เขียน ณัฏฐณิชา มาลีวรรณ
กราฟิก รณรต วงษ์ผักเบี้ย

เคยสงสัยหรือเปล่าว่านกที่เกาะบนสายไฟพวกนั้นคือนกอะไร
เคยสงสัยบ้างไหม ว่าต้นไม้ที่เห็นอยู่รอบตัวคือต้นอะไรกันแน่
บางคนอาจจะบอกว่า “ไม่รู้สิ ช่างมันเถอะ ก็นกเหมือนๆ กัน มีปีกบินได้ จะต้นอะไรก็ไม่ต่างกันเท่าไรหรอก เขียวๆ มีใบก็ต้นไม้นั่นแหละ”
แต่ในขณะเดียวกัน
“ว้าย! นั่นหมาพันธุ์ชิวาวานี่นา ส่วนน้องตัวนั้นเป็นไซ (ไซบีเรียนฮัสกี) สินะ ดีดมากเลย ขอเติมหมาหน่อย”
“ที่บ้านแกเลี้ยงนกด้วยเหรอ นกอะไร พูดได้ไหม ร้องคุกกี้ๆ ได้หรือเปล่า”
ทำไมพอเป็นสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์แปลก (exotic pet) ถึงได้สนใจ ตื่นเต้น อยากรู้จักมันมากกว่าสิ่งรอบตัวที่เห็นอยู่ทุกวันล่ะ?
ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ ทั้งที่เราเจอกันอยู่ทุกวัน
นอกจากนกพิราบ มีนกตัวไหนอีกบ้างที่เรากล้าฟันธงว่ามันคือนกอะไร กินอะไรเป็นอาหาร หรือรู้ได้ว่าเสียงร้องของนกแต่ละตัวนั้นแตกต่างกันอย่างไร
นกไม่ได้เป็นแค่สิ่งของที่เราจะมองข้ามมันไปได้ พวกมันเป็นธรรมชาติ เป็นชีวิตอื่นที่อยู่รอบตัวเรา มีหน้าที่ มีประโยชน์ของมันเอง คุณอาจจะคิดไม่ถึง แต่ยุงจะตอมเรามากกว่านี้ถ้าไม่มีนกกินแมลง
อุเทน ภุมรินทร์ นักสื่อสารธรรมชาติจากเพจ Nature Plearn Club เคยกล่าวถึงความสำคัญของนกที่มีต่อกระบวนการทางนิเวศว่าถ้าไม่มีนกกินแมลง การใช้ชีวิตในเมืองของเราอาจจะไม่ใช่การเดินแล้วมีสายลมแสงแดดปะทะใบหน้า แต่จะเป็นยุงหรือแมลงรำคาญอื่นๆ ที่บินมาตีหน้าเรา
ประโยคที่บอกว่า “นกที่ตื่นเช้าคือนกที่ได้กินหนอนก่อนใคร” อาจทำให้เราเข้าใจว่ามันกินแต่หนอนเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะไม่ใช่นกทุกสายพันธุ์จะต้องการโปรตีนจากเนื้อสัตว์ อย่างวงศ์นกกระจอกก็จะกินธัญพืชเป็นหลัก กินแมลงตัวเล็กๆ บ้างตามโอกาส ซึ่งฮีโร่นักเขมือบยุงของเราคือนกสีดำที่หากมองผ่านๆ ก็แทบแยกไม่ออก

นกอีแพรดแถบอกดำและนกกางเขนบ้าน เป็นนกกินแมลงเหมือนกัน แต่ที่ต่างกันคือขนาด ลักษณะหาง รวมถึงรายละเอียดเล็กๆ ที่ต้องส่องดีๆ ถึงจะเห็น
นกอีแพรดแถบอกดำจะมีคิ้วสีขาวที่ขมวดเหมือนโกรธใครอยู่ตลอดเวลา คอและท้องสีขาว มีแถบสีดำคาดบนอกตามชื่อ ส่วนหางจะแพนออกคล้ายพัด นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้มันมีชื่อภาษาอังกฤษว่า fantail
ส่วนนกกางเขนบ้าน มันมีขนาดที่ใหญ่กว่านกอีแพรดแถบอกดำขึ้นมานิดหน่อย ทั้งตัวเป็นสีดำ ยกเว้นส่วนท้อง แถบบนปีก และหางคู่นอกที่จะเป็นสีขาว
จากนกสีดำธรรมดาที่เราเห็นอยู่ทุกวันแต่ไม่รู้ว่ามันคือคนละตัว หากลองใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย มองพวกมันให้นานขึ้น เราจะเริ่มเห็นความแตกต่างออกไป ไม่ใช่แค่เจ้า 2 ตัวนี้แล้ว
ถ้าเราแยกนก 2 ตัวนี้ออกจากกันได้แล้ว นี่คงจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้เราสังเกตถึงความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบตัวเราอยู่แล้วได้ลึกกว่าเดิม
งั้นเรามาลองดูสายพันธุ์ที่ยากขึ้นกว่าเดิมดีกว่า อย่างวงศ์นกกระจอกที่มีมากมายเหลือเกิน เราจึงเลือกมาแค่ที่เราเห็นกันจนชินตาบนสายไฟและพื้นหญ้าแล้วกัน

