Writings

เสียงสะท้อนจากคนในระบบการศึกษา เมื่อตำรวจคุมศึกษาธิการ

เรื่อง : กัญญพัชร กาญจนเจตนี

ภาพ : กัญญาภัค วุฒิรักขจร

แด่นักเรียนผู้ต้องไม่ยอมจำนน

อำนาจนิยม หรือระบอบที่มีชนชั้นระหว่างผู้บังคับบัญชา – ผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นระบอบที่จำกัดเสรีภาพทางความคิดและการกระทำของบุคคลใต้บังคับบัญชา เช่น อำนาจนิยมในโรงเรียน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดเมื่อวาน แต่เป็นเรื่องที่ผลิตซ้ำมาช้านานจนกลายเป็นวัฒนธรรมของสังคม วาทกรรมของความเป็น ‘นักเรียนที่ดี’ คือนักเรียนคนนั้นต้องไม่ตั้งคำถาม ทำตามกฎระเบียบ อยู่ในกรอบอย่างว่านอนสอนง่าย 

เมื่อโรงเรียนเป็นกลไกของรัฐในการแทรกซึมอุดมการณ์ ความเชื่อบางอย่าง การต้องปฏิบัติตามวาทกรรมนักเรียนที่ดี จึงเป็นส่วนหนึ่งในการควบคุมความคิดและการกระทำของประชาชนเด็กน้อยก่อนที่เขาจะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ จึงไม่แปลกที่เรายังคงเห็นระบอบอำนาจนิยมเติบโตและไม่เสื่อมสลายหายไป และเมื่อใครปฏิบัติแตกต่างจากวาทกรรมนักเรียนที่ดี นักเรียนเหล่านั้นจะกลายเป็นแกะดำ เป็นนักเรียนที่ดื้อด้าน ไม่ยอมจำนน 

ในช่วง 10 ปีมานี้ ผู้เขียนเห็นกลุ่มนักเรียนผู้ไม่ยอมจำนน ผู้ที่ตั้งคำถามกับวัฒนธรรมในโรงเรียน เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากตั้งแต่เรื่องทรงผม เครื่องแต่งกาย ไปจนถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียน หลาย ๆ ปัญหาเราไม่เคยรับรู้ว่ามีอยู่ หรือบางปัญหาเราก็ไม่เคยตระหนักถึงความรุนแรงของมันเลย 

เพราะนักเรียนผู้ไม่ยอมจำนนเหล่านั้น ประชาชน ผู้ปกครองและนักเรียนหลาย ๆ คนถึงได้เข้าสู่สถานะ ‘ตาสว่าง’ ทำให้เรารับรู้ถึงสิทธิ์ที่พึงมี ทำให้เรานั่งย้อนตั้งคำถามกับเพื่อน ว่าสมัยเรียนมัธยมฯ เรายอมคลานเข่าหลายเมตรเพื่อเข้าห้องเรียน ยอมให้โดนปาแปรงลบกระดานมาเฉี่ยวหัว ยอมให้โดนทุบหลังดังอั๊กตอนคุยกับเพื่อนในห้องได้อย่างไร เราเคยเห็นการลิดรอนสิทธิความเป็นมนุษย์เป็นเรื่องปกติไปได้อย่างไรกันนะ หรือที่เรามองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะเราไม่อยากเป็นคนประหลาดกัน

แม้อำนาจนิยมจากรัฐที่มอบให้ครูมีศักดิ์เป็นผู้บังคับบัญชาอำนาจในโรงเรียน เปรียบเสมือนว่าครูเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และนักเรียนเป็นผู้เคารพนับถือนั้น แต่นัยหนึ่งครูก็ถูกควบคุมภายใต้ระบอบอำนาจนิยมนี้อีกที

พอรัฐสร้างกลไกให้ครูและนักเรียนเป็นผู้ปะทะกันโดยตรงอาจทำให้ความสัมพันธ์ของครูและศิษย์ห่างเหินกัน การนั่งพูดคุยถึงปัญหาในโรงเรียนส่วนมากจึงไม่เกิดขึ้น และเมื่อไม่มีช่องทางในการรับฟัง จนเกิดเป็นการรวมกลุ่มเรียกร้องกันของนักเรียน ทั้งรัฐและโรงเรียนจึงมองว่ากลุ่มนักเรียนผู้เรียกร้องจะเป็นภัยความมั่นคงที่สั่นสะเทือนระบบที่เคยปฏิบัติกันมา เป็นผู้ไม่ยอมจำนนที่หลุดจากกรอบความเป็นนักเรียนดีไป โรงเรียนเลยอาจมองว่าพวกเขาไม่จำเป็นที่จะต้องรับฟังเด็กเหล่านี้

