เขียน วรนิษฐ์ ภัคคะศรีโรจน์
กราฟิก กัลย์สุดา ทองดี

เมื่อไม่กี่วันก่อน ขณะที่กำลังนอนไถฟีดอย่างสบายใจ กลับมีโพสต์หนึ่งเด้งขึ้นมา เป็นโพสต์การขายเสื้อที่มาพร้อมความวาบหวิวกระแทกตา (รูปผู้ชายถอดเสื้อ) มากกว่าจะโชว์คอลเล็กชันเสื้อใหม่ ด้วยความแปลกใจ เลยเลื่อนดูตั้งแต่ต้นจนจบ ก็พอจะรู้ได้ว่า อ๋อ นี่คือการขายเสื้อเจอร์ซีย์ของธรรมศาสตร์ (มธ.) นั่นเอง
‘เสื้อเจอร์ซีย์’ สิ่งที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนในมหาวิทยาลัยก็ต้องเจอคนใส่ เวลามีกิจกรรมต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย เสื้อเจอร์ซีย์มักจะเป็นสินค้าที่ออกมาขายพร้อมกันเสมอ และนอกจากการใส่ ทุกวันนี้การโปรโมตเสื้อเจอร์ซีย์ของทุกเจ้าก็ยังแข่งขันกันสูงราวกับสินค้า Hard Sell อย่างไรอย่างนั้น กระแสการสั่งซื้อที่พุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดผู้ผลิตเสื้อหน้าใหม่ออกมาเรื่อยๆ เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์เสื้อเจอร์ซีย์ระบาดเกลื่อนไปทั่วมหาวิทยาลัย และสิ่งนี้ไม่ได้เกิดแค่ที่ มธ. เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มหาวิทยาลัยอื่นๆ ก็ยังคงมีรูปแบบการขายเสื้อเจอร์ซีย์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน สิ่งนี้จึงทำให้เรามองลึกเข้าไปถึงที่มาและการมีอยู่ของเสื้อเจอร์ซีย์ แฟชั่นของเหล่านักศึกษาที่ฮิตในปัจจุบัน
เจอร์ซีย์ แฟชั่นสตรีตสุดฮิตในรั้วมหาวิทยาลัยมาจากไหน ?
ย้อนกลับไปในช่วงยุค 90s ฟุตบอล หนึ่งในกีฬาในตำนานที่ยังคงอยู่ตลอดกาลได้รวมแฟนๆ ทั่วทุกมุมโลกเข้าด้วยกัน ยุคนั้นอังกฤษมีทีมดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เอฟเวอร์ตัน ฯลฯ เรียกได้ว่าเป็นยุคทองของกีฬาฟุตบอลอังกฤษ
นอกจากเกมการแข่งขันแล้ว สิ่งที่ผู้ชมมักให้ความสนใจไม่แพ้กันคือ ‘เครื่องแต่งกาย’ ซึ่งแน่นอนว่ารวมไปถึงเสื้อบอล ที่ทำให้ใครหลายคนอยากซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึกและนำมาสวมใส่
หากจะให้สันนิษฐาน เสื้อเจอร์ซีย์ในรั้วมหาวิทยาลัยไทยอาจมีจุดเริ่มต้นไม่ต่างจากงาน ‘ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์’ งานที่เชื่อมโยงผู้คนทั้งสองสถาบันไว้ด้วยกัน เสื้อเชียร์สีชมพูและสีเหลือง-แดง ที่มีตราสัญลักษณ์อันโดดเด่น เป็นการแสดงออกถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของนิสิตและนักศึกษา กระแสความชื่นชอบและความภาคภูมิใจในสถาบันจึงน่าจะเป็นพลังสำคัญ ที่ทำให้เสื้อกีฬาพัฒนามาเป็นเสื้อเจอร์ซีย์ที่ไม่ว่าใครก็สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันอย่างทุกวันนี้
วัฒนธรรม เสื้อเจอร์ซีย์ ยูนิฟอร์มยุคใหม่ ที่เจอทุกวันตอนเรียน
นอกจากงานใหญ่ของมหาวิทยาลัยแล้ว มธ. ก็ยังคงมีกิจกรรมที่จัดโดยคณะต่างๆ ทั้งการแข่งกีฬา กิจกรรมสันทนาการต่างๆ เสื้อเจอร์ซีย์จึงเข้ามาเป็นตัวแทนบ่งบอกถึงอัตลักษณ์ที่ผู้คนยังคงใช้ร่วมกันอยู่ และเพราะ มธ. ให้ความอิสระเสรีแก่นักศึกษาในการแต่งตัว ทุกวันนี้การใส่เสื้อกีฬาไปเรียนจึงเป็นเรื่องปกติสำหรับนักศึกษาหลายคน โดยเฉพาะ เสื้อเจอร์ซีย์ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เฉกเช่นยูนิฟอร์มชุดหนึ่งของสถาบันไปแล้ว
