SocietyWritings

ส่งต่อลมหายใจ

ผู้เขียน: ชนิสรา หน่ายมี

ภาพประกอบ: นิชดา พูลเพชร

เราเชื่อว่าลมหายใจเป็นสิ่งที่มีค่าและมีความหมายสำหรับทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร นับถือศาสนาอะไร ฐานะรวยหรือจน เราทุกคนต้องหายใจ เพราะหากเราไม่หายใจความตายจะมาเยือนโดยฉับพลัน หลายคนมักบอกว่า ลมหายใจเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน แต่ถ้าเราสามารถส่งต่อลมหายใจหรือให้ชีวิตใหม่กับใครบางคนได้ ในขณะที่คุณไม่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้ว ทำให้พวกเขาได้อยู่กับพ่อแม่ ญาติพี่น้อง คนที่เขารักหรือทำให้หายจากโรคร้ายที่เขาเผชิญ ด้วยการส่งต่ออวัยวะเพื่อให้พวกเขามีชีวิตอยู่ต่อไปคงจะดีไม่ใช่น้อย

การบริจาคอวัยวะคือ การส่งต่ออวัยวะของเราให้กับบุคคลที่มีอวัยวะเสื่อมสภาพหรือใช้การไม่ได้ ด้วยวิธีการปลูกถ่ายอวัยวะ  ปัจจุบันอวัยวะที่แพทย์สามารถทำการปลูกถ่าย ได้แก่ ปอดและไตทั้ง 2 ข้าง หัวใจ ตับ ตับอ่อน และส่วนของเนื้อเยื่อ ได้แก่ ผิวหนัง ลิ้นหัวใจ กระจกตา กระดูกและเส้นเอ็น ในขณะที่บางคนคิดว่าการบริจาคอวัยวะกับการบริจาคร่างกายเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ในความเป็นจริง การบริจาคร่างกาย คือ การบริจาคเพื่อให้นักศึกษาแพทย์ใช้ศึกษาร่างกายมนุษย์

สภากาชาดไทยระบุว่า จากข้อมูลวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 ปัจจุบันในประเทศไทย มีผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะจำนวน 93,709 คน ผู้บริจาคอวัยวะแล้วจำนวน 119 คน ผู้รออวัยวะจำนวน 5,552 คน สะท้อนให้เห็นว่า ถึงแม้การบริจาคอวัยวะจะเป็นที่รู้จักกันมานานแล้ว แต่ผู้บริจาคอวัยวะยังคงมีจำนวนลดลงเมื่อเทียบกับบุคคลที่รอรับการบริจาคอวัยวะ ทั้ง ๆ ที่ การบริจาคอวัยวะ 1 คน สามารถต่อลมหายใจให้กับคนสูงสุดถึง 8 ราย ซึ่งใน 1 สัปดาห์จะมีผู้เสียชีวิต 3 คน จากการรอรับการบริจาคอวัยวะ

การบริจาคอวัยวะทำได้ 2 กรณี คือ 1. ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่โดยต้องเป็นญาติทางสายเลือด หรือสามีภรรยาเท่านั้นหรือ 2. ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะสมองตาย คือ ผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว ไม่สามารถหายใจด้วยตัวเองได้และมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการใส่เครื่องหายใจเท่านั้น หรือในบางครั้งอัตราการเต้นของหัวใจหรือความดันเลือดยังเหลืออยู่ โดยผู้ป่วยที่ไม่มีอาการเปลี่ยนแปลงเป็นเวลาอย่างน้อย 12 ชั่วโมง ตามหลักกฎหมายถือว่าเป็นผู้เสียชีวิตแล้ว แต่สาเหตุที่คนบริจาคอวัยวะน้อยอาจเป็นเพราะบางคนเชื่อว่าคนที่มีอาการเช่นนี้ถือว่ายังไม่เสียชีวิตและการบริจาคอวัยวะเป็นการพรากลมหายใจของคนที่รักไป ถึงแม้คนที่รักจะไม่สามารถหายกลับมาใช้ชีวิตปกติแล้วก็ตาม รวมถึงมีคนบางส่วนมีความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายและความเชื่อทางศาสนาที่แตกต่างกัน

ตั้งแต่ในอดีตมนุษย์มักมีความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายที่แตกต่างกัน ทำให้ส่งผลมาถึงความเชื่อในการบริจาคอวัยวะ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับศาสนาไม่ว่าจะเป็นคนที่นับถือศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์หรือศาสนาอิสลาม ซึ่งถือว่าเป็น 3 ศาสนาที่คนไทยนับถือมากที่สุดในประเทศไทย

