เขียน ธีรภัทร กมล
ภาพถ่าย กัลย์สุดา ทองดี
กราฟิก รณรต วงษ์ผักเบี้ย

เครือข่ายนักศึกษายื่นหนังสือคัดค้านการเข้าร่วม UPOV 1991 ชี้เป็นปัญหาใกล้ตัวที่ประชาชนไม่ควรมองข้าม เตือนอาจส่งผลต่อความหลากหลายของสินค้าและเพิ่มภาระค่าครองชีพ พร้อมระบุว่าประชาชนยังสามารถติดตามและเรียกร้องความเป็นธรรมในกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ แม้การเข้าร่วมอนุสัญญาจะผ่านความเห็นชอบแล้ว
เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่แอททินี ทาวเวอร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายนักศึกษาได้ยื่นหนังสือคัดค้านการเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV 1991 ต่อผู้แทนสหภาพยุโรป (EU) โดยเป็นความเคลื่อนไหวต่อเนื่องจากการยื่นหนังสือต่อพรรคเพื่อไทยก่อนหน้านี้ และการยื่นหนังสือของกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิเสธการเข้าร่วมอนุสัญญาดังกล่าวในการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทย – EU เนื่องจากกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อสิทธิของเกษตรกร หากประเทศไทยตกลงเข้าร่วมอนุสัญญาฉบับนี้
พี (นามสมมติ) ตัวแทนเครือข่ายนักศึกษา กล่าวว่าแม้การคัดค้านการเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV 1991 จะเป็นข้อเรียกร้องที่กลุ่มเกษตรกรเคลื่อนไหวมาอย่างต่อเนื่อง แต่ประเด็นดังกล่าวยังไม่ได้รับความสนใจในวงกว้าง โดยเฉพาะในกลุ่มชนชั้นกลางและนักศึกษามากนัก เครือข่ายจึงต้องการชี้ให้สังคมเห็นถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งกับเกษตรกรและประชาชน ให้มีการร่วมติดตามการกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
พีกล่าวว่า เกษตรกรไทยมีความสามารถในการพัฒนา คัดเลือก และปรับปรุงพันธุ์พืชให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ จนเกิดเป็นพันธุ์พืชท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ ทั้งพันธุ์ข้าว พืชผัก และพืชพื้นถิ่นในแต่ละภูมิภาค แต่กังวลว่าหากไทยเข้าร่วมอนุสัญญาดังกล่าว ข้อจำกัดด้านสิทธิในเมล็ดพันธุ์อาจส่งผลกระทบต่อการนำพันธุ์พืชไปปรับปรุงหรือพัฒนาต่อยอดโดยเกษตรกร ส่งผลให้ความหลากหลายของพันธุ์พืชลดลง อีกทั้งอาจกระทบต่อความหลากหลายของสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน
พีกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเกษตรกรยังสามารถเก็บและคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองได้ แต่หากข้อกำหนดภายหลังการเข้าร่วมอนุสัญญาทำให้เกษตรกรต้องพึ่งพาเมล็ดพันธุ์จากเอกชนเท่านั้น อาจทำให้ทางเลือกของเกษตรกรในการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ลดลง และอาจนำไปสู่การผูกขาด ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นในอนาคต
“ผลกระทบที่ประชาชนจะได้รับโดยตรงคือ หากต้นทุนการผลิตของเกษตรกรสูงขึ้น ราคาสินค้าอาหารก็มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นตาม ไม่ใช่แค่เฉพาะข้าวหรือผัก แต่ยังรวมถึงอาหารสัตว์และผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ ด้วย อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังมีการประเมินว่าการเข้าร่วม UPOV 1991 อาจทำให้ราคาเมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้น 2-6 เท่า หากเป็นเช่นนั้นผลกระทบต่อราคาอาหารในภาพรวมก็คงต้องนำไปศึกษากันต่อว่าจะเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด”
พีให้สัมภาษณ์อีกว่า ประเด็น UPOV 1991 นี้ ยังได้รับความสนใจจากสาธารณะค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับประเด็นการเมืองที่อยู่ในกระแส เนื่องจากเป็นเรื่องที่ค่อนข้างไกลตัวและไม่มีภาพความขัดแย้งที่ชัดเจน และความคาดหวังในตอนนี้คือการช่วยผลักดันให้ประเด็นดังกล่าวเป็นที่รับรู้ในวงกว้าง และเข้าถึงกลุ่มนักศึกษามากขึ้น
“ตอนนี้ก็ดูสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ก็อยากให้ไปได้ไกลกว่านี้ เพราะเป็นประเด็นที่ยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้คนจำนวนมาก และถ้าหากเข้าร่วมไปแล้ว การย้อนกลับมาแก้ไขก็อาจทำได้ยาก” พีกล่าวและว่า การเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV1991 ก็ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะต้องนำกฎหมายที่มีรายละเอียดตายตัวมาใช้ทันที แต่เป็นเพียงกรอบแนวทางสำหรับการออกกฎหมายภายในประเทศ ดังนั้นแม้การคัดค้านการเข้าร่วมจะไม่ประสบผลสำเร็จ ภาคประชาชนและเกษตรกรยังสามารถติดตามและเรียกร้องให้กระบวนการออกกฎหมายของรัฐบาลเป็นธรรม รวมถึงลดผลกระทบต่อสิทธิของเกษตรกรให้มากที่สุดได้ การรณรงค์และการติดตามประเด็นดังกล่าวจึงยังมีความจำเป็น แม้อนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้แล้วก็ตาม
ด้าน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ว่าการพิจารณาเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV 1991 ยังอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรและประชาชน เนื่องจากมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการเข้าร่วม จึงจำเป็นต้องมีการรับฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้การตัดสินใจในท้ายที่สุดมีเหตุผลรองรับและสามารถชี้แจงต่อทุกฝ่ายได้
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการยื่นหนังสือคัดค้านการเข้าร่วม UPOV 1991 ต่อผู้แทนสหภาพยุโรป บริเวณอาคารแอททินี ทาวเวอร์ เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ผู้แทนสหภาพยุโรปเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว แต่ได้รับการปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ ขณะที่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าวยังคงเปิดรับความคิดเห็นจนถึงวันที่ 11 ต.ค. นี้











