SocietyWritings

49 ปี รำลึก 6 ตุลาฯ 

เขียน: อชิรญา ปินะสา

ภาพประกอบ: อชิรญา ปินะสา และ เปรมชนก พฤกษ์พัฒนรักษ์

เมื่อ 49 ปีที่แล้ว

เมื่อ 49 ปีที่แล้ว ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่รัฐบาลและกลุ่มฝ่ายขวาหลายกลุ่มร่วมกันก่อการสังหารหมู่นักศึกษาและประชาชน ในช่วงเช้ามืดของวันพุธที่ 6 ตุลาคม 2519 ตำรวจตระเวนชายแดนและลูกเสือชาวบ้าน ยกกำลังเข้าล้อมมหาวิทยาลัยจากทางด้านสนามหลวง นำกำลังติดอาวุธไปติดตั้งในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ก่อนจะระดมยิงและบุกเข้าไปในมหาวิทยาลัยในเวลาถัดมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 41 คน และบาดเจ็บ 145 คน และนักศึกษากว่า 3,094 คน ถูกจับกุมทั้งหมดภายในวันนั้น และปล่อยตัวในเวลาต่อมา ในท้ายที่สุดเหลืออยู่ 19 คน ซึ่งตกเป็นจำเลยถูกคุมขังอยู่เกือบ 2 ปี

ผ่านมา 49 ปี

ผ่านมา 49 ปี สู่งานรำลึก 49 ปี 6 ตุลาคม 2519 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 

บรรยากาศภายในงานตอนเช้าเต็มไปด้วยความสงบเรียบง่าย ทว่าคับคั่งไปด้วยผู้คนซึ่งเดินทางมาเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ งานเริ่มด้วยกิจกรรมการวางพวงมาลารำลึกถึงเหตุการณ์  โดยมีพวงมาลาจากพรรคการเมือง อาทิพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรคเสรีรวมไทย ฯลฯ รวมถึงพวงมาลาไว้อาลัยจากนักการเมืองเช่น นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ส่งตัวแทนนายกฯ มาวางพวงมาลา สุธรรม แสงประทุม สส. พรรคเพื่อไทย พรรณิการ์ วานิช คณะกรรมการบริหาร คณะก้าวหน้า ฯลฯ และจากนั้นสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้มอบ ‘รางวัลจารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อประชาธิปไตย’ ให้กับอัญชัญ ปรีเลิศ อดีตผู้ต้องขังคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ได้รับการปล่อยตัวออกมาจากทัณฑสถานหญิงกลาง เมื่อ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังถูกคุมขังมานานกว่า 8 ปี เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าเป็นหนึ่งในผู้เผยแพร่คลิปเสียงของบรรพต ผู้จัดรายการวิทยุใต้ดิน ซึ่งมีเนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นประมาทกษัตริย์ 

กิจกรรมต่างๆ ที่จัดโดยเครือข่ายรำลึก 6 ตุลาฯ ซึ่งได้ดำเนินไปตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็น การกล่าวรำลึก ละครเวที เสวนาวิชาการ หรือการแสดงดนตรีสด

‘เมื่อทองฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน’ เสียงพูดของหนึ่งในนักร้องนักดนตรีวงฟ้าใหม่และวงริมทางที่ดังขึ้นเมื่อบทเพลงบรรเลงจบลง พร้อมกับเสียงเฮของประชาชนที่นั่งชมการแสดงเมื่อช่วงเวลาราวๆ 15.30 น. นั่นทำให้รับรู้ได้ถึงอุดมการณ์และความหวังที่จะยุติการรอคอยความยุติธรรมของคนเดือนตุลาฯ

