เขียน ธีรภัทร กมล
กราฟิก ธีรภัทร กมล

อาจารย์คณะวิทยาการเรียนรู้ฯ มธ. ชี้ กยศ.ล่มส่วนหนึ่งเพราะผู้กู้ที่เรียนจบไปไม่ได้มีงานที่มีค่าตอบแทนเพียงพอกับความสามารถในการจ่ายคืน มองเป็นปัญหาของระบบการศึกษาที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งรัฐบาลยังวางแผนโครงสร้างและออกงบประมาณด้วยมุมมองฝ่ายบริหาร อาจทำให้มองข้ามถึงความต้องการจริงของผู้เรียน
จากกรณีที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) นั้นขาดสภาพคล่อง มีรายได้ที่ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายสะสมกว่าแสนล้านบาทจนทำให้ไม่สามารถกระจายความช่วยเหลือถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง และมีนักศึกษาจำนวนมากไม่ได้รับการจัดสรรโควตาในการกู้กยศ.จนอาจต้องออกจากมหาวิทยาลัยนั้น เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ในการสัมภาษณ์ออนไลน์ วงอร พัวพันสวัสดิ์ อาจารย์คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ปัญหาเรื่องกยศ.ที่เกิดขึ้นอยู่นั้น สาเหตุหนึ่งมาจากการที่ผู้กู้แม้จะเรียนจบไปแล้วก็ยังไม่มีงานที่สามารถใช้จ่ายหนี้ได้เพียงพอจนทำให้ไม่สามารถใช้หนี้ได้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบการศึกษาไทยที่อาจไม่ได้มีประสิทธิภาพในการพัฒนาผู้เรียนที่มากพอ และอาจไม่ได้มุ่งพัฒนาเพื่อตอบโจทย์กับความต้องการของเศรษฐกิจ
วงอรกล่าวว่า ปัญหาหนึ่งที่มีส่วนให้ระบบการศึกษาไทยอาจยังไม่มีประสิทธิภาพต่อผู้เรียนคือ โครงสร้างการวางแผนยุทธศาสตร์และการกำหนดงบประมาณในส่วนต่างๆ ที่รัฐบาลกำหนดขึ้นโดยใช้มุมมองของคนบริหารจากข้างบน กำหนดเป็นกรอบเอาไว้ให้บุคลากรที่อยู่ข้างล่างลงมาต้องบรรลุตามที่ตั้งไว้ โดยที่รัฐบาลอาจไม่ได้มีความสนใจถึงผู้เรียนจริงๆ ว่าควรจะได้รับการศึกษาไปในทิศทางไหน มีปัญหาอย่างไร หรือมีคุณภาพในเรื่องใดที่ต้องพัฒนา
“เราควรรู้ว่าจะพัฒนาการศึกษาไปในทางไหน การเรียนการสอนที่ดีควรเป็นยังไงถึงเกิดคุณภาพกับผู้เรียนมากที่สุด ไม่ใช่ว่าจะสร้างมาแค่ตัวชี้วัด แล้วคุณจะทำยังไงก็ได้ให้บรรลุผลลัพธ์ตามที่กำหนด” อาจารย์คณะวิทยาการเรียนรู้ฯ กล่าว
วงอรกล่าวว่า เมื่อดูในสรุปโครงการและงบประมาณภายใต้แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2570 ของกระทรวงศึกษาธิการแล้ว โครงการต่างๆ ที่กำหนดงบประมาณขึ้นมา นอกจากงบที่ต้องใช้ประจำแล้ว ที่เหลือส่วนมากเป็นการกำหนดโครงการให้เข้ากับตัวชี้วัดที่มีความเป็นนามธรรม เช่น การศึกษาเพื่อเสริมความมั่นคง การเรียนการสอนเพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัย มีน้อยโครงการที่จะใช้โรงเรียนหรือผู้เรียนเป็นที่ตั้ง เห็นได้ว่าเป็นการมองจากส่วนกลางลงไป และดูออกได้ยากว่าตัวชี้วัดที่กำหนดมาจะสามารถนำไปพัฒนาส่วนไหนของผู้เรียนให้มีคุณภาพมากขึ้น