โรงเรียนและนักเรียนเลยกลายเป็นผู้ที่ปะทะกันทางความคิด ความเข้าอกเข้าใจเลยยิ่งทวีความห่างไกลกันมากขึ้น และความเข้าอกเข้าใจนี้จะลดน้อยลงไปอีกหรือไม่ เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่เป็นตำรวจ เขาจะทราบและเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นเรื้อรังในระบบการศึกษาไทยได้หรือเปล่า 

ผศ.ดร.อดิศร จันทรสุข คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กับผู้เขียนว่า การที่รัฐจะทำงานกับคนหมู่มากต้องเปิดใจให้กว้างและยอมรับความหลากหลาย หากเราใช้อำนาจไปบังคับนักเรียนให้เชื่อฟังอาจจะใช้ได้เพียงชั่วคราวก็เท่านั้น แต่จะไม่เกิดผลดีระยะยาวแน่นอน พร้อมเสนอให้เปิดพื้นที่ในการพูดคุยกันระหว่างนักเรียน ครู บุคลากรและรัฐมากขึ้น และฝากทิ้งท้ายว่าอาจไม่มีอะไรที่เสร็จสิ้นรวดเร็วดั่งใจหวัง ขอให้นักเคลื่อนไหวผู้ไม่ยอมจำนนทั้งหลายอย่าหมดไฟที่จะเปลี่ยนแปลง จงดื้อที่จะเปลี่ยนแปลงมันให้ได้นานที่สุด

และธนกฤต ขันธจิตต์ ประธานคณะกรรมการนักเรียน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กับผู้เขียนว่า ในฐานะที่โรงเรียนเปรียบเหมือนสนามจำลองของสังคม เราควรจะให้สิทธิเสรีภาพนักเรียนในการพูดคุยและให้เขาค้นหาตัวเอง อย่าให้การเข้าถึงสิทธิและเสรีภาพของนักเรียนดูน่าสิ้นหวัง ควรให้นักเรียนร่วมออกแบบสังคมในโรงเรียน กฎระเบียบ และนโยบายที่มันตอบสนองต่อพวกเขา เพราะไม่มีใครเข้าใจความเป็นนักเรียนทั้งในแง่ความต้องการและปัญหา

ได้มากกว่านักเรียนด้วยกันเอง

การจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่สังคมยึดมั่นปฏิบัติกันมา จะดำเนินไปไม่ได้เลย หากคนในสังคมไม่ช่วยกันส่งเสียง ไม่ช่วยกันสร้างสภาพแวดล้อมในการเจริญเติบโตที่ดีให้กับเยาวชน ผู้ที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต แม้วันนี้เราอาจจะไม่เห็นด้วยกับการกระทำและข้อเรียกร้องบางประการของพวกเขา แต่อย่าลืมว่าในวันที่เรายังเป็นเด็ก เราเองก็ไม่ชอบที่ต้องให้ใครมาตัดสินใจ มาบังคับให้เราปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ไม่มีเหตุผลเช่นกัน โปรดอย่าโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่เราเคยเกลียด แต่จงโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่จะเข้าใจตัวเองในอดีต ช่วยกัน ‘เป็นผู้ไม่ยอมจำนน’และร่วมต่อสู้ไปกับพวกเขา เพื่อส่งต่ออนาคตที่ดีให้กับเยาวชนของพวกเราด้วย

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
0
Love รักเลย
0
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

More in:Writings

Writings

รัฐธรรมนูญไทยไม่เคยใช้ “We the People”

เขียน: ธนินี นววงศ์วิวัฒน์ รัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดที่ระบุถึงอำนาจ ผู้ใช้อำนาจ การแบ่งแยกอำนาจ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้อำนาจเหล่านั้น ดังนั้น หากอยากรู้ว่ารัฐ ‘ทำงาน’ อย่างไร เราสามารถอ่านได้จากตัวบทรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าอยากเข้าใจชุดความคิด คุณค่า อุดมการณ์ของประชาชนและสังคมมวลรวมในรัฐใดรัฐหนึ่ง ...

Writings

พัฒนาการของชุดชั้นในกับลายลูกไม้ที่อยู่คู่กัน

เขียน: จิระกานต์ วรรณธะสุข ภาพประกอบ: อชิรญา ปินะสา ทุกตู้เสื้อผ้าของผู้หญิงต้องมี ‘อาวุธลับ’ ชิ้นนี้ มันคือสิ่งที่ช่วยพยุงความมั่นใจ ทำให้เสื้อผ้าดูดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ แต่มันก็แลกมาด้วยความอึดอัดที่เกิดขึ้นระหว่างวัน สิ่งที่สวมไว้ใต้เสื้อผ้าสร้างความสวยงามจากภายในที่ส่งผลไปถึงภายนอก ถึงเวลาแล้วที่เราจะพูดถึงสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนมีร่วมกัน และเป็นสิ่งแรกที่เราจะปลดปล่อยตัวเองออกจากการพันธนาการเมื่อกลับถึงบ้าน ‘ชุดชั้นใน’ คือสิ่งที่ผู้เขียนกำลังพูดถึง ...

