อนตีพิมพ์ นอกจากนั้นในทุกๆ หน้าเองก็จะมีช่องโบนัส ซึ่งหากผู้เล่นนำข่าวใดไปลงในช่องนั้น ข่าวนั้นจะได้เงินรวมทั้งแต้มอิทธิพล (ซึ่งเป็นแต้มที่สำคัญเพราะใช้ในการปลดล็อคสิ่งของ) และยอดขายเพิ่มขึ้น  โดยที่ช่องโบนัสบนหน้าหนึ่งได้โบนัสสามเท่า ส่วนช่องโบนัสหน้าอื่นๆ ได้สองเท่า

การจัดเรียงหน้าหนังสือพิมพ์ก็เป็นระบบการเล่นที่ให้ผู้เล่นต้องวางแผนว่าควรจัดหน้าอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ขอบคุณภาพจาก: เกม News Tower

นอกจากช่องโบนัสแล้ว การจัดข่าวประเภทเดียวกันไว้ในหน้าเดียวกันจะทำให้ได้ยอดขายเพิ่ม ได้เงินเพิ่ม และได้แต้มอิทธิพลเพิ่มขึ้น โดยผู้เล่นต้องวางแผนให้ดีว่าจะจัดข่าวใดขึ้นก่อนหรือหลัง เพราะมันจะส่งผลต่อรายได้โดยตรง

หลังจากตีพิมพ์ผู้เล่นสามารถขยายธุรกิจไปยังเขตอื่นๆ และยังสามารถใช้แต้มอิทธิพลซื้อของเพื่อทำให้การทำข่าวมีประสิทธิภาพขึ้นได้ เช่น แท่นพิมพ์เพื่อเพิ่มจำนวนหน้าให้หนังสือพิมพ์ของเรา ทำให้ลงข่าวได้จำนวนมากขึ้น ไอเทมเพิ่มค่าทักษะให้พนักงาน หรือแม้แต่ของหรูหราที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน

แต่อย่าหลงคิดว่าแค่การพิมพ์ข่าวดีๆ และเพิ่มฐานลูกค้าจะทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้ เช่นเดียวกับในโลกความจริง สำนักข่าวก็ต้องพึ่งพิงรายได้จากโฆษณาหรือเงินทุนจากภายนอกเพื่อความอยู่รอดเช่นกัน 

ก่อนเริ่มสัปดาห์ใหม่ผู้เล่นสามารถเลือกรับภารกิจจากกลุ่มอำนาจต่างๆ ในมหานครนิวยอร์ก ซึ่งแบ่งเป็น 4 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายนายกเทศมนตรี ฝ่ายแก็งมาเฟีย ฝ่ายสังคมไฮโซ และฝ่ายกองทัพ ซึ่งภารกิจจากกลุ่มอำนาจเหล่านี้จะเป็นวิธีหลักที่ผู้เล่นจะได้แต้มอิทธิพล อีกทั้งแต่ละฝ่ายจะให้ผลประโยชน์แก่ผู้เล่นแตกต่างกันไป เช่น นายกเทศมนตรีช่วยให้นักข่าวไม่ถูกตำรวจจับ หรือมาเฟียช่วยให้จ้างพนักงานได้ถูกลง อย่างไรก็ตาม การเลือกทำงานให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจจนเลิกคบค้าสมาคม (ไม่ให้ภารกิจ) กับผู้เล่นได้เหมือนกัน

ระบบฝักฝ่ายในเกมที่จะให้ผู้เล่นเลือกรับภารกิจจากกลุ่มอำนาจในนครนิวยอร์กเพื่อรับของรางวัล ขอบคุณภาพจาก: เกม News Tower

เกมออกแบบระบบฝักฝ่ายให้ออกมาเล่นกับความเทาๆ ของวงการสื่อ เพราะการเลือกทำงานกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแปลว่าต้องทำตามที่พวกเขาต้องการ ตั้งแต่พิมพ์ข่าวปลอม ข่าวแฝงโฆษณา หรือห้ามพิมพ์บางข่าว แลกกับเงินหรือแต้มอิทธิพล เป็นการท้าทายผู้เล่นว่าจะยอมสละจรรยาบรรณสื่อเพื่อความอยู่รอดหรือไม่ และบางครั้งหากเราไม่สามารถทำตามคำขอได้ อาจมีผลตามมาตั้งแต่ฝ่ายนั้นเริ่มไม่ชอบไปจนถึงถูกฟ้องและเอาพรรคพวกมาถล่มสำนักงาน

