ArticlesSocietyWritings

“สงกรานต์” แสนแพง: เมื่อรัฐเอื้อทุนพลังงาน แก้วิกฤตด้วยการสงเคราะห์

เรื่อง: ธาวิน กิตติพงศ์พิทยา

ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา

“สงกรานต์” ควรเป็นช่วงเวลาที่คนบ้านไกลได้กลับบ้านไปใช้เวลากับครอบครัวอันเป็นที่รัก ทว่าปีนี้กลับเป็นปีที่หลายคนคิดหนัก คนที่เคยกลับก็ชั่งใจ ส่วนคนที่มีสถานะทางการเงินไม่เอื้ออำนวยยิ่งชั่งใจกว่า

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ทุนในการเดินทางและการทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเช่นการเล่นน้ำหรือการทานอาหารมื้อใหญ่กับครอบครัวสูงขึ้นจนต้องคิดหนัก หลายคนจึงถามหา ‘ความช่วยเหลือ’ จากรัฐบาล เพื่อบรรเทาปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจนกระทบต่อชีวิตและสภาพการเงิน

เมื่อลองอ่านเกมของรัฐบาลอนุทิน ท่าทีของรัฐบาลชุดนี้ที่มีต่อวิกฤตพลังงานคือการที่รัฐบาลรัดเข็มขัดตัวเองให้มากที่สุด แทรกแซงตลาดในระดับน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการประกาศลอยตัวราคาน้ำมันอิงตามสิงคโปร์ ลดภาระกองทุนน้ำมัน การไม่ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน การเพิ่มจุดขายสินค้าธงฟ้า หรือการให้เงินอุดหนุนกลุ่มรถขนส่ง

แนวโน้มของมาตรการเหมือนจะเน้นไปที่การอุดหนุนกลุ่มทุนและผู้ประกอบการ ขณะที่นโยบายที่เกี่ยวข้องกับประชาชนทั่วไป มีเพียงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนที่สนับสนุนเพิ่มจาก 300 เป็น 400 บาท ซึ่งอาจไม่ได้บรรเทาปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งทะยานอย่างที่เป็นอยู่ได้ ในเมื่อน้ำมันหนึ่งลิตรแพงกว่าราคาข้าวบางจานไปแล้ว

ขณะที่ประเทศไทยกลั่นน้ำมันเอง แต่อิงราคากับสิงคโปร์ซึ่งราคาน้ำมันมีค่าขนส่งทางเรือและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รัฐบาลไทยกลับไม่มีแนวโน้มที่จะพิจารณาเรื่องการปรับเกณฑ์ราคาเลย ด้วยเหตุผลด้านกลไกราคาและโครงสร้างการผลิตน้ำมัน ซึ่งกล่าวกันว่า ‘จะกระทบต่อผู้ประกอบการน้ำมัน’

การวางมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลจึงอยู่ในกรอบของทุนนิยมที่ต้องการให้รัฐแทรกแซงตลาดเสรีให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ตรึง ไม่ปรับ รอราคามันขึ้นลงของมันเอง

เพราะในโลกของทุนนิยมที่ยึดหลักตลาดเสรีมองว่า ปัจเจกต้องรับผิดชอบตัวเอง ไม่ใช่หน้าที่ที่รัฐจะต้องแทรกแซงเกินความ ‘จำเป็น’

เมื่อประชาชนต้องรับผิดชอบความลำบากของชีวิตโดยรัฐไม่มาแทรกแซง เช่นนั้นแล้วมาตรการที่รัฐแทรกแซงกลไกตลาดอยู่บ้างก็ดูเป็นการ ‘สงเคราะห์’ แก่ปัจเจกบางกลุ่ม มากกว่าเป็น ‘หน้าที่’ หรือ ‘ความจำเป็น’ ถ้าบางคนที่คิดสุดโต่งหน่อยก็อาจมองว่า การตรึงราคาน้ำมัน การลดภาษีต่าง ๆ ในช่วงเวลาวิกฤตค่าครองชีพสูงถือเป็นนโยบาย ‘สงเคราะห์คนจน’ มากกว่าเพื่อความจำเป็นในการ ‘ใช้ชีวิต’

คำถามก็คือ เราควรมองว่ามันเป็นการ “สงเคราะห์คนจน” รึเปล่า

มีหลายคนมองเป็นเช่นนั้น และไม่ต้องการให้ภาษีที่ตนจ่ายไปถูกใช้เพื่อสงเคราะห์คนบางกลุ่ม (ทั้งที่คนทุกกลุ่มก็จ่ายภาษีเหมือนกัน)

แต่รัฐไม่ควรปัดความรับผิดชอบในเรื่องนี้ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