นกกระจอกบ้าน ปะทะ นกกระจอกใหญ่ ความต่างมีแค่นิดเดียวคือ นกกระจอกใหญ่มีแถบสีเทาบนหัวและตัวอ้วน เอ๊ย! ตัวใหญ่กว่านกกระจอกบ้านนิดหน่อย แต่นกกระจอกบ้านจะมีสีดำแต้มตรงแก้ม
การมองเห็นความแตกต่างของนกเพียงไม่กี่ชนิด อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากเราลองขยายสายตาออกไป สัตว์อีกหลายกลุ่มที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันก็อาจกำลังค่อยๆ หายไปจากเมืองโดยที่เราไม่ทันสังเกต
เลือนหาย ลืมเลือน
ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงหน้าฝนพอดี แล้วมีสัญญาณธรรมชาติอะไรบ้างที่ทำให้เรารู้ว่าฝนกำลังจะตก ทั้งเสียงกบ อึ่งอ่าง คางคก แมลงเม่าที่บินเข้าหาไฟ มดย้ายรังหนีน้ำ เอ…เหลืออะไรอีกนะ อ๋อ! ‘แมลงปอ’ ไงล่ะ
พอจำได้ไหมว่าครั้งล่าสุดที่ได้เห็นฝูงแมลงปอคือเมื่อใด ย้ำนะว่า ‘เป็นฝูง’ ไม่ใช่แค่ 1-2 ตัว
ถ้าคำตอบคือไม่แน่ใจ หรือไม่เคยเห็น นั่นไม่แปลกเลย เพราะที่ที่แมลงปอเคยอยู่ได้ ตอนนี้มันอยู่ไม่ได้แล้วล่ะ จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Geophysical Research Letters โดยสถาบันวิจัยผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งพอตส์ดัม (PIK) พบว่าโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นเฉลี่ยราว 0.35 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าทศวรรษใดๆ นับตั้งแต่ปี 1880 ขณะที่ในช่วงปี 1970-2015 มีอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 0.2 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ
นอกจากอากาศที่ร้อนขึ้นทุกปีแล้ว แหล่งอาศัยของแมลงปอก็กำลังหายไปด้วย พื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งเป็นสถานที่วางไข่และเติบโตของตัวอ่อนกำลังเสื่อมโทรมจากมลพิษต่างๆ และถูกแทนที่ด้วยการพัฒนาเมือง เพื่อรองรับการขยายตัวของมนุษย์ เมื่อบ้านของพวกมันหายไป การพบเห็นแมลงปอจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนในอดีตอีกต่อไป
รศ.กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ กล่าวในงานเสวนานิทรรศการ Urban in Progress ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (Bacc) ว่านโยบายภาษีที่ดินรกร้างเป็นประเด็นที่น่ากังวล เนื่องจากเจ้าของที่ดินจำนวนหนึ่งอาจเลือกปรับเปลี่ยนพื้นที่ธรรมชาติหรือพื้นที่รกร้างให้เป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์รูปแบบอื่น เพื่อลดภาระทางภาษี ส่งผลให้พื้นที่สีเขียวและระบบนิเวศตามธรรมชาติลดหายลงไปเรื่อย ๆ
ผลกระทบดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับแมลงปอเท่านั้น แต่ยังสะท้อนไปถึงนกจาบปีกอ่อนอกเหลือง ที่ตอนนี้กำลังอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (Bird Conservation Society of Thailand หรือ BCST) รายงานว่าเมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา พบแหล่งพักนอนของนกจาบปีกอ่อนอกเหลืองใหญ่ที่สุดของกรุงเทพมหานคร ในรอบ 20 ปี บริเวณทุ่งลาดกระบัง โดยประเมินจำนวนได้มากกว่า 1,000 ตัว อย่างไรก็ตาม ในอดีตนกชนิดนี้เคยพบเห็นได้ทั่วไป และมักรวมฝูงกันนับหมื่นตัวตามพื้นที่ชุ่มน้ำรอบกรุงเทพฯ แต่การสูญเสียและการเปลี่ยนแปลงของถิ่นอาศัยจากการขยายตัวของเมือง ประกอบกับการถูกดักจับ ทำให้จำนวนประชากรลดลงอย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดกับสัตว์เช่นนกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดกับสัตว์ที่อยู่บนโต๊ะอาหารของเราด้วย