ขณะที่ผู้เขียนเล่นเกมนี้ก็เกิดความขัดแย้งทางจริยธรรมในใจเช่นกัน หลายครั้งก็ต้องเลือกระหว่างพิมพ์ข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม พิมพ์หน้าโฆษณาซึ่งได้เงินเยอะกว่าหรือพิมพ์ข่าวปลอมเพื่อแลกกับเงินก้อนโตที่สามารถใช้ขยายตึกได้ทันที จุดนี้เองตัวเกมท้าทายการตัดสินใจของผู้เล่นอย่างเต็มที่

แน่นอนว่าในโลกความเป็นจริง การตัดสินใจเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ว่าสำนักข่าวได้เงินหรือไม่ได้เงิน เพราะมีสิ่งหนึ่งที่เกมนี้ไม่ได้แสดงให้ผู้เล่นเห็น นั่นคือผลกระทบต่อสังคมจากการที่สื่อถูกแทรกแซงโดยอำนาจรัฐหรือกลุ่มทุนจนทำให้ไม่สามารถรายงานข่าวได้อย่างอิสระ

มองกันชัดๆ อย่างกรณีที่ปลาหมอคางดำหลุด ปัญหานี้เป็นปัญหาระดับชาติที่มีคนได้รับผลกระทบจำนวนมากอย่าง เช่น ใน ต.แพรกหนามแดง จ.สมุทรสงคราม มีการประเมินว่าเกษตรกรและชาวประมงสูญเสียรายได้มูลค่ากว่า 131 ล้านบาทต่อปี ซึ่งยังไม่รวมความเสียหายที่เกิดกับระบบนิเวศ ที่ปลาระบาดไปแล้วกว่า 19 จังหวัด แต่สื่อเอกชนบางเจ้าไม่สามารถเขียนข่าวถึงบริษัทที่อาจเป็นต้นเหตุได้ตรงๆ เนื่องจากรับเงินโฆษณาจากบริษัทดังกล่าวมาเพื่อความอยู่รอด

หากรัฐใช้อำนาจโดยมิชอบ มีการทุจริตในหน่วยงานรัฐ หรือพยายามจะผลักดันนโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้คนบางกลุ่ม เช่น การทุจริตสอบราชการท้องถิ่น ปัญหาการรับมือภัยพิบัติของรัฐบาล หรือเรื่องการส่งเสริมสันติภาพตามแนวชายแดน แน่นอนว่าสื่อที่รับงบจากรัฐบาลไม่สามารถตรวจสอบการกระทำของรัฐอย่างตรงไปตรงมาได้ เนื่องจากรัฐบาลมีอำนาจตัดเพิ่มงบ ทำให้รัฐมีอำนาจสั่งการไปโดยปริยาย  

ขณะเดียวกันบางประเด็นที่ต้องใช้เวลาขุดให้ลึกลงไป สื่อเชิงพาณิชย์ก็อาจเลือกไม่ทำต่อ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ประเด็นไปต่อไม่ได้ หรือคนดูน้อย จึงอาจถูกมองว่าไม่คุ้มค่ากับทรัพยากรที่ลงทุนไป ซึ่งสื่อสาธารณะที่ไม่ต้องห่วงเรื่องผลกำไรอาจสามารถตรวจสอบรัฐได้อย่างเต็มที่มากกว่า

หากเป็นในเกม การเลือกทำตามผู้มีอำนาจของผู้เล่นผลกระทบอย่างมากสุดก็แค่ได้หรือไม่ได้รางวัล แต่ในโลกความเป็นจริงเราไม่ควรมองสื่อว่าเป็นแค่เรื่องของกำไร-ขาดทุน เพราะคำว่า ‘สื่อสารมวลชน’ มาพร้อมกับพันธกิจว่าต้องทำเพื่อสังคม ส่งเสียงให้ผู้ที่ส่งเสียงไม่ได้ หรือตรวจสอบอำนาจรัฐ และความไม่เป็นธรรมในสังคมด้วย

