ArticlesSocietyWritings

คนบุรีรัมย์มีรถเมล์แอร์นั่งแค่ปีละ 3 วัน : ตัวอย่างสัจธรรมของขนส่งสาธารณะต่างจังหวัด

เรื่องและภาพประกอบ : ชวิน ชองกูเลีย

ทุกเดือนตุลาคมเป็นช่วงเวลาของการจัดงาน ‘MotoGP’ งานแข่งจักรยานยนต์ทางเรียบที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในสนามแข่งตั้งแต่ปี 2561 (ยกเว้นปี 2563 และ 2564 ที่งดเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19) โดยจัดที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

เนื่องจาก MotoGP เป็นงานสเกลใหญ่ระดับโลก จึงต้องมีการจัดรถ Shuttle Bus ที่เวียนรับส่งระหว่างพื้นที่จัดงานและจุดจอดรถส่วนตัวบริเวณนอกงานเพื่ออำนวยความสะดวกกับผู้ชมที่จะไหลเวียนมาจากทั่วทุกมุมโลก ในงานนี้จึงมีการเช่ารถเมล์จาก ‘ไทยสมายล์บัส’ ผู้ให้บริการรถเมล์รายใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมาวิ่งเป็น Shuttle Bus เชื่อมต่อระหว่างจุดจอดรถต่างๆ กับพื้นที่งานเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2565 ทำให้เกิดเป็นธรรมเนียมที่ทุกเดือนตุลาคม จะมีกลุ่มบัสแฟน (กลุ่มคนที่ชื่นชอบรถเมล์) ส่วนหนึ่งไปรวมตัวที่บุรีรัมย์โดยไม่ได้นัดหมาย เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงไม่กี่ครั้งใน 1 ปีที่จะได้เห็นรถเมล์ในกรุงเทพฯ ออกไปวิ่งคู่กับวิวภูเขานอกเมืองหลวง

รถเมล์ปกติของเรา (คนกรุงเทพฯ) แต่ประหลาดตาเขา

บริเวณรอบงาน MotoGP ไม่ได้มีเพียงงานแข่งรถเท่านั้น แต่ยังมีงาน OTOP และคอนเสิร์ตให้เดินเล่นแวะชมอีกด้วย ดังนั้น นอกเหนือจากจะคอยรับส่งผู้มาชมฝีมือของนักบิดแล้ว รถ Shuttle Bus นี้ยังทำหน้าที่บริการชาวเมืองบุรีรัมย์ที่ไปดูคอนเสิร์ตหรือเดินเล่นงาน OTOP อีกด้วย

จากที่ได้ไปถ่ายรถ Shuttle Bus กลุ่มนี้ที่ จ.บุรีรัมย์ มาตลอดทั้ง 3 ปีนับตั้งแต่มีการนำรถชุดนี้ไปทำงานนอกสถานที่ ประสบการณ์ที่ตราตรึงใจผมที่สุดก็ยังคงเป็นปี 2565 เพราะมันเป็นปีแรกที่คนบุรีรัมย์ได้สัมผัสรถเมล์ไฟฟ้าแอร์เย็นฉ่ำ ส่งผลให้รถ Shuttle Bus ในปีนั้นจึงตกเป็นจุดสนใจอย่างมากของคนในพื้นที่ แม้กระทั่งกับเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบกของบุรีรัมย์ที่มาอำนวยความสะดวกในงานเอง…

บนรถวันนั้น ผมได้ยินบทสนทนาที่น่าตกใจเต็มไปหมด บางประโยคก็ทรงพลังมากพอที่จะตราตรึงอยู่ในใจผมมาจนถึงทุกวันนี้ เช่น

“ว้าว รถเมล์ไฟฟ้า แอร์เย็นมาก มีที่ชาร์จโทรศัพท์บนรถด้วย”

“ที่กรุงเทพฯ มีรถแบบนี้วิ่งเต็มไปหมดเลยนะ”

“อยากให้มีรถแบบนี้มาวิ่งบ่อยๆ จัง”

