เขียน สรินรัตน์ ตั้งสิริมงคลกุล
กราฟิก ณิชกุล หวังกลุ่มกลาง

ชาวบ้าน อ.ปากเกร็ด โอดได้เงินเยียวยาน้ำท่วมช้า ซ้ำยังถูกเจ้าหน้าที่เทศบาลฯ ต่อว่าหลังโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ด้านเทศบาลฯ ขอโทษ สามารถร้องเรียนได้หากบริการไม่เหมาะสม
เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่สำนักงานเทศบาลนครปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ณัฐพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี อาชีพช่างตัดเย็บเสื้อผ้า ให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงที่ฝนตกหนักจนน้ำท่วมเมื่อวันที่ 25-27 ก.ย. บ้านของเธอซึ่งเป็นร้านตัดเย็บเสื้อผ้าในซอยติวานนท์-ปากเกร็ด 12 ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ส่งผลให้สิ่งของเครื่องใช้และอุปกรณ์ตัดเย็บเสื้อผ้าเสียหายจำนวนมาก และผ่านไปหลายวันก็ยังไม่มีการสำรวจความเสียหายเพื่อเยียวยาใดๆ จนวันที่ 2 ต.ค. เธอจึงลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยลงทะเบียนเองผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ และคอยตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาเป็นระยะๆ
ณัฐพรกล่าวว่า ในวันที่ 10 ต.ค. เธอได้ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาอีกครั้ง และพบว่าในแอปฯ ขึ้นสถานะว่าถูกปฏิเสธคำขอรับเงินเยียวยา จึงได้ติดต่อทางโทรศัพท์ไปที่สำนักงานเทศบาลนครปากเกร็ด ตามคำแนะนำในแอปฯ
“เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องมายื่นเอกสารเพิ่มด้วยตัวเอง เพราะคุณ (ณัฐพร) ไม่ใช่เจ้าของบ้าน ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ก็ต้องใช้สัญญาเช่าพร้อมแนบรูปบ้านที่เสียหาย เลยถามว่าบ้านเราไม่มีสัญญาเช่าให้ทำยังไง บ้านก็น้ำแห้งเก็บกวาดไปแล้วด้วย เจ้าหน้าที่พูดกระแทกเสียงมาเลยว่า บ้านคุณ ถ้าคุณไม่รู้แล้วใครจะรู้ ถ้าไม่จัดการตัวเองเลย เทศบาลฯ ก็ไม่รู้จะช่วยยังไงเหมือนกัน แล้วก็วางสายไป เราก็งง ทำไมพูดแบบนี้ จะไปรู้ได้ยังไงว่าต้องใช้เอกสารอะไร ไม่มีใครบอกอะไรเราเลย จนต้องเดินทางมาถามเองที่เทศบาลฯ เพราะเดือดร้อนจริง ๆ วันนี้ก็ต้องกลับไปเตรียมเอกสารจากเจ้าของบ้านเช่า แล้วกลับมายื่นเอกสารใหม่วันหลัง” ณัฐพรกล่าว
ธีรพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี อาชีพเจ้าของร้านขายของชำ ให้สัมภาษณ์ว่า บ้านของเขาอยู่ในพื้นที่ ต.เกาะเกร็ด เป็นร้านขายของชำซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำที่ท่วมสูงเกือบถึงเอวเนื่องจากอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา และได้ลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยไปเมื่อวันที่ 3 ต.