คนที่นับถือศาสนาพุทธบางส่วนเชื่อว่าหากบริจาคอวัยวะ ชาติหน้าจะเกิดมาอวัยวะไม่ครบ 32  คนที่นับถือพระพุทธศาสนานิกายสุขาววดี เชื่อว่าวิญญาณยังคงอาศัยอยู่ในร่างของผู้เสียชีวิต ภายหลังจากการหยุดหายใจห้ามนำอวัยวะส่วนใดออกจากร่างกาย เพราะถือว่าเป็นการรบกวน และทำลายวิญญาณของผู้เสียชีวิต ห้ามสัมผัสร่างผู้เสียชีวิต ในขณะที่ร่างกายยังอุ่นและจะเผาหรือฝังร่างกายภายใน 24 ชั่วโมงหรือ 7 วัน หลังจากเสียชีวิต

อย่างไรก็ตามในทางพุทธศาสนาไม่มีข้อห้ามเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะ เนื่องจากพระคุณเจ้าพระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต) เคยกล่าวในหนังสือถึงเรื่องนี้ไว้ว่า การบริจาคอวัยวะถือเป็นการเสียสละเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและต้องการให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ถือเป็นหนึ่งหลักธรรมที่สำคัญในศาสนาพุทธ คือ หลักทศพิธราชธรรม 10 ประการ กล่าวไว้ว่าการให้ทาน การบริจาคอวัยวะเป็นการทำทานบารมีขั้นสูงสุด เป็นการบริจาคเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น สำหรับผู้ที่เชื่อว่าการบริจาคอวัยวะแล้วเกิดมาชาติหน้าจะไม่ครบ 32 ตามหลักศาสนาไม่ได้หมายความเช่นนั้น แต่หมายถึงการที่มนุษย์คิดจะไปทำร้ายผู้อื่นให้เจ็บปวด หรือ ทำให้ร่างกายขาดหาย เช่น ตัดแขนตัดขา คนที่ชอบทำร้าย ข่มแหง รังแกผู้อื่นจะทำให้ชาติหน้าเกิดมาไม่ครบ 32 แต่สำหรับผู้ที่บริจาคร่างกายเกิดมาชาติหน้าจะมีร่างกายที่สมบูรณ์ รูปร่างหน้าตาดี ตามหลักธรรมกฎแห่งกรรม  จึงสะท้อนให้เห็นว่าการบริจาคอวัยวะไม่ได้ทำให้มนุษย์เกิดชาติหน้าแล้วจะเป็นผู้พิการ

สำหรับความเชื่อทางคริสต์ศาสนา มีชาวคริสต์บางส่วนเชื่อว่าร่างกายเป็นของพระเจ้าและต้องเก็บรักษาไว้อย่างดีจนถึงวันสุดท้าย แต่ในหนังสือความตายตามความเชื่อของคริสต์ชนกล่าวไว้ว่า หลักคำสอนของคริสต์ศาสนาหากมนุษย์เสียชีวิตจะต้องกลับไปพบพระผู้เป็นเจ้าซึ่งเป็นผู้สร้างมนุษย์ ร่างกายจะสลายไปแต่จิตวิญญาณและร่างกายใหม่ซึ่งพระเจ้าประทานจะยังคงอยู่ถาวร และจิตวิญญาณของผู้ตายจะไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ ไม่หวนกลับมาในโลกใบนี้อีก ดังนั้นในหลักคริสต์ศาสนาไม่มีข้อห้ามสำหรับการบริจาคอวัยวะ จึงสะท้อนให้เห็นว่า สามารถบริจาคอวัยวะได้ทันทีหลังจากที่เสียชีวิต

ในขณะที่ศาสนาอิสลามการบริจาคอวัยวะไม่มีบัญญัติไว้ในพระคัมภีร์อัลกุรอานและหะดีษที่ชัดเจน หะดีษคือการกระทำหรือคำพูดของนบีมูฮัมมัด  ในรวมคำวินิฉัย (ฟัตวา) ของจุฬาราชมนตรี ระบุไว้ว่าตามหลักศาสนาอิสลามเชื่อว่าการใช้ประโยชน์จากร่างกายมนุษย์ไม่ว่ามนุษย์จะมีชีวิตหรือเสียชีวิตแล้วเป็นเรื่องที่ไม่สามารถกระทำได้ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และให้เกียรติกับผู้เสียชีวิต ตามความเชื่อของคนมุสลิมชีวิตและร่างกายของมนุษย์เป็นสิ่งที่มีค่าที่พระเจ้าประทานให้ มนุษย์ไม่สามารถทำลายหรือเรียกหาความตายได้ การทำลายวิญญาณเปรียบเสมือนการทำลายมนุษย์ทั้งคน 