ความพิเศษของเสื้อเจอร์ซีย์ไม่เพียงแต่ใช้ใส่เล่นกีฬาเพียงเท่านั้น แต่เพราะเนื้อผ้าที่เบาสบาย ผสมผสานกับลวดลายที่มีสีสัน ทำให้สามารถแมตช์ชุดได้อย่างหลากหลาย ทุกวันนี้เสื้อเจอร์ซีย์จึงกลายเป็นไอเท็มสำคัญที่หลายคนมีไว้ติดตู้
เหตุผลที่หลายคนชอบใส่เสื้อเจอร์ซีย์ก็แตกต่างกันออกไป บางคนใส่เพราะความสวยงาม บางคนใส่เพราะความสบาย บางคนใส่เพื่อทำกิจกรรม หรือบางคนก็ใส่เพียงเพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ เสื้อเจอร์ซีย์ จึงกลายเป็นไอเท็มเด็ด ที่ใครต่อใครอยากมีไว้ครอบครอง
ผิง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์ มธ. ผู้เคยซื้อเสื้อเจอร์ซีย์จากองค์กรอิสระ เล่าว่า “ตอนนั้นซื้อเพราะมี ‘โครงการไทยช่วยไทย’ ลดราคา หากซื้อราคาเต็มคงไม่ซื้อเพราะแพงเกินไป (ราคาเต็มตัวละ 400 บาท) มองว่าราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับเสื้อเจอร์ซี่ไม่ควรเกิน 300 บาท ที่เลือกซื้อในตอนนั้น เพราะซื้อด้วยกันกับเพื่อน แต่ไม่รู้ที่มาว่าองค์กรที่ซื้อคือองค์กรอะไร และทำเพื่อวัตถุประสงค์อะไร”
ขณะที่ ปาล์ม นักศึกษาสาขาวิทยาการวิเคราะห์ข้อมูลและคณิตศาสตร์ประกันภัย คณะวิทยาศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เล่าว่า “ที่ชื่นชอบเสื้อเจอร์ซีย์เพราะตัวเองเล่นกีฬา ผู้ชายหลายคนก็คงชอบเหมือนกัน ต้องยอมรับว่าเสื้อสวยๆ มีเยอะ ถ้าใครอยากได้ก็เลือกซื้อตามความชอบกันไป แต่ตอนนี้เสื้อเจอร์ซี่ทำออกมาเกลื่อนมาก ทำให้น่าเบื่อ”
เสื้อเจอร์ซีย์ แหล่งเงินทุนต่อชีวิตให้กิจกรรม
นอกจากเรื่องแฟชั่นและความชื่นชอบแล้ว เสื้อเจอร์ซีย์ก็ยังคงเป็นแหล่ง ‘หารายได้’ สำคัญในการทำกิจกรรมของนักศึกษา มธ.
การเปิดพื้นที่อิสระเสรีแก่นักศึกษา จึงทำให้เกิดการรวมตัวกันทำเสื้อเจอร์ซีย์ขององค์กรขนาดใหญ่ ตั้งแต่คณะต่างๆ และเล็กลงไปจนถึงระดับกลุ่มนักศึกษาอิสระเพียงไม่กี่คน
จากการสัมภาษณ์ผู้ที่ที่เคยทำงานในส่วนการผลิตเสื้อเชียร์ของงานเฟรชชี่เกม (Freshy Games) ซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดฝ่ายการเงินของ องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อมธ. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำงานเพื่อรองรับกิจกรรมของนักศึกษา ระบุว่า การจัดทำเสื่อเจอร์ซีย์มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำรายได้จากการขายเสื้อไปเป็นเงินสนับสนุนกิจกรรมมหาวิทยาลัย แต่ก็มีกลุ่มองค์กรอิสระที่ไม่แจ้งวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการขายเสื้อว่ามาจากคณะไหนหรือขายเพื่อจุดประสงค์อะไรอย่างชัดเจน
กัส นักศึกษาสาขาไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 มธ. ผู้เคยทำเสื้อเจอร์ซีย์ขายในนามสาขา เล่าว่า “งานที่ทำได้ผลตอบรับดี ขายได้ 60 ตัว เป็นเงินประมาณ 18,000 บาท และมีกำไรเข้าสาขา 4,000 บาท” พร้อมบอกว่า “การทำเสื้อเจอร์ซีย์มีมากเกินไป บางอันไม่มีจุดหมาย ทำออกมาเพื่อหากำไรเพียงอย่างเดียวเท่านั้น อีกทั้งยังเป็นแฟชั่นตามกระแส ราคาแพง…ขอเสนองบประหยัดไม่ควรเกิน 280 บาท”
ปาล์ม เล่าเพิ่มเติมด้วยว่า “ถึงแม้ไม่เคยร่วมผลิต แต่จากการทำกิจกรรม ก็พอจะทราบข้อมูลจากรุ่นพี่ว่าเสื้อเจอร์ซีย์เป็นแหล่งหาเงินช่วยทำกิจกรรมที่ง่าย และหลังจากเอาเงินมาช่วยเหลือกิจกรรมแล้ว นักศึกษาก็ได้ส่วนแบ่งเป็นค่าขนมเล็กน้อยถึงเกือบพัน แต่ทั้งนี้ราคาขายก็ไม่ควรเกิน 300 บาท”