“ก็ต้องให้มีงานนี้บ่อยๆ นะ”

เหตุการณ์นี้ทำให้ผมเห็นภาพความเป็นอยู่ของรถสาธารณะตามตัวเมืองต่างจังหวัดชัดขึ้นในพริบตาและเริ่มค้นหาข้อมูลรถสาธารณะในตัวเมืองจังหวัดต่างๆ นอกกรุงเทพฯ เพื่อคลายความสงสัยที่ว่า “ถ้าไม่มีงานใหญ่ระดับนี้ คนบุรีรัมย์จะไม่มีรถเมล์แอร์นั่งกันเลยหรอ”

บรรยากาศบนรถ Shuttle Bus เมื่อปี 2565

ตื่นเต้นทำไม บุรีรัมย์ไม่มีรถสาธารณะดีๆ นั่งหรอ (ใช่)

รถสาธารณะในตัวเมืองที่ว่านี้หมายถึง รถโดยสารประจำทางทั้ง 2 ประเภท ได้แก่ รถหมวด 1  หรือรถที่วิ่งอยู่ในตัวเมือง (อำเภอเมือง) และรถหมวด 4 ซึ่งก็คือรถที่วิ่งระหว่างอำเภอ

จากที่ได้ลองค้นข้อมูลเกี่ยวกับรถสาธารณะในเมืองบุรีรัมย์ก็พบข้อมูลอันน้อยนิดว่า บุรีรัมย์เองเคยมีรถหมวด 1 วิ่งในเมืองเช่นกัน โดยเป็นรถสองแถวสีชมพูจำนวน 2 สายที่เหมือนจะไม่ได้มีจำนวนรถเยอะนัก อ้างอิงจากแหล่งข่าวต้นทางที่เขียนไปในทำนองเดียวกันว่า “…สาย 1 รถวิ่งทุกๆ 1-2 ชั่วโมงตามใจคนขับ” หรือ “ยังมีบริการอยู่มั้ย?? รถชมพู 1 ชั่วโมงมาที บางทีก็ไม่มาเลย….”

นอกจากข้อมูลชุดนี้แล้ว แหล่งข้อมูลที่พบเจอส่วนใหญ่ก็มีอายุเกิน 5 ปีแล้วทั้งนั้น ทำให้ไม่ได้ข้อมูลที่แน่นอนเท่าไร แต่ด้วยประสบการณ์ของผมที่เคยเห็นรถสองแถวสีชมพูนี้วิ่งผ่านตาไปครั้งหนึ่งเมื่อปี 2565 ซึ่งเป็น ครั้งแรกที่ได้มาถ่ายรถเมล์กรุงเทพที่บุรีรัมย์ ผมเลยค่อนข้างมั่นใจว่า ที่นี่จะยังมีรถสองแถวในเมืองวิ่งอยู่อย่างแน่นอน แม้หลังจากครั้งนั้น จะไม่เห็นรถสองแถวสีชมพูอีกเลยไม่ว่าจะครั้งใดที่มาบุรีรัมย์ก็ตาม

แต่ในตอนนี้ ความมั่นใจที่ว่าได้หายไปเรียบร้อย หลังจากที่ผมนั่งเช็กข้อมูลจำนวนใบอนุญาตประกอบการขนส่งของ จ.บุรีรัมย์ (แปลเป็นภาษามนุษย์คือ ใบอนุญาตให้บริการรถสาธารณะที่ยังคงมีผู้ให้บริการอยู่) และพบหลักฐานชิ้นสำคัญว่าในตอนนี้ จ.บุรีรัมย์ไม่มีผู้ถือใบอนุญาตรถหมวด 1 อยู่แล้ว แสดงว่ารถสองแถวสีชมพูนั้นก็คงกลายเป็นตำนานไปแล้วเช่นกัน

สถิติจำนวนใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 จะเห็นได้ว่าช่อง ‘หมวด 1’ ของ จ.บุรีรัมย์ ไม่มีใบอนุญาตประกอบการเหลืออยู่แล้ว

