เขียน กัลย์สุดา ทองดี และ สุตาภัทร มาลาพร
ภาพถ่าย รณรต วงษ์ผักเบี้ย ณิชกุล หวังกลุ่มกลาง และ กัลย์สุดา ทองดี
กราฟิก รณรต วงษ์ผักเบี้ย

คำเตือน : บทความนี้มีภาพและเนื้อหาที่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดงานรำลึกครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เพื่อย้อนระลึกถึงหนึ่งในเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของไทย
ย้อนกลับไปถึงการลุกฮือของนักศึกษาและประชาชนเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งนำไปสู่การโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการที่ครองอำนาจนานกว่า 16 ปี นับตั้งแต่การยึดอำนาจของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ ภายหลังการชุมนุมเรียกร้องรัฐธรรมนูญและการปะทะกับเจ้าหน้าที่รัฐจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก จอมพลถนอม กิตติขจร ในฐานะนายกรัฐมนตรีขณะนั้นตัดสินใจลาออกและเดินทางออกนอกประเทศ
อย่างไรก็ตามในปี 2519 การเดินทางกลับประเทศไทยของจอมพลถนอม กิตติขจร ในฐานะสามเณร ได้จุดกระแสต่อต้านจากนิสิตนักศึกษา และประชาชนที่หวั่นเกรงการหวนคืนอำนาจเผด็จการ ก่อนจะนำไปสู่การชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
เช้ามืดวันพุธที่ 6 ตุลาคม 2519 เจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มฝ่ายขวาหลายกลุ่มใช้กำลังและอาวุธเข้าสลายการชุมนุม จนนำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ โดยข้อมูลจากบีบีซีไทยระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 45 คน บาดเจ็บ 145 คน และถูกจับกุม 3,094 คน ก่อนที่ในเย็นวันเดียวกัน พลเรือเอกสงัด ชลออยู่ หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน จะทำรัฐประหาร ยุติรัฐบาลพลเรือนส่งผลให้ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงเวลาของการปราบปรามทางการเมือง ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่นักศึกษาในเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เคยถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
แม้เวลาจะผ่านมากว่าครึ่งศตวรรษ เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ยังคงเป็นทั้งบทเรียนทางประวัติศาสตร์และคำถามเรื่องความจริง ความยุติธรรม และความรับผิดชอบที่สังคมไทยร่วมกันจดจำและทบทวนมาจนถึงปัจจุบัน
ในวาระครบรอบ 50 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังคงจัดงานรำลึกเหตุการณ์ 6 ตุลา อย่างต่อเนื่อง โดยช่วงท้ายของวันที่ 6 ตุลาคม มีการจุดเทียนรำลึก พร้อมขานนามผู้เสียชีวิต ระบุสาเหตุการเสียชีวิต และบรรเลงบทเพลงเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตทั้งที่ทราบและไม่ทราบชื่อ เสียงที่ถูกขานขึ้นสะท้อนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์ หากแต่ยังมีความหมายต่อการตระหนักถึงคุณค่าของสิทธิเสรีภาพ การต่อสู้ และการสูญเสียที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ ตลอดช่วงวันที่ 4-6 ตุลาคม ยังมีการจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งพิธีวางพวงดอกไม้รำลึก พิธีทำบุญตักบาตร การฉายภาพยนตร์สารคดี 50 ปี 6 ตุลา ศิลปะการแสดงสด การแสดงงิ้วล้อการเมือง การจัดนิทรรศการย้อนรอยเหตุการณ์ ตลอดจนการกล่าวปาฐกถาเนื่องในวาระครบรอบ 50 เพื่อร่วมกันทบทวนบทเรียนทางประวัติศาสตร์และส่งต่อความทรงจำของเหตุการณ์สู่คนรุ่นต่อไป

ดอกไม้สดและพวงมาลาถูกนำมาวางอย่างต่อเนื่อง บริเวณประติมานุสรณ์ 6 ตุลาคม 2519 โดยมีอดีตนักศึกษา ผู้รอดชีวิต ญาติผู้เสียชีวิต และประชาชนที่เดินทางมาร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์ในวาระครบรอบ 50 ปี อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