เบื้องหลังเสื้อเจอร์ซีย์ที่มีสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย
โดยกระบวนการทำเสื้อเจอร์ซีย์ใน มธ. มี อมธ. เข้ามาดูแล โดยในมุมของกฎหมาย อมธ. จะแจ้งเกี่ยวกับข้อบังคับเรื่องการขออนุญาตในการใช้ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อการค้าตาม พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2558 มาตรา 86 ให้ทราบ
ทั้งนี้ หลังจากได้รับการอนุญาตทำเสื้อจากมหาวิทยาลัยแล้ว ข้อมูลจากการสัมภาษณ์พบว่ายังคงประสบปัญหาเรื่องการขาดการดูแลหลังได้รับอนุญาต เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบหลังจากนั้น ผู้ผลิตต้องดูแลเรื่องกระบวนการและความเหมาะสมกันเอง โดยไม่ได้มีหน่วยงานไหนเข้ามาตรวจสอบหรือช่วยดูอย่างจริงจัง ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา อย่างที่ระบุในตอนต้นว่า มีการโปรโมตเสื้อเจอร์ซีย์ใน มธ. ที่มาพร้อมความวาบหวิว การตั้งราคาขายที่แพงจนเกินไป รวมไปถึงการถูกหลอกจากมิจฉาชีพ และการที่คนนอกเข้ามาหาผลประโยชน์โดยใช้ชื่อสถาบันมาเป็นส่วนหนึ่งในการค้า ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อมหาวิทยาลัย และกลุ่มนักศึกษาที่ต้องการผลิตเสื้ออย่างสร้างสรรค์
วัฒนธรรมเสื้อเจอร์ซีย์กับคนรุ่นใหม่
จากปรากฏการณ์เสื้อกีฬาที่ผู้คนให้ความสนใจจนถึงตอนนี้ เสื้อเจอร์ซีย์จึงเป็นนิยามของการปรับตัวและเชื่อมบริบทของกีฬาเข้ากับการทำกิจกรรมของนักศึกษา บวกกับการใช้ชีวิตอย่างมีไลฟ์สไตล์ เพื่อเพิ่มสีสันให้กับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย
ทั้งนี้ ในมิติด้านความเป็นกระแสและการผลิตที่มีอยู่มากมายนั้น ทำให้เสื้อเจอร์ซีย์คล้ายเป็นฟาสต์แฟชั่นที่ยากต่อการควบคุมทั้งในเรื่องของราคา วัสดุ การโปรโมต และอาจเสี่ยงต่อการถูกมิจฉาชีพหลอกได้
หากตราบใดที่มหาวิทยาลัยเปิดพื้นที่อิสระในการสร้างสรรค์ผลงาน เสื้อเจอร์ซีย์อาจไม่ได้เป็นเพียงเสื้อกีฬาตามกระแสอย่างที่หลายคนมอง แต่อาจกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยที่สะท้อนตัวตนของนักศึกษาและสถาบัน ที่ยังคงรอการควบคุมและการเอาใจใส่จากหลายฝ่ายมากขึ้น
อ้างอิง
Sanook. (2 เมษายน 2568). เสื้อเจอร์ซี่ กับ เสื้อบอล ต่างกันยังไง ทำไมยุคนี้เสื้อเจอร์ซี่ถึงฮิตจัง?. https://www.sanook.com/campus/1429811/
ThaiDeka. (ม.ป.ป.). พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2558 มาตรา 86. https://deka.in.th/laws/%E0%B8%A10004-1b-0001/86
Trez Clothing. (20 มิถุนายน 2569). จากเสื้อกีฬาสู่สตรีทแฟชั่น: เมื่อ Jersey กลายเป็นมากกว่าเสื้อกีฬา. TZ WORLDWIDE. https://shorturl.asia/zgyvtu
Cole, S. (2023, March 29). Will football shirts ever be as good as they were in the 90s?. Highsnobiety. https://www.highsnobiety.com/p/football-shirts-90s/
Saitojai Sports. (15 มิถุนายน 2569). เสื้อ Jersey ใช้ผ้าอะไร? รู้จักเนื้อผ้าสำหรับเสื้อบอล. https://www.saitojaisports.com/blog/8960/what-fabric-is-used-for-jersey-football-shirt