ข้อหนึ่ง วิกฤตไม่ควรเป็นความรับผิดชอบของปัจเจก เนื่องจากเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของคนทั่วไป ถ้าเราบอกว่าปัจเจกต้องรับผิดชอบตัวเอง นั่นหมายความว่าเราเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลปล่อยให้ชาวบ้านตัดสินใจแก้ไขวิกฤตและต้องรับผิดชอบผลที่ตามมาเอง

แต่วิกฤตพลังงานไม่ได้เป็นสิ่งที่ชาวบ้านก่อขึ้นและต้องตัดสินใจแก้ไขปัญหานี้ด้วยตัวเอง ดังนั้น รัฐจึงควรแสดงความรับผิดชอบและทำหน้าที่ดูแลประชาชน ดังเช่นในต่างประเทศที่รัฐมีการออกมาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน โดยไม่ปล่อยให้ประชาชนดูแลกันเองภายใต้อำนาจในการกำหนดราคาพลังงานของกลุ่มทุน อย่างประเทศแคนาดาที่ประกาศลดภาษีน้ำมันลงครึ่งหนึ่ง เยอรมนีที่ออกกฎหมายควบคุมการปรับราคาได้เฉพาะเวลาเที่ยงวัน และออสเตรเลียที่มีการประกาศให้ประชาขนสามารถใช้ขนส่งสาธารณะฟรีทั้งยังลดภาษีน้ำมันลงด้วย

ข้อสอง วิกฤตพลังงานไม่ใช่แค่ปัญหาที่ประชาชนต้องรับผิดชอบตัวเอง แล้วตลาดเสรีจะแก้ปัญหาด้วยตัวมันเองได้เท่านั้น แต่นำไปสู่การตั้งคำถามว่าทำไมคนรวยจึงมีสิทธิในการใช้วันหยุดยาว แต่คนจนกลับไม่มีสิทธิได้ใช้แม้แต่เวลากับครอบครัวที่บ้านเกิด

หากคนจนอดกลับบ้าน รัฐบาลชุดนี้ควรยืดอกตอบอย่างภาคภูมิกับคนที่ตัดใจไม่กลับภูมิลำเนาเลยว่า เพราะคุณจนเกินไปที่จะไปรดน้ำดำหัวพ่อแม่ ซึ่งเป็นปัญหาศีลธรรมที่เราจะยอมให้ความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หรือ?

วิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อความไม่แน่นอนในชีวิตด้านการเงินแล้ว ยังรวมถึงการใช้ ‘เวลา’ ด้วย

ลองจินตนาการว่าเราเตรียมเงินเพื่อจะตีตั๋วรถไป-กลับศรีสะเกษไว้พอดี แต่พอรัฐบาลไม่ต้องการอุ้มต้นทุนขนส่งสาธารณะ ประกาศเลิกตรึงราคาตั๋ว ทำให้เงินที่เราเตรียมไว้ไม่เพียงพอ จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตารางการเดินทาง หรืออาจไม่มีโอกาสได้กลับบ้านไปร่วมเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้

สำหรับหลายคน ปัญหาเรื่องการเงินไม่เพียงทำให้พวกเขาขาดอิสระในการกลับบ้านช่วงสงกรานต์เท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดปัญหาด้านคุณค่าและความหมายชีวิต โดยเฉพาะคนที่อยากกลับไปเยี่ยมปู่ย่าตายายที่แก่เฒ่า รัฐที่ไม่สามารถอำนวยให้ปัจเจกมีคุณค่าและความหมายชีวิต ยังเป็นรัฐที่ดีหรือไม่ เป็นคำถามที่เราในฐานะประชาชนผู้เป็นเจ้าของรัฐควรตอบให้ได้

ดังนั้น แทนที่เราจะมองว่ารัฐบาลสงเคราะห์เราได้สักนิดสักหน่อยถือว่ามากแล้ว เราควรกลับมาตั้งคำถามว่า รัฐบาลได้ทำหน้าที่ของรัฐในการดูแลประชาชนในช่วงเวลาวิกฤตแล้วหรือยัง สงกรานต์ครั้งนี้รัฐผลักภาระค่าใช้จ่ายมาสู่ประชาชนมากเท่าไหร่แล้วนะ

แล้วถ้าเราอยู่ในรัฐที่ดี รัฐนั้นควรมีมาตรการรับมือกับวิกฤตนี้เพื่อประชาชนทุกคนอย่างแท้จริงมากกว่าการอุ้มเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการหรือทุนพลังงานหรือไม่ อย่างไร

เป็นคำถามที่ประชาชนอย่างเรา ๆ ต้องคิดให้ดัง ๆ

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
1
Love รักเลย
0
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:Articles