6 ตุลา ไม่ใช่แค่เรื่องราวในอดีต แต่คือบทเรียนของอนาคต

ผู้เข้าร่วมงานรำลึกวัย 69 ปี ท่านหนึ่ง บอกว่า เธอไม่ได้มาประจำทุกปีเพราะทำงานราชการ แต่ก็พยายามมาเสมอเมื่อมีเวลาว่าง โดยตอนเกิดเหตุนั้น เธอเรียนอยู่ที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยากับธรรมศาสตร์ ในวันที่ 4 ตุลาคม 2519 เธอกับเพื่อนมาร่วมงานชุมนุมที่สนามฟุตบอลของธรรมศาสตร์ ก่อนกลับไปอาบน้ำกินข้าวเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม และเมื่อกลับมาอีกครั้งในวันที่ 6 ตุลาคม มหาวิทยาลัยก็โดนปิดล้อมและเข้าไปไม่ได้แล้ว ทำได้เพียงแค่ยืนเกาะรั้วรอเพื่อนออกมา แม้ว่าหลังจากนั้นเพื่อนจะไม่ได้กลับออกมา เธอบอกว่าการมางานรำลึกในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นไปเพราะความเคียดแค้น เพราะเข้าใจว่าส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นคือการชักจูงโดยรัฐ เธอมาเพียงเพื่อทวงถามความยุติธรรมที่เพื่อนๆ ของเธอควรได้รับ

ผู้เข้าร่วมงานรำลึก วัย 62 ปี อีกท่านเล่าว่า เธอเดินทางมาจาก จ. สมุทรปราการ เพื่อมางานครั้งนี้โดยเฉพาะ เพราะครั้งที่ยังทำงานไม่ได้มีโอกาสมาร่วมมากนัก หลังจากที่เกษียณแล้ว จึงอยากทำตามอุดมการณ์ของตัวเองบ้าง แม้อายุจะมากขึ้น แต่เธอยังมีอุดมการณ์เต็มเปี่ยม เธอบอกว่า คาดหวังให้เกิดเปลี่ยนแปลง แต่การเปลี่ยนแปลงคงต้องฝากให้คนรุ่นหลัง เพราะคนรุ่นเธอนั้นกำลังจะโรยราไป

เข้าสู่ช่วงเย็น บรรยากาศที่ผู้คนร่วมร้องเพลงรำลึกยังมีให้เห็น อีกทั้งยังมีการเรียกร้องให้ปล่อยนักโทษคดีทางการเมืองจำนวน 57 คน ที่ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำในขณะนี้ จากคดีการแสดงออกทางการเมือง หรือการแสดงออกที่มีมูลเหตุจากแรงจูงใจทางการเมือง มีการร้องเพลงร่วมกับวงสามัญชนและตะโกนเรียกร้องให้ “ปล่อยเพื่อนเรา”

ผู้คนยังอยู่ด้วยกันจนกระทั่งพิธีจุดเทียนรำลึก คนรุ่นปู่ย่าที่มาตั้งแต่เช้าจำนวนมากยังคงอยู่ โดยสิ่งที่พวกเขาฝากถึงคนรุ่นใหม่ คือการฝากฝังให้จดจำ อย่าลืมเลือน อย่าปล่อยให้ผู้มีอำนาจฝังกลบความผิดที่ตนเองก่อ 

เพราะการรำลึกไม่ได้เป็นไปเพื่อจดจำเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการแสดงออกว่าพวกเขายังคงรอคอยความยุติธรรมอย่างมีความหวัง ไม่ยอมแพ้จนกว่าความยุติธรรมจะปรากฏ และยังคงส่งเสียงเรียกร้องต่อไป เพื่อให้คนหนุ่มสาวหันมาสนใจและสานต่ออุดมการณ์


รายการอ้างอิง

บันทึก 6 ตุลา (ม.ป.ป.). ลำดับเหตุการณ์กรณี 6 ตุลาคม 2519. สืบค้นจาก https://doct6.com/learn-about/timeline

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (2568). ปล่อยตัว “อัญชัญ ปรีเลิศ” สิ้นสุดการคุมขังคดี ม.112 นาน 8 ปี 4 เดือน 19 วัน. สืบค้นจาก https://tlhr2014.com/archives/77744

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
0
Love รักเลย
0
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

More in:Society

Art & Culture

ตีตั๋วทัวร์งานศพไปกับหนังสือ จากดับสูญสู่นิรันดร์

เรื่อง: รณรต วงษ์ผักเบี้ย ‘ตายแล้วไปไหน?’ เป็นคำถามที่มักผุดขึ้นมาในหัว เมื่อผมไปเข้าร่วมงานศพหรือต้องพูดคุยเรื่องความตาย และคำตอบที่ได้คงมีอยู่ไม่กี่แบบ ขึ้นสวรรค์หรือตกนรก เป็นวิญญาณเร่ร่อนล่องลอยไปมา หรือไม่ไปไหนเลย สูญมลายไปในความว่างเปล่าของความไร้ตัวตน ทว่าเรื่องความตายไม่ได้มีแค่ความเชื่อเรื่องโลกหลังความตาย แต่ยังเต็มไปด้วยแง่มุมเชิงวัฒนธรรม วิถีชีวิต และประวัติศาสตร์ ...