เช่นนี้นี่ก็คงเป็นคำตอบของคำถามที่ว่าสื่อสาธารณะยังจำเป็นอยู่ไหม เพราะจะมีใครที่สามารถเข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องการรายงานข่าวและตรวจสอบอำนาจรัฐ อำนาจทุน ได้อย่างอิสระ โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องความอยู่รอดและการแข่งขันในตลาดแบบสื่อธุรกิจธรรมดาทั่วไป ซึ่งการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐของไทยพีบีเอสอาจทำให้รัฐบาลไม่พอใจ จนเป็นเหตุให้เสนอแก้กฎหมายเพื่อให้ไทยพีบีเอสอยู่ใต้การควบคุมของรัฐ

แต่หากรัฐบาลผลักดันร่างแก้ พ.ร.บ. ไทยพีบีเอส จนผ่านได้ อาจส่งผลให้ความอิสระในการรายงานข่าวลดลง หากไทยพีบีเอสต้องพึ่งการจัดสรรงบประจำปีจากรัฐบาล แปลว่าอิสระทางการเงินหายไป ทำให้อิสระในการนำเสนอก็อาจหายไปด้วย พูดง่ายๆ ว่า หากวันหนึ่งไทยพีบีเอสรายงานข่าวโจมตีนโยบายรัฐ แล้วรัฐบาลรู้สึกไม่ชอบใจ ในปีงบฯ ต่อไปจึงจัดสรรงบให้น้อยลงก็เป็นไปได้ พองบน้อยลงแล้ว กำลังก็น้อยลงตาม ค่าจ้าง ค่าเดินทาง ค่าผลิตชิ้นงานลดลง เป็นการกดดันว่าถ้าไม่ทำตามที่รัฐบาลบอกก็จะไม่สามารถทำหน้าที่สื่อต่อได้

แม้โฆษกรัฐบาลจะออกมาตอบปัดว่า การแก้กฎหมายไทยพีบีเอสไม่ได้ต้องการจะฮุบสื่อให้อยู่ภายใต้อำนาจรัฐ แต่ต้องการตรวจสอบการใช้งบประมาณของไทยพีบีเอสในแต่ละปีเพื่อความโปร่งใส ไม่ว่าอย่างไรผู้เขียนก็เห็นว่า การแก้ปัญหาด้วยการให้จัดสรรงบจากส่วนกลางเพื่อกันทุจริต เป็นการแก้ปัญหาที่ ‘ผิดจุด’

เพราะใน พ.ร.บ. ไทยพีบีเอส ก็มีการระบุให้องค์การต้องส่งรายงานประจำปีให้แก่รัฐสภาและเผยแพร่ต่อสาธารณชนเป็นประจำทุกปี และระบุว่าประชาชนสามารถสะท้อนความเห็น ร้องเรียนเกี่ยวกับจรรยาบรรณและการทำงานได้ ส่วนการตรวจสอบจากภายนอก ก็มีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบการใช้งบและจัดซื้อจัดจ้างอยู่แล้ว ดังนั้นหากสงสัยว่ามีการทุจริตก็สามารถใช้กระบวนการเหล่านี้ตรวจสอบได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีการจัดสรรงบประมาณเลย

อีกทั้งก็มีตัวอย่างให้เห็นมากมายแล้วว่า การของบผ่านรัฐสภาไม่ได้ป้องกันการทุจริตได้เสมอไป ทั้งกรณีฮั้วประมูลและลดสเปกก่อสร้างตึกสตง. ถล่ม หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็พบการทุจริตกันไม่น้อย เช่น การสร้างเสาไฟกินรีของ อบต.ราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ หรือเคสที่มีอาคารร้างของหน่วยงานราชการที่โผล่ขึ้นทั่วไทย ดังนั้นการแก้ปัญหาโดยการเปลี่ยนที่มารายได้เพื่อความโปร่งใสนั้นจึงฟังไม่ขึ้นเลย

อย่างไรก็ดี แม้ผู้เขียนจะสาธยายถึงความจำเป็นของไทยพีบีเอสมามาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าองค์กรเองก็มีข้อที่ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้เช่นกัน อย่างเสียงวิจารณ์ในโลกออนไลน์เกี่ยวกับความโปร่งใสในการทำงานของไทยพีบีเอส เช่น ธีรัตถ์ รัตนเสวี อดีตผอ. ช่อง Voice TV ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งแง่ถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทำรายการที่มีการจัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจงย้อนหลัง หลังจากรายการออกอากาศไปแล้ว นอกจากนี้หากลองดูในประกาศการจัดซื้อจัดจ้างขององค์การ หลายโครงการมีการจัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งหลายฝ่ายตั้งคำถามว่าจำเป็นต้องเจาะจงหรือ ทำไมไม่เปิดประมูลตามปกติ