Articles

70 วัน Varasarn Press

ข้อสำคัญในการเป็นสื่อ คือการยึดมั่นในการนำเสนอข้อเท็จจริงอันไม่ถูกบิดเบือนเพื่อผลประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และนำเสนอข้อมูลอย่างรอบด้านโดยปราศจากอคติ แต่ในปัจจุบันมีสื่อจำนวนไม่น้อยที่นำเสนอเนื้อหาเอนเอียง ซึ่งอาจเป็นเพราะปัจจัยด้านรายได้ก็ดี หรือการถูกกดดันจากผู้มีอำนาจก็ดี ส่งผลให้สื่อบางสำนักอาจขาดอิสระในการนำเสนอข้อมูล ในขณะที่สำนักข่าว Varasarn Press ซึ่งดำเนินการโดยนักศึกษาสาขาวารสารศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ดังนั้นในฐานะนักศึกษาวิชาชีพสื่อ การเลือกเนื้อหาเพื่อการนำเสนอและคติที่ควรพึงกระทำคือการคงไว้ซึ่งจริยธรรม ในขณะที่ทดลองปฎิบัติงานอย่างอิสระและไร้ผู้ใดมาแทรกแซง ...

Writings

#สาวอวบ เสรีบุลลีที่มาพร้อมกับเหตุผล

เขียน: จิระกานต์ วรรณธะสุข ภาพประกอบ: อชิรญา ปินะสา กระแสการวิจารณ์รูปร่าง (Body Shaming) ที่เคยเบาบางลงไปในยุคของ #BodyPositivity กำลังหวนกลับมาอย่างรุนแรงอีกครั้งในสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน TikTok คำว่า ‘เสรีบุลลี’ ได้กลายเป็นคำที่สะท้อนถึงการใช้เสรีภาพในการแสดงความเห็นอย่างเกินขอบเขต ...

Writings

“หลอดไฟจะดีแค่ไหนก็เปิดไม่ติด ถ้าต่อผิดขั้ว” หรือการไม่ประสบความสำเร็จ อาจเป็นเพราะเราแค่อยู่ผิดที่หรือเปล่านะ?

เขียน: ปิยะวรรณ นาคะสิงห์ ภาพประกอบ: อชิรญา ปินะสา ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือไปเรื่อยเปื่อย ยอมรับตามตรงว่าไม่มี logic ใดในการเลือกอ่านทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับอารมณ์และสิ่งที่สนใจในแต่ละช่วงเวลา บวกกับบังเอิญเจอหนังสือเล่มไหนขึ้น best-seller หรือชื่อเรื่องสะดุดตา น่าอ่าน หนังสือพวกนั้นก็จะมาปรากฏอยู่ในกระเป๋า ...

Writings

Toxic Society : วัฒนธรรมที่เป็นพิษของลัทธิบูชาตัวบุคคล

เรื่องและภาพประกอบ: อชิรญา ปินะสา คุณเคยตั้งคำถามกับใครแล้วโดนทัวร์ลงไหม? ในห้วงเวลาที่สังคมเต็มไปด้วยเสียงของความแตกต่างและหลากหลาย เรากลับพบความจริงอันน่าประหลาด ในสังคมที่เหมือนเดิมเสมอมาจากหน้าประวัติศาสตร์ สังคมที่ผู้คนแสวงหาผู้กอบกู้หรือผู้นำทาง สังคมที่ผู้คนเชิดชูและบูชาใครสักคนให้กลายเป็นความจริงแท้ โดยไม่ต้องผ่านบทพิสูจน์ใดๆ นอกจากความศรัทธาและความเชื่อของฝูงชน  นี่คือปรากฏการณ์ทางสังคมที่มีให้เห็นในทุกยุคทุกสมัย การสร้างวีรบุรุษในสนามรบ หรือแม้แต่การสร้างเทวดาในทางการเมือง และเมื่อใดก็ตามที่การตั้งคำถามคือความทรยศ เสียงกู่ร้องสรรเสริญดังจนกลบความเป็นจริง ...

0 %

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Google Analytics

    คุ้กกี้ที่เราเก็บไป จะนำไปใช้เพื่อประกอบการวิเคราะห์การอ่านบทความ/ข่าวภายในเว็บไซต์เท่านั้น จะไม่มีการนำข้อมูลผู้ใช้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด

Save