SocialWritings

คุณตาคุณยาย (จง) สมัครใจไม่รับวัคซีน?

เรื่อง ตติยา ตราชู 

 

ผลกระทบทางเศรษฐกิจนับตั้งแต่ไทยมีการ ‘ปิดประเทศ’ และประกาศ ‘ล็อกดาวน์’ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทวีความรุนแรงและส่งต่อกันเป็นลูกโซ่ ถือเป็นความเร่งด่วนที่รัฐจะต้องรีบเร่งสอดส่ายหาทางออกให้กับประเทศในภาวะวิกฤต ภายใต้แรงกดดันจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนเกี่ยวกับการบริหารจัดการที่น่ากังขา

การเปิดประเทศและคลายล็อกดาวน์ทั้งหมดดูเหมือนจะเป็นประตูสู่ทางออกที่ประชาชนต่างพากันมุ่งหวังและตั้งตาคอย ไปพร้อม ๆ กับการรอคอยเงินช่วยเหลือระยะสั้นจากภาครัฐ

กุญแจสำคัญที่ใช้ไขเพื่อเปิดประตูบานนี้ ซึ่งเป็นดอกเดียวกันกับประเทศอื่นทั่วโลกก็คือ วัคซีน

สำหรับแผนการจัดฉีดวัคซีนของรัฐบาลไทย แบ่งฉีดเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรกใช้วัคซีนซิโนแวค 2 ล้านโดส ฉีดให้ประชาชน 5 กลุ่ม ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์และบุคลากรด่านหน้า ผู้ที่มีโรคประจำตัว เจ้าหน้าที่ควบคุมโควิด ประชาชนและแรงงานในพื้นที่ระบาด และผู้สูงอายุ ระยะที่สอง ใช้วัคซีนแอสตราเซเนก้า 61 ล้านโดส ฉีดให้ประชาชนทั่วไป รวมถึงกลุ่มเป้าหมายของระยะที่ 1 ในจังหวัดที่เหลือ

ประชาชนที่ต้องการฉีดวัคซีน จะต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ‘หมอพร้อม’ รัฐบาลไม่ได้บังคับให้ต้องฉีดทุกคน ซึ่งก็พอจะเข้าใจได้ในแง่ของจรรยาบรรณวิชาชีพแพทย์ที่ต้องถาม ‘ความสมัครใจ’ ของผู้เข้ารับการรักษาก่อนเสมอ หลังจากที่แพทย์ได้ให้ข้อมูลที่เพียงพอ

แต่ระบบการลงทะเบียนนี้ได้เอื้อให้เกิดการสมัครใจในทุกกลุ่มจริงหรือ?

นิด้าโพล ได้สำรวจผู้สูงอายุจำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่างกระจายทุกภูมิภาค เมื่อ พ.ค.-มิ.ย. 2563 พบว่าส่วนมากไม่ใช้โซเชียลมีเดีย และมีมือถือไว้ใช้ติดต่อสื่อสารเท่านั้น ส่วนกลุ่มที่มีโน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ หรือแท็บเล็ต ก็มีรวมกันไม่ถึงร้อยละ 20

แน่นอนว่าได้มีผู้ตกหล่นจากการลงทะเบียนผ่านช่องทางนี้เกิดขึ้นแล้ว

บางท่านอาจแย้งว่าก็ให้ลูกให้หลานช่วยลงทะเบียนให้ก็ได้นี่ ผลสำรวจนี้ยังได้โต้กลับข้อคิดเห็นดังกล่าวด้วยสถิติอีกว่า ผู้สูงอายุประมาณร้อยละ 30 ไร้ซึ่งผู้ช่วยเหลือในการใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร

ผลสำรวจข้างบนสอดคล้องกับข้อมูลเมื่อปี พ.ศ. 2559 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่พบว่ามีผู้สูงอายุแค่ 6 แสนคนจากทั้งหมด 11 ล้านคนเท่านั้นที่มีอินเทอร์เน็ตใช้ ซึ่งตัวเลขปัจจุบันคงไม่ขยับหนีไปจากนี้มากนัก

ไหนจะความคล้ายของชื่อ ‘หมอพร้อม’ กับชื่อแอปพลิเคชันที่รัฐบาลเคยเปิดให้ใช้ในช่วงโควิดอย่าง เราชนะ ไทยชนะ หรือ หมอชนะ ซึ่งอาจสร้างความสับสนให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ จนต้องลำบากไปเสิร์ชในอากู๋กันอีก

อย่างไรก็ตาม รัฐจำเป็นต้องใส่ใจกับกลุ่มผู้ตกหล่นเหล่านี้แค่ไหนกัน?