วงอรกล่าวต่อว่า ถ้าหากลองไปดูการพัฒนาของประเทศอื่นๆ แล้วจะพบว่าอย่างแผนการพัฒนาของมาเลเซียก็ทำให้ประชาชนก็สามารถรับรู้ได้ถึงความชัดเจนในจุดมุ่งหมายว่าจะพัฒนาไปในทางไหน จากการรายงานข่าวที่เกี่ยวข้องก็มีการระบุว่ามีการใช้งบพัฒนาอย่างไร ใช้งบเท่าไหร่ และสร้างโรงเรียนเพิ่มกี่โรงเรียนในแถบไหน ต่างจากไทยที่มีแผนยุทธศาสตร์ก็เหมือนไม่มี เพราะไม่ว่าจะตัวอาจารย์เองหรือบุคลากรก็ดูไม่ออกว่ารัฐบาลมีเป้าหมายพัฒนาการศึกษาที่ชัดเจนในทางไหน อย่างไร
วงอรให้สัมภาษณ์ว่า สุดท้ายแล้วการมีอยู่ของกยศ.นั้นยังมีความจำเป็น เพราะยังมีคนที่ต้องอาศัยระบบนี้อยู่ แต่อีกทางเลือกที่สำคัญที่รัฐบาลต้องพัฒนาเพิ่มต่อไปคือคุณภาพการศึกษาและมหาวิทยาลัย รวมถึงเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ เพราะปัญหาไม่ใช่เพียงแค่ระบบการให้กู้
“ในด้านหนึ่งก็ต้องตั้งคำถามว่ามหาวิทยาลัยทำหน้าที่พัฒนาศักยภาพมนุษย์ได้มากแค่ไหน ไม่ใช่แค่ให้นักศึกษากู้เงินไปเพื่อแค่เอาใบปริญญาแต่ไม่ได้เพิ่มขีดความสามารถของตัวเองหรือเพียงเพื่อให้ได้ใบปริญญาไปทำงาน ถ้าแบบนั้นประเทศเรามันก็อยู่กับที่ เพราะทุกคนมีปริญญาหมด แต่คุณภาพไม่ได้ดีขึ้น” วงอรกล่าว
พี (นามสมมติ) นักศึกษาสาขาวิชาการจัดการกีฬา คณะสหเวชศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 มธ. ให้สัมภาษณ์ว่า การมีอยู่ของกยศ. ก็เหมือนเป็นการให้โอกาสกับคนที่ไม่มีเงิน เพราะการศึกษาไม่ใช่แค่ควรมีคุณภาพ แต่ควรเป็นสิ่งที่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบันที่ทำให้กยศ.กระจายไม่ทั่วถึง กระทั่งตัวเขาเองที่ไม่ได้รับการจัดสรรโควตาในการกู้กยศ. ก็ทำให้เกิดความกังวลใจในอนาคตเช่นกัน เช่นนี้แล้วจุดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ควรพัฒนา เพราะเขามองว่าราคาในการเข้าถึงการศึกษาควรลดลงบ้างเพราะความรู้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการหางาน และยังฝากให้ผู้กู้รายเก่าพยายามจ่ายคืนเท่าที่ทำได้ แม้จะเข้าใจว่าบางคนอาจจะขัดสนจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังอยากให้โอกาสแบบนี้มีอยู่ต่อไปในอนาคต
อ้างอิง
วศินี พบูประภาพ. (23 กันยายน 2569). “คนจะจมน้ำก็ต้องช่วยขึ้นมาก่อน” กองทุน กยศ. ขาดสภาพ. คล่องเพราะเหตุใด การอุดหนุนเงินฉุกเฉินใช่ทางออกหรือไม่ ?. BBC NEWS ไทย. https://www.bbc.com/thai/articles/c6e9e5244pjgo