แต่จะบอกว่าไม่มีรถสาธารณะเลยก็ไม่ใช่สักทีเดียว เพราะในตารางด้านบนทำให้เห็นว่ารถสาธารณะที่วิ่งอยู่ในตัวเมืองบุรีรัมย์ตอนนี้ยังเหลือรถหมวด 4 ที่วิ่งไปยังอำเภอต่างๆ รอบนอก โดยรถหมวด 4 ในบุรีรัมย์ส่วนใหญ่เป็นรถตู้ ซึ่งรถประเภทนี้มักใช้กับเส้นทางที่มีจุดจอดน้อยเสียมากกว่า ส่วนรถหมวด 4 บุรีรัมย์ที่ยังคงเป็นรถเมล์ พบว่าเหลือเพียงแค่สาย 1473 บุรีรัมย์ – พุทไธสง – นาโพธิ์ เท่านั้น

รถเมล์หมวด 4 บุรีรัมย์ สาย 1473 บุรีรัมย์ – พุทไธสง – นาโพธิ์

จริงๆ ไม่ใช่แค่ไม่ดี แต่บางที่ไม่มีให้นั่งด้วยซ้ำ

ปัญหาเรื่องรถสาธารณะในกรุงเทพฯ อาจจะเน้นไปที่เรื่องคุณภาพรถ คุณภาพการเดินรถเสียเป็นส่วนมาก แต่สำหรับต่างจังหวัดแล้ว ปัญหาเรื่องสภาพรถและการเดินรถอาจกลายเป็นเรื่องรองที่ไม่สลักสำคัญเท่าไหร่ ในเมื่อบางพื้นที่ ‘ไม่เคยมี’ รถสาธารณะเลยด้วยซ้ำ 

หลังจากพบข้อมูลยืนยันว่าสองแถวชมพูทั้ง 2 สายไม่มีตัวตนอยู่อีกต่อไปแล้ว ผมก็เกิดความสงสัยขึ้นอีกว่า ยังมีรถหมวด 1 สายไหนในบุรีรัมย์ที่เคยถูกร่างเส้นทางไว้ แต่ไม่มีตัวตนอยู่จริงในปัจจุบันอีกไหม จึงได้ค้นหาราชกิจจานุเบกษาฉบับต่างๆ เนื่องจากเมื่อมีการร่างเส้นทางรถสาธารณะขึ้นมาใหม่ หรือหากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ จะต้องมีการประกาศไว้ตลอด แล้วก็พบว่าตลอดมา บุรีรัมย์เคยมีการกำหนดเส้นทางรถหมวด 1 ไว้เพียงแค่ 2 สายเท่านั้นคือ สาย 1 โครงการชลประทานบุรีรัมย์ – บ้านมะค่า และ สาย 2 บ้านซาด – บ้านยาง โดยที่สาย 1 ถูกแก้ไขเส้นทางครั้งสุดท้ายตั้งแต่ปี 2557 และสาย 2 ถูกแก้ไขครั้งสุดท้ายตั้งแต่ปี 2525…

นั่นก็หมายความว่า แม้เวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ เมืองจะขยายตัวหรือเจริญขึ้นปานใด ก็ไม่มีการเพิ่มเส้นทางรถในเมืองบุรีรัมย์ขึ้นเลย ทำให้เห็นว่าในบางจังหวัด นอกจากคนในพื้นที่จะไม่มีโอกาสได้สัมผัสรถเมล์ดีๆ แล้ว พวกเขาอาจไม่เคยสัมผัสรถประจำทางเลยด้วยซ้ำ เพราะมันไม่เคยมีตัวตนอยู่แต่แรก


