เรื่อง : ฟลฮ
ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์

เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความลงใน Truth Social ว่า เขาจะ ‘แบน’ CNN, MS NOW และ Politico ทันที จะไม่ให้สามสื่อนี้เข้าทำเนียบขาวอีกต่อไป เพราะเขาเอียน (sick) เหลือเกินแล้วที่สื่อทั้งหมดรายงานแต่ข่าวปลอม เรื่องแต่ง และเรื่องโกหกเกี่ยวกับตัวเขาอย่างต่อเนื่อง
ต่อมา ในวันที่ 21 กันยายน สื่อสามสำนักยื่นฟ้องประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อศาลรัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งห้ามดังกล่าว โดยระบุว่า คำสั่งแบนขัดต่อเนื้อหาในรัฐธรรมนูญที่รับรองและคุ้มครองเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนจากการแทรกแซงของรัฐบาล ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเรื่องเสรีภาพของสื่อ หรือ Freedom of the Press
ผลคือ ผู้พิพากษามีคำสั่งระงับคำสั่งแบนสื่อของทรัมป์เป็นการชั่วคราว (14 วัน) ซึ่งทำให้ทั้ง CNN, MS NOW และ Politico ยังคงเข้าทำเนียบขาวไปทำหน้าที่ถามคำถามยากๆ ที่ทำให้ทรัมป์ไม่ถูกใจ ไม่สบายใจ และไม่อยากตอบต่อไปได้…อย่างน้อยก็อีกระยะหนึ่ง
…
“ชาวบ้านบอกว่าการจัดการน้ำท่วมช้าและไร้ประสิทธิภาพ ทั่นมีความเห็นว่าอย่างไรบ้าง” “เรื่องที่ว่าคนในพรรคอาจเกี่ยวข้องกับเหล่าอาชญากรรมข้ามชาติ ทั่นจะจัดการอย่างไร” “เรื่อง UPOV 1991 ที่เกษตรกรไทยกังวลใจ แต่นายทุนแฮปปี้ ทั่นคิดว่าเรื่องนี้เราควรเข้าข้างใคร” “สื่อสาธารณะจะยังเป็นอิสระได้หรือไม่ ถ้ารัฐจะกลายมาเป็นคนตัดสินใจให้งบสนับสนุน” “เมื่อไหร่บอร์ด กสทช. จะได้ประชุมสักที วาระที่มีตกค้างอยู่กระทบประชาชนมากนะทั่น” ฯลฯ
การถามคำถามยากๆ ที่ผู้มีอำนาจไม่อยากตอบ และการนำเสนอเรื่องที่ผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องไม่อยากให้เล่า คือหน้าที่โดยตรงของนักข่าวในสังคมประชาธิปไตย
ที่ต้องทำความเข้าใจก็คือ นักข่าวถามเพราะ ‘ต้องถาม’ ไม่ใช่เพราะ ‘อยากถาม’ ถามเพราะคนซึ่งถูกถามมีหน้าที่และความรับผิดชอบตามตำแหน่งที่ต้องตอบ และเมื่อตอบแล้ว สื่อจะนำคำตอบเหล่านั้นไปรายงานต่อประชาชน ซึ่งก็จะใช้ข้อมูลที่ได้ไปเพื่อประเมินผลและประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ในชีวิต ตั้งแต่จะจัดการปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร ไปจนถึงจะตัดสินใจเลือกพรรคเดิม คนเดิมเข้ามาอีกไหมในการเลือกตั้งครั้งหน้า
…
The Cornell Daily Sun หนังสือพิมพ์ที่ดำเนินการโดยนักศึกษาของ Cornell มหาวิทยาลัยชั้นนำในกลุ่ม Ivy League ของสหรัฐฯ ก็ทำงานบนหลักการนี้
Cereese Qusba นักข่าวและหนึ่งในบรรณาธิการของ The Cornell Daily Sun ติดตามกรณี ‘Cornell7’ ที่นักศึกษาหญิงคนหนึ่งระบุว่าถูกนักศึกษาซึ่งเป็นสมาชิกบ้าน ‘ไคไฟ’ (Chi Phi Fraternity house) จำนวน 7 คน ล่วงละเมิดทางเพศเมื่อปี 2024