Society

ประชามติแบบโอมากาเสะ

เรื่อง: พลกฤต นฤพันธาวาทย์ ท่ามกลางบรรยากาศในช่วงก่อนและหลังการยุบสภาที่เต็มไปด้วยความชลมุน วุ่นวาย และโชกเลือด ในที่สุดวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการลงประชามติรัฐธรรมนูญเพื่อ ‘ขอแก้ไข’ รัฐธรรมนูญ 2560 จากเดิมก่อนหน้านี้ที่เราเคยลงประชามติเพื่อ ‘รับ’ ...

Society

รัฐธรรมนูญไทยไม่เคยใช้ “We the People”

เขียน: ธนินี นววงศ์วิวัฒน์ รัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดที่ระบุถึงอำนาจ ผู้ใช้อำนาจ การแบ่งแยกอำนาจ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้อำนาจเหล่านั้น ดังนั้น หากอยากรู้ว่ารัฐ ‘ทำงาน’ อย่างไร เราสามารถอ่านได้จากตัวบทรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าอยากเข้าใจชุดความคิด คุณค่า อุดมการณ์ของประชาชนและสังคมมวลรวมในรัฐใดรัฐหนึ่ง ...

Society

#สาวอวบ เสรีบุลลีที่มาพร้อมกับเหตุผล

เขียน: จิระกานต์ วรรณธะสุข ภาพประกอบ: อชิรญา ปินะสา กระแสการวิจารณ์รูปร่าง (Body Shaming) ที่เคยเบาบางลงไปในยุคของ #BodyPositivity กำลังหวนกลับมาอย่างรุนแรงอีกครั้งในสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน TikTok คำว่า ‘เสรีบุลลี’ ได้กลายเป็นคำที่สะท้อนถึงการใช้เสรีภาพในการแสดงความเห็นอย่างเกินขอบเขต ...

Society

Toxic Society : วัฒนธรรมที่เป็นพิษของลัทธิบูชาตัวบุคคล

เรื่องและภาพประกอบ: อชิรญา ปินะสา คุณเคยตั้งคำถามกับใครแล้วโดนทัวร์ลงไหม? ในห้วงเวลาที่สังคมเต็มไปด้วยเสียงของความแตกต่างและหลากหลาย เรากลับพบความจริงอันน่าประหลาด ในสังคมที่เหมือนเดิมเสมอมาจากหน้าประวัติศาสตร์ สังคมที่ผู้คนแสวงหาผู้กอบกู้หรือผู้นำทาง สังคมที่ผู้คนเชิดชูและบูชาใครสักคนให้กลายเป็นความจริงแท้ โดยไม่ต้องผ่านบทพิสูจน์ใดๆ นอกจากความศรัทธาและความเชื่อของฝูงชน  นี่คือปรากฏการณ์ทางสังคมที่มีให้เห็นในทุกยุคทุกสมัย การสร้างวีรบุรุษในสนามรบ หรือแม้แต่การสร้างเทวดาในทางการเมือง และเมื่อใดก็ตามที่การตั้งคำถามคือความทรยศ เสียงกู่ร้องสรรเสริญดังจนกลบความเป็นจริง ...

Society

ความยั่งยืนของเราไม่เท่ากัน? เมื่อหลักสูตรตอบโจทย์ความยั่งยืน แต่ไม่ตอบโจทย์นักศึกษา

เขียน: สุชานันท์ สหวงศ์เจริญ ภาพประกอบ: วรัชยา สุริยะพันธุ์ “ผมไม่กล้าเทียบว่าเราจะเป็นมหาวิทยาลัยระดับเวิลด์คลาส แต่ควรมองตามความเป็นจริง ธรรมศาสตร์ควรที่จะเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของภูมิภาค” คำสัมภาษณ์ของศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ให้สัมภาษณ์ไว้กับสำนักข่าวประชาชาติธุรกิจ ในข่าว ‘ธรรมศาสตร์ Transform ปี 70 ...

0 %