นอกจากบุรีรัมย์แล้ว ในเอกสารสถิติจำนวนใบอนุญาตประกอบการขนส่งยังระบุให้เห็นว่า มีอีกถึง 23 จังหวัดที่ไม่มีรถหมวด 1 ให้บริการอยู่ได้แก่ ชัยนาท อ่างทอง ปทุมธานี นครปฐม นครนายก ปราจีนบุรี  จันทบุรี ชัยภูมิ สุรินทร์ บึงกาฬ หนองคาย เลย นครพนม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำพูน พิจิตร ปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส นั่นหมายความว่า ไม่ได้มีเพียงบุรีรัมย์จังหวัดเดียวที่ไม่มีรถสาธารณะวิ่งบริการประชาชนในตัวเมือง แต่ในภาพรวมแล้วมีถึง 24 ใน 77 จังหวัด หรือเกือบ 1 ใน 3 ของประเทศไทยที่ประสบปัญหาดังกล่าวเช่นกัน

(ปทุมธานีไม่มีรถหมวด 1 แต่มีรถหมวด 1 จากกรุงเทพฯ วิ่งไปถึง)

(แม้นครปฐมจะมีรถหมวด 1 จากกรุงเทพฯ วิ่งไปถึง แต่ก็วิ่งเข้าไปแค่พื้นที่ อ.พุทธมณฑล อ.สามพราน อ.นครชัยศรี เท่านั้น ไม่มีรถวิ่งไปถึง อ.เมืองนครปฐม แต่อย่างใด)

ที่มีอยู่ก็ใช่ว่าจะดี

แม้ว่าใน 53 จังหวัดที่เหลือจะมีรถสาธารณะในเมืองวิ่งอยู่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเพียงพอแล้ว เพราะในจังหวัดเหล่านี้ก็สามารถพบปัญหารถสาธารณะเรื่องอื่นที่คล้ายกับกรุงเทพฯ มากขึ้น เช่น ประเภทรถที่มักเป็นสองแถวซึ่งไม่ตอบโจทย์กับอากาศประเทศไทย และไม่รองรับผู้ที่ใช้รถเข็น wheelchair หรือปัญหาการเดินรถที่รอนานและติดตามอะไรไม่ได้ อีกทั้งปัญหาหลักที่ดูเป็นเรื่อง classic อย่างต้นทุนในการประกอบการ เพียงแต่ผู้ให้บริการเหล่านี้ยังคงให้บริการอยู่ (เพราะถ้าไม่ให้บริการต่อแล้วก็จะล้มหายตายจากไปเหมือนกับบุรีรัมย์)

รถสองแถวที่แม้ไม่รองรับรถเข็น wheelchair และไม่มีความปลอดภัย แต่ยังคงเป็นรถสาธารณะประเภทหลักอย่างหนึ่งในต่างจังหวัด เช่น จ.ขอนแก่น ที่ถ่ายภาพนี้

นอกจากรถสองแถวที่วิ่งอยู่ในเมืองแล้ว แม้ในปัจจุบันจะเริ่มมีโครงการ Smart Bus เกิดขึ้นในจังหวัดต่างๆ อันเป็นผลจากการศึกษาของสำนักงานขนส่งแต่ละจังหวัด รวมถึงเทศบาลแต่ละจังหวัด เช่น ขอนแก่น สระบุรี เชียงใหม่ ทำให้แต่ละจังหวัดมีรถสาธารณะที่มีคุณภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะในแง่ของความสะดวกสบายและความปลอดภัย แต่ระหว่างทางก็เหมือนว่าจะมีขวากหนามอยู่เต็มไปหมด

เนื่องจากโครงการ Smart Bus นี้ ผู้ที่ออกเงินลงทุนก็คือเอกชนแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีรัฐเข้ามาช่วยเหลือประคับประคอง แม้ในวันที่เปิดเดินรถอาจจะมีพิธีการใหญ่โต แต่ถ้าเงินทุนไม่แน่นพอ สุดท้ายก็ต้องตายจากไปเงียบๆ อยู่ดี เหมือนกับหลายจังหวัดที่เคยมีรถเมล์ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไปไม่เคยรอดถึงฝั่งอย่างเช่น อุดรธานี เชียงราย หรือบางจังหวัดต่อให้อยู่รอด ก็อาจจะมีวิ่งเพียงแค่ช่วงเช้า – เย็น ตามเวลาเรียนของนักเรียนที่มักเป็นลูกค้ากลุ่มหลักของรถสาธารณะตามต่างจังหวัด