ค. และอยู่ในสถานะรอดำเนินการอนุมัติมาถึง 7 วัน ในขณะที่เพื่อนบ้านที่ลงทะเบียนพร้อมกันได้รับการอนุมัติแล้ว ก่อนจะเห็นข้อมูลจากกลุ่มเฟซบุ๊กว่าต้องส่งหลักฐานภาพถ่ายบ้านที่เสียหายจากน้ำท่วมด้วย แต่ในแอปฯ ไม่มีฟังก์ชันให้ส่งรูปภาพ จึงมายื่นเอกสารที่สำนักงานเทศบาลนครปากเกร็ด และทราบจากเจ้าหน้าที่ว่า เอกสารที่เตรียมมาต้องไปยื่นที่อบต.เกาะเกร็ด ไม่ใช่ที่เทศบาลฯ เพราะเป็นคนละพื้นที่รับผิดชอบ
ธีรพงษ์กล่าวว่า ช่วงน้ำท่วมในปีที่แล้วเขาต้องไปยื่นเอกสารที่เทศบาลฯ แต่พอปีนี้เปลี่ยนไปยื่นที่อบต. หน่วยงานก็ไม่ได้มีการแจ้งให้ชาวบ้านทราบอย่างทั่วถึง อีกทั้งยังไม่มีการแจ้งให้ชาวบ้านทราบว่าการขอรับเงินเยียวยานั้นลงทะเบียนในแอปฯ อย่างเดียวไม่เพียงพอ จำเป็นต้องยื่นเอกสารแบบกระดาษด้วย ชาวบ้านต้องหาข้อมูลบอกต่อกันเองแบบผิดๆ ถูกๆ จึงต้องการให้หน่วยงานทั้ง อบต.และเทศบาลฯ ปรับปรุงการประชาสัมพันธ์กับชุมชนให้ดีกว่านี้ เพราะพื้นที่ ต.เกาะเกร็ด น้ำท่วมทุกปี แต่การประชาสัมพันธ์ การช่วยเหลือเยียวยา และการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจังก็ไม่ดีขึ้น
นัท (นามสมมติ) เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน กองสวัสดิการสังคม เทศบาลนครปากเกร็ดให้สัมภาษณ์ว่า การลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สามารถทำได้ผ่านแอปฯ ทางรัฐที่เดียวจบ โดยไม่ต้องยื่นเอกสารใดๆ เพิ่ม และสามารถรอการอนุมัติจากในแอปฯ ได้เลย แต่อาจจะช้าเร็วไม่เท่ากันเนื่องจากเจ้าหน้าที่รับคำขอและตรวจสอบเอกสารเป็นรอบๆ และเว้นช่วงในแต่ละรอบ จึงต้องขออภัยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานกล่าวว่า ในกรณีที่ต้องส่งเอกสารเพิ่ม แอปฯ จะมีการแจ้งเตือนพร้อมเหตุผล ซึ่งผู้ลงทะเบียนต้องแก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มตามเหตุผลนั้น โดยสาเหตุที่พบบ่อยคือ ชื่อไม่อยู่ในทะเบียนบ้านที่มักเกิดกับผู้ที่อยู่บ้านเช่า และผู้ลงทะเบียนเลือกเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อนุมัติเอกสารผิด ซึ่งประชาชนในพื้นที่ ต.ปากเกร็ด ต.บางตลาด ต.คลองเกลือ ต.บางพูด ต.บ้านใหม่ สามารถโทรศัพท์สอบถามหรือตรวจสอบจากเฟซบุ๊กเทศบาลนครปากเกร็ดได้ จากนั้นจึงมายื่นเอกสารที่เทศบาลฯ ส่วนพื้นที่อื่นนอกจากนี้ให้ยื่นเอกสารกับอบต. ที่สังกัด โดยสอบถามประธานชุมชนหรือหาข้อมูลได้ในอินเทอร์เน็ต
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีที่มีประชาชนโทรศัพท์สอบถามข้อมูลกับเทศบาลฯ แล้วถูกต่อว่า ต้องขออภัยด้วย ในกรณีนี้สามารถเข้ามาร้องเรียนที่กองสวัสดิการสังคมได้หรือโทรศัพท์แจ้งศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย (สายด่วน 1567) รวมถึงกรณีอื่นๆ ที่ได้รับการบริการไม่เหมาะสมก็สามารถร้องเรียนได้เช่นกัน











