เขียนและภาพถ่าย วรนิษฐ์ ภัคคะศรีโรจน์
กราฟิก ณิชกุล หวังกลุ่มกลาง

พนักงานชลประทาน ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี เผย น้ำรอระบายเป็นฟอง สีเข้ม ส่งกลิ่นรบกวน เหตุเพราะการหมักหมมจากของเสียในคลองรังสิตฯ ที่ระบายออกไม่ได้ในช่วงน้ำท่วมถูกเครื่องสูบน้ำตี ชี้ กำลังเร่งระบายออกทางแม่น้ำเจ้าพระยา
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายเอ (นามสมมติ) พนักงานชลประทาน ปฏิบัติหน้าที่ตรวจเช็กและประสานข้อมูลประจำฝ่ายส่งน้ำและรักษาที่ 1 ของโครงการฯ กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำที่รอการระบายกลายเป็นฟองลอยตัวอยู่เต็มคลองบริเวณเครื่องสูบน้ำที่เกิดขึ้นมานั้น มีสาเหตุจากการปล่อยน้ำเสียของภาคครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรมในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ที่เมื่อน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาหนุนสูง คลองจึงไม่สามารถระบายตัวเองออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้จนเกิดน้ำท่วมขัง ส่งผลให้เกิดของเสียและสารเคมีหมักหมม เมื่อระดับน้ำลดลง น้ำเสียที่ไหลลงมาจึงสัมผัสกับออกซิเจนประกอบกับการทำงานของเครื่องสูบน้ำบริเวณประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นจุดปลายคลอง ส่งผลให้น้ำเกิดฟองและส่งกลิ่นเหม็นขึ้น

“ปีไหนที่เกิดน้ำท่วมขังหนักๆ น้ำก็จะเกิดฟองแก๊สบ้าง แต่คราวนี้ที่เกิดฟองแก๊สเยอะ เพราะมันมาจากน้ำที่ท่วมขังเป็นเวลานานในพื้นที่ทำการเกษตรจนทุ่งหญ้าตายและเน่า อีกส่วนหนึ่งก็มาจากภาคครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกจนเกิดน้ำท่วมหนักที่ผ่านมา ทำให้น้ำท่วมขังอยู่บริเวณคลอง 12 ชาวบ้าน จึงเรียกร้องเจ้าหน้าที่ประตูระบายน้ำให้มีการปล่อยระบายน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้น้ำเสียจากครัวเรือนและโรงงานจำนวนมากไหลมารวมกันที่ปลายทางน้ำ (บริเวณประตูน้ำจุฬาลงกรณ์) น้ำจึงข้นหนืด และเมื่อมาเจอการสูบน้ำที่มีออกซิเจน มันเลยเกิดเป็นฟองขึ้นมา” พนักงานชลประทานกล่าว
พนักงานชลประทานกล่าวว่า น้ำในภาคเกษตรกรรมยังมีสีปกติในช่วงที่ฝนตกติดต่อกัน 2-3 วันแรก แต่พอระยะเวลาผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์ หญ้าจึงเริ่มเน่า ซึ่งตอนนี้สัตว์น้ำในบริเวณนี้ยังใช้ชีวิตได้ เนื่องจากน้ำยังมีการตีแก๊สออกซิเจนให้ปลาหายใจ แต่บริเวณคลองใดที่น้ำนิ่งไม่มีการระบาย สัตว์น้ำอาจตายและส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วพื้นที่เพิ่มขึ้นได้
พนักงานชลประทานกล่าวว่า การทำงานของการสูบน้ำในขณะนี้มีการร่วมมือกันระหว่างโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ และโครงการชลประทานปทุมธานี เพราะมีการแจ้งเตือนจากเทศบาลนครรังสิตมาตลอดเกี่ยวกับการเฝ้าระวังรวมถึงจำนวนน้ำที่จะปล่อยลงมาในแต่ละคลอง จึงมีการเพิ่มจำนวนเครื่องสูบน้ำในช่วงน้ำท่วมขึ้นมา แต่ทั้งนี้น้ำที่มีสีดำเข้มเป็นผลมาจากการหมักหมมจากของเสียที่ขาดออกซิเจนในน้ำ จึงเกิดเป็นการย่อยสลายของของเสียในช่วงน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และยิ่งมีสีเข้มมากขึ้นเพราะกระบวนการที่กำลังสูบไล่น้ำเสียออกจากคลองรังสิตออกไปสู่แม่น้ำเจ้าพระยาให้ได้มากที่สุด ปลายทางประตูจุฬาลงกรณ์จึงเปรียบเหมือนด่านสุดท้าย ที่รับน้ำเสียจำนวนมากและจะเจือจางไปตามขนาดความกว้างของแม่น้ำเจ้าพระยา

จรรยา ปานทับ แม่ค้าขายสลากกินแบ่งในตลาดพรพัฒน์ซึ่งอยู่ติดกับประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ช่วงนี้คลองรังสิตกำลังมีปัญหาน้ำเน่าเสียจนเกิดเป็นฟองแก๊สต่างจากปกติ สาเหตุคาดว่าอาจเกิดจากมีน้ำที่รอการระบายขังอยู่เป็นระยะเวลานาน เมื่อฝนตกหนักทำให้มีน้ำท่วมขังในบริเวณพื้นที่ตลาดซึ่งมีทั้งของสดและกองขยะจำนวนมาก รวมถึงขยะที่อยู่ในท่อน้ำไหลมารวมกัน ส่งผลให้มีกลิ่นรบกวนมาก และเวลาเดินลุยน้ำเพียงนิดเดียวก็เกิดบาดแผลบริเวณเท้าได้
“เมื่อก่อนจะมีการขุดลอกขยะตามท่อก่อนเกิดช่วงน้ำท่วม แต่ปัจจุบันนี้กลับหายไป มีเพียงการขุดทำถนนที่ยังไม่แล้วเสร็จผุดขึ้นมาจำนวนมากพร้อมกัน ทำให้เมื่อฝนตกขยะจึงเอ่อลอยขึ้นมาเต็มท่อ และน้ำเหล่านี้ก็ไหลลงไปสู่ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์จนเกิดน้ำเน่าเสียในท้ายที่สุด”จรรยากล่าว
ปทุมทิพย์ กลับใจ อายุ 31 ปี อาชีพแม่ค้าขายข้าวในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ผู้อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ให้สัมภาษณ์ว่า โดยปกติในละแวกบ้านเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง เพราะเป็นพื้นที่ที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา จึงต้องคอยติดตามสถานการณ์น้ำเหนือตลอด ทำให้คนในพื้นที่มีการเตรียมรับมืออย่างดี เพราะเป็นเรื่องของฤดูน้ำหลากและการระบายน้ำจากคลองรังสิตฯ สู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่เผชิญมาตลอด หากโครงการจะปล่อยน้ำที่ประตูจุฬาลงกรณ์ออกมาเลย มองว่าไม่ค่อยเป็นปัญหา เพราะน้ำที่เน่าเสียก็คงเจือจางก่อนมาถึงชุมชนของเธอแล้ว