Articles

ข่าวจริงแล้วไง จะเอาอะไรอีกจ๊ะ

เรื่อง: ว่าแล้วคุณต้องอ่าน ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ ช่วงสัปดาห์ก่อน ระหว่างไถฟีดโซเชียลฯ ผมบังเอิญได้อ่านข่าวของเหตุการณ์เดียวกันสองชิ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่พาดหัวกลับฉายภาพเบื้องต้นของเหตุการณ์ต่างกัน ชิ้นแรกมีพาดหัวที่บอกว่าศาลอุทธรณ์ยังไม่ตัดสินคดีปลาหมอคางดำและคาดว่าต้องใช้เวลาพิสูจน์อีกนาน ส่วนชิ้นที่สองมีพาดหัวที่บอกว่าศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น รับฟ้องเป็นคดีแบบกลุ่ม ผมเปิดเข้าไปอ่านทั้งคู่ แล้วพบว่าข้อเท็จจริงในข่าวก็ไม่ได้ขัดกัน ทั้งสองชิ้นรายงานว่าศาลอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม ...

Articles

‘เจอร์ซีย์’ จากเสื้อกีฬา สู่แฟชั่นมหาลัย

เขียน วรนิษฐ์ ภัคคะศรีโรจน์กราฟิก กัลย์สุดา ทองดี เมื่อไม่กี่วันก่อน ขณะที่กำลังนอนไถฟีดอย่างสบายใจ กลับมีโพสต์หนึ่งเด้งขึ้นมา เป็นโพสต์การขายเสื้อที่มาพร้อมความวาบหวิวกระแทกตา (รูปผู้ชายถอดเสื้อ) มากกว่าจะโชว์คอลเล็กชันเสื้อใหม่ ด้วยความแปลกใจ เลยเลื่อนดูตั้งแต่ต้นจนจบ ก็พอจะรู้ได้ว่า อ๋อ ...

Articles

สภาวะของกรงขัง เรือนจำ และการป้องกันโลกภายนอก

เรื่อง: .JPEG ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้เดินทางไปยังศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าแห่งหนึ่ง พร้อมๆ กับได้ขบคิดประเด็นสำคัญว่า สัตว์ป่าเหล่านี้ต้องอยู่ในกรงขังไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัย เนื่องมาจากว่าสัตว์จำนวนมากได้รับการช่วยเหลือมาจากขบวนการลักลอบขนสัตว์ป่า และไม่สามารถปล่อยตัวไปสู่ป่าใดๆ ในประเทศไทยได้ จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่การไม่สามารถปล่อยตัวคืนสู่ป่าใดในประเทศไทยได้ เป็นไปเนื่องจากสัตว์ป่าเหล่านี้ ...

Articles

เมื่อคนไทยมียิ้มในคดีโกงสว.

เรื่อง: หนุ่ม คลองหลวง สมมติว่า นี่คือข้อสอบวิชา ‘ทักษะชีวิตสำหรับพลเมืองไทย’ ขอให้พลเมืองไทย ตอบคำถามต่อไปนี้ (เต็ม 229 คะแนน) ท่ามกลางความรู้สึกวิตกกังวล เครียด ชอกช้ำ อยากย้ายประเทศหนี ...

Articles

เมืองมายา: เมื่อความเท่าเทียม (ทางเพศ) อาจเป็นเพียงภาพลวงในสังคมไทย

เรื่อง: ไม้แดง  รังสิต ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ จ่ายเบี้ยประกันสังคม งบประมาณโคตรจะงง ขอให้ยกมือขึ้น อยากมีรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ยังไปไม่ถึงไหน เลยยกมือขึ้น (ไม่เอาอำนาจสว. อยากเลือก สสร.) ...

Articles

ส่องสังคมอุดมอารมณ์ เราเรียนรู้อะไรเมื่อความสูญเสียกลายเป็นวัตถุดิบของข่าว ในยุคที่อะไรก็เป็นคอนเทนต์ได้ทั้งนั้น

เรื่อง: Mother Mad Grey ในโลกดิจิทัล สิ่งที่เรียกว่าข้อมูลกลายเป็นสิ่งที่หาได้ทั่วไปในวันที่ดาต้าล้นจอ จนหาต้นไม่เจอ หาปลายไม่เห็น เมื่อเกิดเหตุการณ์ใหญ่ ข้อมูลแบบแปะๆ ไล่เรียงเหตุการณ์หลั่งไหลเข้าสู่หน้าฟีดอย่างพร่ำเพรื่อ โดยเฉพาะข้อมูลที่เล่าเรื่องการเกิดขึ้นของเหตุการณ์แบบ ใคร ทำอะไร ที่ไหน ...

0 %