หลังแจ้งเรื่องนี้ต่อมหาวิทยาลัย บทลงโทษที่ทั้ง 7 ได้รับคือ ให้ออกจากมหาวิทยาลัย 2 คน พักการศึกษาและคุมประพฤติ 2 คน ห้ามเข้ามหาวิทยาลัยเป็นเวลา 3 ปี 1 คน และห้ามติดต่อผู้กล่าวหา พร้อมมีมาตรการด้านการศึกษาและให้เขียนรายงานสะท้อนความคิดอีก 2 คน
เมื่อตามดูวิธีจัดการกับปัญหาที่ไปไม่ถึงโทษทางอาญา รวมถึงฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่ามหาวิทยาลัยไม่จริงจังต่อเรื่องละเอียดอ่อนและร้ายแรงเช่นนี้มากพอ อีกทั้งยังพยายาม ‘รักษาหน้า’ ของตัวเองเกินไป Qusba จึงตัดสินใจตามเรื่องต่อ เธอติดต่อกับผู้เสียหายและทนาย คุยกับมหาวิทยาลัยและผู้เกี่ยวข้อง ค่อยๆ เก็บข้อมูลต่างๆ ไว้ตลอดระยะเวลา 23 เดือน
ครั้งนี้ เมื่อนักศึกษาหญิงตัดสินใจฟ้องคดีแพ่งกับมหาวิทยาลัย ผู้ถูกกล่าวหา และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ หนังสือพิมพ์มหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1880 จึงตัดสินใจตีพิมพ์งานสืบสวนสอบของ Qusba ที่เล่ารายละเอียดของเรื่องราวทั้งหมดก่อนการฟ้องครั้งนี้ ตามมาด้วยซีรีส์ข่าวแบบกัดไม่ปล่อย ต่อด้วยการที่ทีมบรรณาธิการตัดสินใจตีพิมพ์ชื่อของ 7 ผู้ถูกกล่าวหาออกมาแม้จะรู้ว่าสุ่มเสี่ยงยิ่ง ด้วยความคิดความเชื่อที่ว่า เมื่อหนังสือพิมพ์ของพวกเขามีอิสระ ไม่ได้มีพันธะเงื่อนไขเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว ทำไมจึงจะไม่นำเสนอเรื่องที่สำคัญและจำเป็นเช่นนี้ เราจึงได้เห็นบทบรรณาธิการชื่อ ‘Cornell Won’t, We Will’ ออกมา
หลังการเปิดเผย แน่นอนว่าผู้ถูกกล่าวหาต้องไม่สบายใจ ส่วนมหาวิทยาลัยก็ไม่พึงใจ อึกอัก-อึดอัดใจที่ต้องคอยตอบคำถามยากแบบไม่รู้จบ แต่เพราะหน้าที่ของหนังสือพิมพ์ไม่ใช่การเป็นหน่วยประชาสัมพันธ์ให้ใคร และเมื่อหัวใจของงานวารสารศาสตร์ อยู่ที่ประโยชน์ของผู้คนแล้ว ก็ย่อมถือว่า The Cornell Daily Sun ทำหน้าที่และบทบาทของสื่อได้อย่างน่าชื่นชม ไม่นับว่าหลังจากงานชุดนี้ออกไป สื่อมวลชนขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ต่างก็รับลูกไปทำงานต่อกันอย่างแข็งขัน นำไปสู่การขับเคลื่อนประเด็นนี้ไปได้ไกลและกว้างขวาง จนมีผู้ออกมาร่วมเคลื่อนไหวเรียกร้องในกรณี้อย่างหนาแน่น ทั้งในโลกจริงและออนไลน์
…
นอกจากหน้าที่ของ ‘คำถาม’ จะเป็นไปเพื่อขอข้อมูลให้ประชาชนแล้ว ในอีกด้านก็ยังเป็นพื้นที่แห่งการแถลง ชี้แจง กระทั่งแก้ไขความเข้าใจผิดที่ประชาชนอาจมีต่อผู้มีอำนาจด้วย
ดังนั้น หากผู้มีอำนาจหรือหน่วยงานเข้าใจ ‘ฟังก์ชั่น’ ของคำถามที่นักข่าวมี ก็ย่อมจะเข้าใจดีว่าทำไมจึงควรใช้ช่องทางนี้สื่อสารสิ่งที่คิดว่าประชาชนจำเป็นต้องรู้และทำความเข้าใจกลับมา
การเตรียมตัวมามาตอบคำถามดีๆ ไม่เอะอะเดินหนี ไม่โมโหใส่ และไม่ทำเป็นเล่น จึงน่าจะเป็น ‘ทาง’ ที่ผู้ต้องตอบคำถามยากทั้งหลายพึงพิจารณานำไปปฏิบัติ
วารสารกลับหัว ที่ซุมแซวของเหล่ากูรู (และบางคราวก็กูไม่ค่อยรู) ด้านวารสารศาสตร์ ซึ่งผลัดกันหยิบข่าว กระแส ความเชื่อ และเรื่องรอบตัว มาพลิกซ้าย พลิกขวา กลับหัวดูว่า จริงแค่ไหน และยังมีอะไรซ่อนอยู่อีกบ้าง
พบเขาและเธอว์เหล่านี้ได้ทุกวันศุกร์ เที่ยงตรง ที่ Varasarn Press ที่นี่ที่เดียว











