เขียน รณรต วงษ์ผักเบี้ย
ภาพถ่าย รณรต วงษ์ผักเบี้ย
กราฟิก กัลย์สุดา ทองดี

นักศึกษามธ. ร้องเรียน ค่าธรรมเนียมขอใบรับรองฯ ใบรายงานผลการเรียนแพง แนะควรให้สวัสดิการขอได้ฟรีหรือมีโควตาให้รายปี ด้านสำนักทะเบียนฯ มธ. ชี้นำค่าบริการไปจ่ายต้นทุน หากให้ฟรีจะไม่มีงบประมาณมารองรับ
วันที่ 12 ก.ย. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิต พลกฤต นฤพันธาวาทย์ นักศึกษาสาขาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 มธ. กล่าวว่า ค่าธรรมเนียมการขอใบรายงานผลการศึกษาและใบรับรองการเป็นนักศึกษา จากสำนักงานทะเบียนนักศึกษา มธ. ซึ่งอยู่ที่ใบละ 50 บาทนั้นแพงเกินไป โดยเอกสารเหล่านี้เป็นเอกสารที่นักศึกษาทุกคนต้องใช้ในหลายสถานการณ์ เช่น ส่งเอกสารขอฝึกงาน ยื่นสมัครงาน ใช้ยืนยันสถานะนักศึกษา ซึ่งส่วนใหญ่ต้องขอเอกสารทั้ง 3 ฉบับ ได้แก่ ใบรับรองการเป็นนักศึกษาฉบับภาษาไทย ใบรับรองการเป็นนักศึกษาฉบับภาษาอังกฤษ และใบรายงานผลการศึกษา ทำให้ต้องเสียค่าธรรมเนียมถึง 150 บาท
“150 บาท สามารถซื้อข้าวได้ตั้งกี่มื้อ ต้องยอมรับว่า มธ. ไม่ได้มีแค่นักศึกษาที่มีเงิน และทุกคนจำเป็นต้องใช้เอกสารนี้ ดังนั้นจึงควรเป็นสวัสดิการที่ให้นักศึกษา” พลกฤต กล่าว
ปัณณธร จิระเจริญวงศ์ษา นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 มธ. ให้สัมภาษณ์ว่า ค่าธรรมเนียมการขอเอกสารจากสำนักทะเบียนฯ ค่อนข้างแพง เนื่องจากการขอรอบหนึ่งต้องใช้หลายใบ อีกทั้งไม่รู้ว่าอย่างน้อย 50 บาท ที่จ่ายไปนั้น จะไปเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนไหนบ้าง
ปัณณธร กล่าวต่อว่า หากไม่สามารถให้เป็นสวัสดิการฟรีได้ อาจจะต้องหาจุดตรงกลางร่วมกัน เช่น การลดค่าธรรมเนียมลงเหลือ 20-30 บาท หรืออาจใช้วิธีจำกัดโควตาการขอเอกสารได้ฟรีเป็นจำนวนครั้ง เช่น ปีละ 2 ครั้ง หรืออาจให้เป็นโควตาจำนวนเงิน เช่น ปีละ 100 บาท เป็นต้น ก็อาจช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ที่จำเป็นต้องขอเอกสารหลายครั้ง
กรกนก ประภาสโสภณ หัวหน้างานทะเบียนนักศึกษา 2 สำนักงานทะเบียนฯ มธ. ให้สัมภาษณ์ว่า การเก็บค่าธรรมเนียม 50 บาทนั้น เป็นไปตาม ประกาศมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียม และค่าบริการ สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา ในปีการศึกษา 2569 พ.ศ. 2568 ซึ่งมีตอนหนึ่งระบุว่ามีอัตราค่าบริการใบรับรองผลการศึกษาฉบับละ 50 บาท การเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นการนำไปจ่ายต้นทุนของการออกเอกสารอื่นๆ ที่นอกเหนือจากใบรายงานผลการศึกษาและใบรับรองการเป็นนักศึกษาด้วย เช่น ใบรับรองคาดว่าจะสําเร็จการศึกษา สำหรับนักศึกษาที่แจ้งจบการศึกษา ใบรับรองสอบไล่ได้ครบทุกวิชา หนังสือรับรองคุณวุฒิ เซ็นซองสําหรับผู้ไปศึกษาต่อต่างประเทศ เป็นต้น โดยต้นทุนในการออกเอกสารเหล่านี้จะรวมถึงค่าใช้จ่ายอย่าง ค่ากระดาษ ค่าโลโก้มหาวิทยาลัย ค่าจ้างโรงพิมพ์ ซึ่งทางสำนักทะเบียนจะมีการของบล่วงหน้าจาก มธ. ตามรอบปีงบประมาณ โดยคำนวนงบจากจำนวนนักศึกษาในปีนั้นๆ และเมื่อนักศึกษาจ่ายค่าบริการแล้ว เงินที่จ่ายไปก็จะเข้าไปที่กองคลัง มธ. โดยตรง
กรกนก กล่าวเพิ่มเติมว่า ในประเด็นที่มีนักศึกษาเสนอให้เป็นสวัสดิการฟรีสำหรับนักศึกษา หรือลดค่าบริการ หรือการจำกัดโควตาต่อปีนั้น หากทางสำนักทะเบียนฯ ดำเนินการตามนี้ จะกลายเป็นว่าไม่มีงบประมาณมารองรับในค่าใช้จ่ายต้นทุนต่างๆ เนื่องจากงบจากมหาวิทยาลัยไม่สามารถครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ นอกจากนี้เธอยังมีข้อเสนอที่ว่าให้เก็บค่าบริการการขอเอกสารแบบเหมาจ่ายต่อเทอม แต่ก็อาจจะทำให้ผู้ที่ไม่ได้ใช้บริการขอเอกสารในเทอมนั้นๆ รู้สึกว่าไม่ยุติธรรมได้
หัวหน้างานทะเบียนนักศึกษา กล่าวว่า หากนักศึกษาต้องการผลักดันให้การขอเอกสารเป็นสวัสดิการฟรี หรือลดอัตราค่าบริการลง อาจต้องไปเสนอกับพรรคนักศึกษาเพื่อไปหารือกับคณะผู้บริหาร มธ. โดยตรง เนื่องจากสำนักทะเบียนเป็นหน่วยงานกลางที่นำนโยบายของมหาวิทยาลัยมาปฏิบัติเท่านั้น
อ้างอิง
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. (2568). ประกาศมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียม และค่าบริการ สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา ในปีการศึกษา 2569. สำนักงานทะเบียนนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์