อีกหนึ่งสิ่งมีชีวิตที่หลายคนอาจไม่รู้ว่ากำลังหายไปจากชีวิตประจำวันคือ ‘ปลาทูไทย’ หรือ ‘ปลาทูแม่กลอง’ แม้ทุกวันนี้เราจะยังเห็นปลาทูอยู่บนจานอาหาร แต่ปลาทูไทยแท้กลับเหลือน้อยลงเรื่อยๆ การจับสัตว์น้ำด้วยอวนตาถี่ซึ่งกวาดเอาลูกปลาทูที่ยังไม่ทันจะได้โตเต็มที่ไปด้วย เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้จำนวนประชากรปลาทูไทยลดลง จากที่เคยจับได้ 147,852 ตันในปี 2554 เหลือเพียง 12,905 ตันในปี 2568 ตามข้อมูลของกรมประมง
ที่น่าสนใจคือ ปลาทูที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่ปลาทูไทย หากแต่เป็นปลานำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะปลาทูอินเดีย ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 90 ของตลาด ปลาทูชนิดนี้มีเนื้อแน่นและแห้งกว่าปลาทูไทย เนื่องจากมีไขมันน้อยกว่า อีกทั้งยังมีรูปลักษณ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยปลาทูไทยมีลำตัวสั้นและปากมน ขณะที่ปลาทูอินเดียมีปากแหลมและหน้าเชิด

อ่าฮะ รู้แล้วยังไงต่อ?
ส่วนหนึ่งของปัญหาการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ อาจเกิดจากการที่มนุษย์รู้จักสิ่งมีชีวิตรอบตัวน้อยกว่าที่เราคิด ทั้งที่พวกมันอาศัยอยู่ร่วมกับเราในพื้นที่เดียวกัน เราไม่รู้ว่าพวกมันกินอะไร ใช้ชีวิตอย่างไร หรือกำลังเผชิญปัญหาแบบไหนอยู่บ้าง อาจเป็นเพราะมนุษย์มักให้ความสนใจแต่สิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวเองเป็นหลัก จนหลงลืมไปว่าการตัดสินใจหลายๆ อย่างของเราส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่มีโอกาสส่งเสียงหรือมีส่วนร่วมกำหนดชะตาของพื้นที่ที่พวกมันอาศัยอยู่
การเริ่มต้นสังเกตความหลากหลายตัวเล็กๆ ที่บินไปมาผ่านหน้าต่างจึงอาจเป็นก้าวแรกที่ช่วยให้พวกมันไม่ถูกมองข้าม ถ้ามนุษย์เข้าสังคมเพื่อเรียนรู้ความแตกต่างหลากหลายของผู้คน การทำความรู้จักกับสัตว์ พืช หรือสิ่งมีชีวิตอื่นก็คงเป็นการเรียนรู้ความหลากหลายอีกรูปแบบหนึ่ง แม้พวกมันจะพูดกับเราไม่ได้ แต่พฤติกรรมตามธรรมชาติของพวกมันก็ส่งสัญญาณบางอย่างให้เราเห็นอยู่เสมอว่า พวกมันเองก็ต้องการพื้นที่สำหรับการดำรงชีวิตของตนเช่นเดียวกัน
หากที่ผ่านมาเราอาจจะไม่เห็นเขาในสายตาก็ไม่เป็นไร การเริ่มต้นตอนนี้ก็ยังไม่สายมากนัก ผู้เขียนเองก็เคยแยกนกกระจอกไม่ออกเหมือนกัน แต่ทุกวันนี้เรามีเครื่องมือมากมายที่ช่วยให้การเรียนรู้ธรรมชาติเป็นเรื่องง่ายขึ้น จะค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต จะถามอากู๋ สอบถามผู้คนในชุมชนออนไลน์ หรือเข้าร่วมกลุ่มอย่าง ‘นี่ตัวอะไร’ บนเฟซบุ๊ก ที่เปิดพื้นที่ให้ทั้งคนรู้และคนไม่รู้สามารถถาม-ตอบกันโดยไม่ต้องเขินอาย หรือจะใช้แอปพลิเคชัน เช่น Merlin Bird ID สำหรับการดูนก หรือ iNaturalist ที่มีสัตว์ทุกชนิดรวมถึงพืช แต่ในที่นี้ไม่ค่อยแนะนำให้ใช้เอไอ เพราะนอกจากจะได้คำตอบที่อาจผิดพลาดแล้วมันยังทำให้โลกร้อนยิ่งกว่าเดิม