คณบดีคณะแพทย์ฯ ศิริราชพยาบาลเคยแถลงผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า หากประเทศหนึ่งมีจำนวนประชากรซึ่งมีภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 คิดเป็นร้อยละ 60-70 ของประชากรทั้งหมด จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd immunity) จนไวรัสชนิดนี้ไม่สามารถแพร่ระบาดได้อีกต่อไป

กรณีของประเทศไทย หากคิดคร่าว ๆ ไทยต้องมีประชากรที่มีภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ประมาณ 40 ล้านคนขึ้นไป จึงจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ที่ว่า ซึ่งอย่างน้อย ๆ ก็จะสามารถวางใจพอที่จะคลาย ‘ล็อกดาวน์’ ภายในประเทศ

หากรวมกลุ่มผู้สูงอายุทั้งหมดประมาณ 11 ล้านคนเข้าไปในจำนวนนี้ ก็กินพื้นที่ไปได้ถึง 1 ใน 4 รัฐจึงควรเก็บตกผู้ต้องการฉีดวัคซีนในกลุ่มนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แม้ว่าอาจมีผู้ตัดสินใจไม่ขอรับการฉีดวัคซีนด้วยกลัวผลข้างเคียง หรือเหตุผลใด ๆ ก็ตามแต่ มันก็ควรเป็นไปด้วยความสมัครใจว่าจะไม่เข้ารับการฉีดวัคซีนจริง ๆ ไม่ใช่เพราะปัจจัยอื่นมา ‘บังคับให้ต้องสมัครใจ’

การที่มีผู้สูงอายุตกหล่นเพราะขาดโอกาสในการแสดงเจตจำนงขอรับวัคซีน เป็นการดำรงไว้ซึ่งกลุ่มความเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิตเพราะโควิด-19และไทยได้ยืดระยะเวลาของการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นช้าตามไปอีกด้วย

นอกจากกลุ่มผู้สูงอายุจะเป็นกลุ่มที่เปราะบางในตัวเองอยู่แล้ว ยังเป็นความเปราะบางของประเทศที่รัฐพึงต้อง ‘ไม่ลืม’ ให้ความสำคัญอย่างจริงจังในการออกนโยบายแม้ในภาวะเร่งด่วน โดยเฉพาะห้วงเวลาที่ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในอนาคตอันใกล้

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
0
Love รักเลย
0
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

More in:Social

Writings

‘SLAPP’ วิธีการปิดปากสื่อรูปแบบใหม่ ไม่เจ็บกาย แต่ร้ายไม่ต่างกัน

เรื่อง : พรวิภา หิรัญพฤกษ์ ภาพประกอบ : เก็จมณี ทุมมา ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลายคนคงได้เห็นว่ามีประเด็นทางการเมืองเกิดขึ้นมากมาย โดยหนึ่งประเด็นที่เรียกได้ว่า ‘สั่นสะเทือน’ วงการสื่อจนหลายองค์กรต้องออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนและยังเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ก็คือ ประเด็นที่นักข่าวประชาไทและช่างภาพถูกจับกุม ...

Writings

ช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญไทยฉบับปี 60 กับคำถามประชามติที่ไร้ทางแก้ปัญหา

เรื่อง : ศศณัฐ ปรีดาศักดิ์ ภาพประกอบ : เก็จมณี ทุมมา เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบจัดให้มีการออกเสียงประชามติ 3 ครั้งตามข้อเสนอของ ...

Writings

สำรวจความสำคัญ พร้อมตั้งคำถามถึงค่านิยมแบบไท๊ย ไทย ที่ทำให้วัตถุสนองความอยากทางเพศ ถูกปฏิเสธการมีอยู่

เรื่อง: ทยาภา เจียรวาปี ภาพประกอบ: นภัสสร ยอดแก้ว จากการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยมาสักระยะ ผู้เขียนพบสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นขึ้นมา นั่นคือ ‘การเปิดเผยเรื่องทางเพศอย่างตรงไปตรงมา’ จากเดิมที่แค่พูดแตะๆ เรื่องใต้สะดือก็มีสิทธิ์โดนแบนได้ง่ายๆ ตอนนี้กลับสามารถพูดได้อย่างเปิดเผย ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ประสบการณ์เซ็กซ์ การบอกเทคนิคลีลาเด็ดมัดใจคู่นอนในโลกโซเชียล ...

Writings

ผู้ดูแลคนพิการคือสมาชิกในครอบครัวของฉัน

เรื่องและภาพประกอบ : อารีย์วรรณ อมรเดชเทวินทร์ ย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ ขณะที่ฉันกำลังทำความสะอาดข้าวของเก่าๆ ในห้องเก็บของอยู่ สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นกล่องพลาสติกใสมีฝาปิด ด้านในอัดแน่นไปด้วยอัลบั้มรูปภาพตั้งเรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ  ฉันตัดสินใจนั่งลงบนพื้นแล้วเปิดฝากล่องออก ค่อยๆ หยิบอัลบั้มแต่ละเล่มออกมาเปิดดูด้วยความสงสัย รูปทั้งหมดหลายร้อยใบล้วนเป็นรูปครอบครัวของฉัน มันได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดีในซองพลาสติกใสของอัลบั้ม ทว่าน่าเสียดายที่ไม่มีใครเขียนวันเดือนปีระบุเอาไว้ ...

Writings

เพราะธรรมศาสตร์ (แฟร์) สอนให้ฉันรักสัตว์?

เรื่อง : ปิยะพร สาวิสิทธิ์ ภาพประกอบ : ชวิน ชองกูเลีย, วรพร รุ่งวัฒนโสภณ และ สิทธิเดช สายพัทลุง หลายคนคงทราบกันว่าช่วงวันที่ 18 ...

0 %

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Google Analytics

    คุ้กกี้ที่เราเก็บไป จะนำไปใช้เพื่อประกอบการวิเคราะห์การอ่านบทความ/ข่าวภายในเว็บไซต์เท่านั้น จะไม่มีการนำข้อมูลผู้ใช้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด

Save