จนกลายมาเป็นโจทย์ใหญ่ของไทยพีบีเอสคือ องค์การจะทำอย่างไรให้ประชาชนยังเชื่อมั่นว่าสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่นั้นคุ้มค่ากับงบประมาณที่เสียไป และพวกเขาจะทำอย่างไรให้รักษาพันธกิจของความเป็นสื่อสาธารณะ ที่ต้องทำเพื่อสาธารณประโยชน์โดยปราศจากการแทรกแซงของอำนาจรัฐ ต่อไปได้

การที่มีคนออกมาวิจารณ์ตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่าและความโปร่งใสขององค์การที่ใช้เงินภาษีก็เป็นเรื่องที่สมควรทำได้ เพราะคำวิจารณ์เหล่านี้เป็นเหมือนเครื่องเตือนใจว่า แม้ไทยพีบีเอสจะอยู่เหนืออำนาจรัฐและทุน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะอยู่เหนือเสียงวิจารณ์ของประชาชนผู้เป็นเจ้าของเงินภาษี แต่หากจะให้ดีก็คงต้องระวังไม่ให้ปะปนกันระหว่างเรื่องการใช้ภาษีอย่างไม่คุ้มค่า กับเรื่องคุณค่าของสื่อสาธารณะ เพราะสองเรื่องนี้เป็นคนละเรื่องกันอย่างสิ้นเชิง

สุดท้ายแล้ว สื่อสาธารณะก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นในสังคมประชาธิปไตย เพราะถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่ควรจะได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างเท่าเทียม ในยุคที่สื่อต่างๆ ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ทั้งจากการต้องทำงานตามอัลกอริทึมก็ดี หรือต้องเอาตัวรอดด้วยการพึ่งพานายทุนก็ดี สื่อที่เป็นตัวแทนจาก ‘เสียงของประชาชน’ จึงสำคัญมาก ไม่เช่นนั้นประชาชนอย่างเราๆ คงได้ดูแต่ข่าวโฆษณาชวนเชื่อจากนักการเมืองหรือนายทุน ไม่ต่างกับนครนิวยอร์กในทศวรรษ 1930


อ้างอิง

 ข่าวสด. (7 กันยายน 2569). จำคุก 5 ปี อดีตนายกฯ อบต.ราชาเทวะ กับพวกรวม 2 คน จัดซื้อเสาไฟกินรี. เรียกใช้เมื่อ ตุลาคม 2569 จาก ข่าวสด online: https://www.khaosod.co.th/crime/news_10314089

นวพร เรืองศรี. (18 กันยายน 2569). วิกฤต “ปลาหมอคางดำ” ภัยคุกคามแห่งใหม่ จากอ่าวไทยสู่เขื่อนลำปาว. เรียกใช้เมื่อ ตุลาคม 2569 จาก Thai PBS: https://www.thaipbs.or.th/now/content/564867

พระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551. (14 มกราคม 2551). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 125 ตอนที่ 8 ก หน้า 1-25.

สำนักข่าวอิสรา. (2568 กรกฎาคม 19). เปิดข้อมูล 10 อาคารทิ้งร้างทั่วไทย ภาค ปชช.แฉ – ละลายงบกว่าพันล้าน. เรียกใช้เมื่อ ตุลาคม 2569 จาก สำนักข่าวอิสรา: https://isranews.org/article/south-slide/139807-abandonedbuilding.html

Teerat Ratanasevi. (2026, October 11). ขอความรู้ครับ มีคนส่งข้อความหลังไมค์ตั้งข้อสังเกตมาให้ผมว่าระเบียบการจัดซื้อของภาครัฐ. [Image attached]. https://web.facebook.com/share/p/14tjEVpytiL/

Thai PBS. (2 สิงหาคม 2567). “ปลาหมอคางดำ” สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ตำบลเดียว 131 ล้าน/ปี. เรียกใช้เมื่อ ตุลาคม 2569 จาก Thai PBS: https://www.thaipbs.or.th/news/content/342647

Thai PBS. (5 ตุลาคม 2569). โฆษกรัฐบาล แจงปม สส.เสนอแก้กฏหมาย ปัดหวังฮุบไทยพีบีเอส. เรียกใช้เมื่อ ตุลาคม 2569 จาก Thai PBS: https://www.thaipbs.or.th/news/content/559171

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
0
Love รักเลย
0
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:Articles

Articles

การเหมารวมและอคติ ไม่ดีแต่ทำไมยังมี…กระทั่งในใจเรา

เขียน ธีรภัทร กมล กราฟิก กัลย์สุดา ทองดี และ ธีรภัทร กมล การเหยียด การมีอคติ การเหมารวม คำที่เห็นในอินเทอร์เน็ตอยู่บ่อยครั้งเมื่อมีการพูดถึงประเด็นความแตกต่าง ไม่ว่าจะเพศ เชื้อชาติ ...