แม้ว่าการดูนกจะกลายเป็นงานอดิเรกที่ได้รับความนิยมมากขึ้น แต่การสังเกตสิ่งมีชีวิตรอบตัวไม่จำเป็นต้องมีกล้องราคาแพง ไม่จำเป็นต้องมีหนังสือแพงๆ ไม่จำเป็นต้องไปถึงอุทยาน ขอเพียงมีสายตาที่พร้อมจะมองและความอยากรู้อยากเห็นเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว ลองหันไปมองนอกหน้าต่างดูสิ อาจมีใครบางตัวกำลังบินอยู่ก็ได้นะ
อ้างอิง
กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (มีนาคม 2569). สถิติปริมาณการจับสัตว์ทะเลจากการทำการประมงพาณิชย์2568. https://www4.fisheries.go.th/local/file_document/20260710161519_1_file.pdf
กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (สิงหาคม 2556). สถิติการประมงแห่งประเทศไทย พ.ศ.2554. https://www.fisheries.go.th/strategy-stat/themeWeb/books/2554/1/yearbook2554.pdf
จิราภพ ทวีสูงส่ง. (26 สิงหาคม 2569). นักวิทย์ยัน! “ภาวะโลกร้อน” รุนแรงขึ้นอย่างมาก อุณหภูมิโลกอาจสูงเกิน 1.5 องศาฯ ก่อนปี 2030. Thai PBS Sci&Tech. https://www.thaipbs.or.th/sciandtech/earth/4350
ณัฏฐ์นรี เฮงสาโรชัย. (16 พฤษภาคม 2567). ในวันที่ปัญหาปลาทูไทยกำลังวิกฤติ ทำไมลูกปลาทูยังคงถูกจับกิน. Thairath Plus. https://plus.thairath.co.th/topic/naturematter/104427
นี่ตัวอะไร. (ม.ป.ป.). นี่ตัวอะไร. Facebook. https://www.facebook.com/groups/whatanimalisit/
พรสัคค์ ปัญญาลิขิต. (18 เมษายน 2567). แมลงปอ ผู้พิทักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ. มูลนิธิสืบนาคะเสถียร. https://www.seub.or.th/bloging/knowledge/2024-103/
พิชญาพร โพธิ์สง่า. (26 มีนาคม 2565). “พื้นที่ชุ่มน้ำ”สวรรค์ที่หายไปจาก กทม. ชวนทวงคืนธรรมชาติที่สมดุลกับเมือง. The Active Thai PBS. https://theactive.thaipbs.or.th/news/environment-20220326
สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย. (ม.ป.ป.). Bird Conservation Society of Thailand (BCST). Facebook. https://www.facebook.com/bcst.or.th
สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย. (30 มกราคม 2569). ทีมนักวิจัยนกจาบปีกอ่อนอกเหลืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบแหล่งพักนอน และเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานครในรอบ 20 ปี. Facebook. https://www.facebook.com/bcst.or.th/posts/%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%
Cornell Lab of Ornithology. (n.d.). Home. Cornell Lab Merlin. https://www.merlinbirds.org/
Environman. (30 มิถุนายน 2567). #เกาะติดประเด็น ปริมาณปลาทูไทยเข้าขั้นวิกฤติ 90% ในตลาดเป็นปลาทูนำเข้า. Facebook. https://www.facebook.com/environman.th/photos/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E
iNaturalist. (n.d.). iNaturalist. https://www.inaturalist.org/
Thai PBS. (22 กรกฎาคม 2562). “ปลาทูไทย” ลดลง 7 เท่า. Thai PBS. https://www.thaipbs.or.th/news/content/281898