รอบเวลาวิ่งล่าสุดของ Smart Bus จ.สระบุรี ที่เหลือเที่ยววิ่งเพียงวันละ 4 เที่ยวเฉพาะวันธรรมดาเท่านั้น
ขอบคุณภาพจาก Bangkokbusclub

เหตุการณ์ที่กล่าวมานี้คือภาพที่ฉายวนซ้ำไปมาครั้งแล้วครั้งเล่า คล้ายกับการ Move on เป็นวงกลม เพราะ ตราบใดที่ผู้ให้บริการรถสาธารณะยังต้องเอาชีวิตรอดอยู่ในเกมที่เดิมพันด้วยเงินของตัวเองทั้งหมดอย่างนี้ ก็คงจะไม่มีใครมีโอกาสมองเห็นความยั่งยืนของขนส่งสาธารณะในต่างจังหวัด

น่าเศร้าใจที่แม้ในขณะที่แผนพัฒนาประเทศโครงการใหญ่ๆ ออกไปต่างจังหวัด อย่างเช่น รถไฟความเร็วสูง ทางด่วนระหว่างเมือง โครงการนิคมอุตสาหกรรม ฯลฯ จะดำเนินต่อไปไกลเท่าไร เรากลับไม่เคยเห็นแผนที่จะพัฒนารถสาธารณะในจังหวัดต่างๆ ให้เข้ากับยุคสมัยอย่างยั่งยืน (แค่มองการออกแบบของสถานีรถไฟใหม่ๆ ก็ยังไม่เห็นจุดจอดสำหรับรถสาธารณะเลย)

จุดยืนของผมเองยังคงไม่ต่างจากตอนที่เขียนงาน “รถ Feeder” เส้นเลือดฝอยที่สำคัญต่อคนเมืองไม่แพ้เส้นเลือดใหญ่ ที่อยากให้ภาครัฐหันมาสนใจรถสาธารณะเหล่านี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการในฐานะสวัสดิการของประชาชน หรือสนับสนุนต้นทุนให้ผู้ประกอบการในปัจจุบันกล้าลงทุนมากขึ้นก็คงพอใจมากแล้ว ขอแค่ไม่ทำให้ประชาชนมองว่าการมีรถส่วนตัวเป็น ‘ปัจจัย 4’ ที่ถ้าไม่มีก็ไม่สามารถออกไปนอกบ้านได้ ก็เพียงพอ

บรรณานุกรม

กลุ่มสถิติการขนส่ง กองแผนงาน กรมการขนส่งทางบก (2567). จำนวนใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ณ วันที่ 30 กันยายน 2567
https://web.dlt.go.th/statistics/

ยามาฮ่า (ม.ป.ป.). ทำความรู้จักการแข่งรถมอเตอร์ไซค์ MotoGP และ WorldSBK ที่เหล่าไบค์เกอร์ทั่วโลกต้องดู
https://www.yamaha-motor.co.th/blog/detail?url=ทำความรู้จักการแข่งรถมอเตอร์ไซค์-moto-gp-และ-worldsbk-ที่เหล่าไบค์เกอร์ทั่วโลกต้องดู


ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
1
Love รักเลย
0
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:Articles

Articles

ข่าวจริงแล้วไง จะเอาอะไรอีกจ๊ะ

เรื่อง: ว่าแล้วคุณต้องอ่าน ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ ช่วงสัปดาห์ก่อน ระหว่างไถฟีดโซเชียลฯ ผมบังเอิญได้อ่านข่าวของเหตุการณ์เดียวกันสองชิ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่พาดหัวกลับฉายภาพเบื้องต้นของเหตุการณ์ต่างกัน ชิ้นแรกมีพาดหัวที่บอกว่าศาลอุทธรณ์ยังไม่ตัดสินคดีปลาหมอคางดำและคาดว่าต้องใช้เวลาพิสูจน์อีกนาน ส่วนชิ้นที่สองมีพาดหัวที่บอกว่าศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น รับฟ้องเป็นคดีแบบกลุ่ม ผมเปิดเข้าไปอ่านทั้งคู่ แล้วพบว่าข้อเท็จจริงในข่าวก็ไม่ได้ขัดกัน ทั้งสองชิ้นรายงานว่าศาลอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม ...