Articles

หมดยุคดัน ‘ลูกรักค่าย’ ส่องโมเดลธุรกิจใหม่ ที่เน้นกระจายโอกาสมากกว่าผูกขาดความดัง 

เขียน สุตาภัทร มาลาพร กราฟิก สุตาภัทร มาลาพร ภายใต้แสงไฟสาดส่อง รอยยิ้มที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี และเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่พร้อมเพรียงบนเวที อุตสาหกรรมไอดอลไม่ว่าจะเป็นฝั่ง K-Pop ที่ทรงอิทธิพลระดับโลก หรือ T-Pop ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ...

Articles

ข่าวจริงแล้วไง จะเอาอะไรอีกจ๊ะ

เรื่อง: ว่าแล้วคุณต้องอ่าน ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ ช่วงสัปดาห์ก่อน ระหว่างไถฟีดโซเชียลฯ ผมบังเอิญได้อ่านข่าวของเหตุการณ์เดียวกันสองชิ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่พาดหัวกลับฉายภาพเบื้องต้นของเหตุการณ์ต่างกัน ชิ้นแรกมีพาดหัวที่บอกว่าศาลอุทธรณ์ยังไม่ตัดสินคดีปลาหมอคางดำและคาดว่าต้องใช้เวลาพิสูจน์อีกนาน ส่วนชิ้นที่สองมีพาดหัวที่บอกว่าศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น รับฟ้องเป็นคดีแบบกลุ่ม ผมเปิดเข้าไปอ่านทั้งคู่ แล้วพบว่าข้อเท็จจริงในข่าวก็ไม่ได้ขัดกัน ทั้งสองชิ้นรายงานว่าศาลอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม ...

Articles

‘เจอร์ซีย์’ จากเสื้อกีฬา สู่แฟชั่นมหาลัย

เขียน วรนิษฐ์ ภัคคะศรีโรจน์กราฟิก กัลย์สุดา ทองดี เมื่อไม่กี่วันก่อน ขณะที่กำลังนอนไถฟีดอย่างสบายใจ กลับมีโพสต์หนึ่งเด้งขึ้นมา เป็นโพสต์การขายเสื้อที่มาพร้อมความวาบหวิวกระแทกตา (รูปผู้ชายถอดเสื้อ) มากกว่าจะโชว์คอลเล็กชันเสื้อใหม่ ด้วยความแปลกใจ เลยเลื่อนดูตั้งแต่ต้นจนจบ ก็พอจะรู้ได้ว่า อ๋อ ...

Articles

สภาวะของกรงขัง เรือนจำ และการป้องกันโลกภายนอก

เรื่อง: .JPEG ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้เดินทางไปยังศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าแห่งหนึ่ง พร้อมๆ กับได้ขบคิดประเด็นสำคัญว่า สัตว์ป่าเหล่านี้ต้องอยู่ในกรงขังไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัย เนื่องมาจากว่าสัตว์จำนวนมากได้รับการช่วยเหลือมาจากขบวนการลักลอบขนสัตว์ป่า และไม่สามารถปล่อยตัวไปสู่ป่าใดๆ ในประเทศไทยได้ จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่การไม่สามารถปล่อยตัวคืนสู่ป่าใดในประเทศไทยได้ เป็นไปเนื่องจากสัตว์ป่าเหล่านี้ ...

Articles

เมื่อคนไทยมียิ้มในคดีโกงสว.

เรื่อง: หนุ่ม คลองหลวง สมมติว่า นี่คือข้อสอบวิชา ‘ทักษะชีวิตสำหรับพลเมืองไทย’ ขอให้พลเมืองไทย ตอบคำถามต่อไปนี้ (เต็ม 229 คะแนน) ท่ามกลางความรู้สึกวิตกกังวล เครียด ชอกช้ำ อยากย้ายประเทศหนี ...

0 %