นกกระดาษนับร้อยตัวทั้งสีแดง สีขาว และสีน้ำตาล ถูกจัดวางเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ ‘ต่างความคิด ผิดถึงตาย’ เพื่อแทนความทรงจำของผู้คนในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 โดยสีแดงแทนผู้เสียชีวิต สีขาวแทนผู้ร่วมชุมนุม และสีน้ำตาลแทนผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่ได้รับการถ่ายทอดผ่านสัญลักษณ์อย่างเรียบง่ายภายในพื้นที่รำลึก

ศิลปินกำลังเกลี่ยสีด้วยปลายนิ้วมือบนเฟรมผ้าใบขนาดเล็ก ท่ามกลางผืนผ้าใบขนาดใหญ่ที่ปูเรียงรายอยู่ภายในพื้นที่กิจกรรม หนึ่งในกิจกรรมที่สะท้อนการใช้ศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายทอดความทรงจำและการร่วมรำลึกครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

ข้อความ ‘6 ตุลา ผ่านมาแล้ว 50 ปี’ ตามป้ายผ้าที่ประดับบริเวณหอประชุมศรีบูรพา เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์การรำลึกที่ปรากฏทั่วพื้นที่มหาวิทยาลัย ในวาระครบรอบครึ่งศตวรรษแห่งการต่อสู้และความทรงจำที่ไม่เคยถูกลืมเลือน

หุ่นจำลองถูกติดตั้งไว้ใต้กิ่งไม้ใหญ่บริเวณลานโพธิ์ หน้าคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อรำลึกถึงการแสดงละครของนักศึกษาชมรมนาฏศิลป์และการละคร เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2519 เพื่อประท้วงต่อเหตุการณ์ที่ช่างไฟฟ้า 2 คน ในจังหวัดนครปฐมถูกแขวนคอจากการติดป้ายคัดค้านการเดินทางกลับประเทศไทยของจอมพลถนอม กิตติขจร การแสดงดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หลังมีการเผยแพร่ข่าวโดยวิทยุยานเกราะและหนังสือพิมพ์ดาวสยาม และถูกใช้เป็นหนึ่งในข้ออ้างในการปลุกกระแสต่อต้านนักศึกษา ก่อนนำไปสู่การสลายการชุมนุมและการสังหารหมู่เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519

ป้ายภาพประวัติศาสตร์ตั้งอยู่กลางสนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ณ จุดเดียวกับที่ภาพถูกบันทึกไว้เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งเป็นภาพขณะนักศึกษาและประชาชนถูกสั่งให้นอนหมอบบนพื้นระหว่างการล้อมปราบ ร่องรอยของเหตุการณ์เมื่อครึ่งศตวรรษก่อนที่ถูกนำกลับมาปรากฏในพื้นที่เดิมอีกครั้งในวาระรำลึกครบรอบ 50 ปี

ผู้ร่วมงานร่วมกันจุดเทียน ตามแนวข้อความ ‘50 ปี 6 ตุลา’ ท่ามกลางเสียงดนตรีในพิธีรำลึกช่วงค่ำ ซึ่งเป็นกิจกรรมปิดท้ายการจัดงาน

ผู้เข้าร่วมงานบริเวณหน้าเวทีร่วมกันชูสัญลักษณ์ 3 นิ้วระหว่างการแสดงดนตรีปิดท้ายกิจกรรมภาคค่ำ ซึ่งจัดขึ้นหลังการปิดแคมเปญ ‘ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ บอกลาคำสั่งคณะรัฐประหาร’ ที่รวบรวมรายชื่อประชาชนกว่า 60,162 คน เพื่อเสนอร่างกฎหมายยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ในวาระครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
อ้างอิง
บันทึก 6 ตุลา. (ม.ป.ป.). 1. สภาพการณ์ทางการเมืองไทย หลังกรณี 14 ตุลาฯ. https://doct6.com/learn-about/how/chapter-1
ไทยพีบีเอส. (8 ต.ค. 2566). เปิดลำดับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ 14 ตุลา 2516. https://www.thaipbs.or.th/now/content/410
BBC. (5 ต.ค. 2569). 50 ปี 6 ตุลา ย้อนที่มา ชนวนเหตุ มรดกที่ยังหลงเหลือ จากเหตุสังหารหมู่ที่ ม.ธรรมศาสตร์. https://www.bbc.com/thai/articles/cm20l52x7d3xo
iLaw. (6 ต.ค. 2569). ปิดแคมเปญลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ บอกลาคำสั่งคณะรัฐประหาร. https://www.ilaw.or.th/articles/59571