Articles

‘เจอร์ซีย์’ จากเสื้อกีฬา สู่แฟชั่นมหาลัย

เขียน วรนิษฐ์ ภัคคะศรีโรจน์กราฟิก กัลย์สุดา ทองดี เมื่อไม่กี่วันก่อน ขณะที่กำลังนอนไถฟีดอย่างสบายใจ กลับมีโพสต์หนึ่งเด้งขึ้นมา เป็นโพสต์การขายเสื้อที่มาพร้อมความวาบหวิวกระแทกตา (รูปผู้ชายถอดเสื้อ) มากกว่าจะโชว์คอลเล็กชันเสื้อใหม่ ด้วยความแปลกใจ เลยเลื่อนดูตั้งแต่ต้นจนจบ ก็พอจะรู้ได้ว่า อ๋อ ...

Articles

สภาวะของกรงขัง เรือนจำ และการป้องกันโลกภายนอก

เรื่อง: .JPEG ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้เดินทางไปยังศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าแห่งหนึ่ง พร้อมๆ กับได้ขบคิดประเด็นสำคัญว่า สัตว์ป่าเหล่านี้ต้องอยู่ในกรงขังไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัย เนื่องมาจากว่าสัตว์จำนวนมากได้รับการช่วยเหลือมาจากขบวนการลักลอบขนสัตว์ป่า และไม่สามารถปล่อยตัวไปสู่ป่าใดๆ ในประเทศไทยได้ จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่การไม่สามารถปล่อยตัวคืนสู่ป่าใดในประเทศไทยได้ เป็นไปเนื่องจากสัตว์ป่าเหล่านี้ ...

Articles

เมื่อคนไทยมียิ้มในคดีโกงสว.

เรื่อง: หนุ่ม คลองหลวง สมมติว่า นี่คือข้อสอบวิชา ‘ทักษะชีวิตสำหรับพลเมืองไทย’ ขอให้พลเมืองไทย ตอบคำถามต่อไปนี้ (เต็ม 229 คะแนน) ท่ามกลางความรู้สึกวิตกกังวล เครียด ชอกช้ำ อยากย้ายประเทศหนี ...

Articles

เมืองมายา: เมื่อความเท่าเทียม (ทางเพศ) อาจเป็นเพียงภาพลวงในสังคมไทย

เรื่อง: ไม้แดง  รังสิต ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ จ่ายเบี้ยประกันสังคม งบประมาณโคตรจะงง ขอให้ยกมือขึ้น อยากมีรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ยังไปไม่ถึงไหน เลยยกมือขึ้น (ไม่เอาอำนาจสว. อยากเลือก สสร.) ...

Articles

ส่องสังคมอุดมอารมณ์ เราเรียนรู้อะไรเมื่อความสูญเสียกลายเป็นวัตถุดิบของข่าว ในยุคที่อะไรก็เป็นคอนเทนต์ได้ทั้งนั้น

เรื่อง: Mother Mad Grey ในโลกดิจิทัล สิ่งที่เรียกว่าข้อมูลกลายเป็นสิ่งที่หาได้ทั่วไปในวันที่ดาต้าล้นจอ จนหาต้นไม่เจอ หาปลายไม่เห็น เมื่อเกิดเหตุการณ์ใหญ่ ข้อมูลแบบแปะๆ ไล่เรียงเหตุการณ์หลั่งไหลเข้าสู่หน้าฟีดอย่างพร่ำเพรื่อ โดยเฉพาะข้อมูลที่เล่าเรื่องการเกิดขึ้นของเหตุการณ์แบบ ใคร ทำอะไร ที่ไหน ...

0 %