เมื่อหลายพันปีก่อนมีศัลยแพทย์ชาวมุสลิมปลูกถ่ายอวัยวะขึ้น คือกระดูกและฟัน แต่ถูกคัดค้านจากคนในสังคมบางส่วนที่อ้างหลักคำสอนมากกว่าเหตุผลทางกฎหมาย ทำให้นักวิชาการชาวมุสลิมพิจารณาร่วมกันว่า ถ้าหากเป็นการบริจาคอวัยวะเพื่อการรักษาชีวิตผู้อื่นด้วยวิธีทางการแพทย์สามารถกระทำได้ จึงออกกฎหมายอนุญาตให้รักษาด้วยวิธีปลูกถ่ายอวัยวะได้โดยไม่ผิดหลักศาสนา แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตีความหลักคำสอนในพระคัมภีร์อัลกุรอานและหะดีษของแต่ละบุคคล ในหลักคำสอนไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจน จึงสะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบันยังมีชาวมุสลิมจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับการบริจาคอวัยวะ ถึงแม้จะถูกต้องตามกฎหมายและถือเป็นการช่วยชีวิตผู้อื่น แต่การบริจาคร่างกายยังคงไม่อนุญาตให้กระทำได้เนื่องจากขัดกับหลักคำสอน

แม้ว่าวันนี้คนบางกลุ่มยังมีความเชื่อว่าการบริจาคอวัยวะชาติหน้าจะเกิดมาเป็นผู้พิการ ผิดหลักศาสนาหรือส่งผลกับชีวิตหลังความตาย แต่ผู้เขียนอยากชี้ให้เห็นว่า การบริจาคอวัยวะด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์อยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้รอดพ้นจากความตาย หายจากความทุกข์ทรมาน เป็นสิ่งประเสริฐที่สุด จะสังเกตเห็นได้ว่าทุกศาสนาไม่ได้ปฏิเสธการบริจาคอวัยวะ เพราะทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเมตตาและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไร แต่ถ้าจิตใจของคุณเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใด คุณจะพบเจอแต่สิ่งงดงาม ในวันที่คุณไม่สามารถมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้แล้ว คุณยังสามารถส่งต่อลมหายใจให้ใครบางคนได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง

อ้างอิง

  • https://www.organdonate.in.th
  • https://mgronline.com/live/detail/9520000143392
  • วิจัยการให้คุณค่าและความเชื่อของครอบครัวมุสลิมเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะ : การศึกษาเบี้องต้น
  • วิจัยการให้คุณค่าและความเชื่อเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะ และบทบาทพยาบาล ในการส่งเสริมการตัดสินใจของครอบครัวผู้ป่วยที่มีโอกาสบริจาคอวัยวะตามการรับรู้ของครอบครัวและพยาบาล
  • รวมคำวินิฉัย (ฟัตวา) ของจุฬาราชมนตรี
  • เรียนพระคัมภีร์ออนไลน์กับ พี่ซัน
  • พระคุณเจ้าพระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต)

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
22
Love รักเลย
10
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:Society

Articles

ความเลวร้ายเกิดขึ้น เมื่อมนุษย์เลือกที่จะหยุด ‘คิด’

เรื่อง: สิทธิเดช สายพัทลุง ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ในเกมแนว MOBA ที่ต้องร่วมมือกันปกป้องสิ่งปลูกสร้างของทีมตัวเองและทำลายสิ่งปลูกสร้างของทีมอีกฝ่าย เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เลยถ้าจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นระหว่างนั้น ไม่ว่าจะเล็กน้อยจนไม่ส่งผลกระทบอะไร หรืออาจใหญ่โตถึงขนาดทำให้แพ้ได้เลย และยิ่งถ้าความพ่ายแพ้นั้นเกิดจากความผิดพลาดของเรา มันมักจะต้องตามมาด้วยถ้อยคำก่นด่าที่จะเด้งขึ้นมาตรงมุมของจออยู่เสมอ ซึ่งแน่นอนว่าส่งมาจากใครสักคนในหมู่เพื่อนร่วมทีมที่เหลือ ...

Articles

อำนาจที่ 4 และรัฐธรรมนูญที่ถูกแช่แข็ง

เรื่อง: ธนินี นววงศ์วิวัฒน์ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ผลการออกเสียงประชามติอย่างเป็นทางการ ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 4 มีนาคม ระบุว่า มีประชาชนถึง 21,621,638 ...

Articles

“สงกรานต์” แสนแพง: เมื่อรัฐเอื้อทุนพลังงาน แก้วิกฤตด้วยการสงเคราะห์

เรื่อง: ธาวิน กิตติพงศ์พิทยา ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา “สงกรานต์” ควรเป็นช่วงเวลาที่คนบ้านไกลได้กลับบ้านไปใช้เวลากับครอบครัวอันเป็นที่รัก ทว่าปีนี้กลับเป็นปีที่หลายคนคิดหนัก คนที่เคยกลับก็ชั่งใจ ส่วนคนที่มีสถานะทางการเงินไม่เอื้ออำนวยยิ่งชั่งใจกว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ทุนในการเดินทางและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ...

Articles

เปลี่ยนจาก ‘สาดน้ำ’ เป็น ‘อ้อมกอด’: คืนความเรียบง่ายให้สงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

เรื่อง: ณัฏฐณิชา มาลีวรรณ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา สงกรานต์ปีนี้ คิดยังไงก็คงไม่สนุกสุดเหวี่ยงแบบตัวเปียกทุกพื้นที่ที่น้ำเข้าถึง ถ้าเป็นในกรุงเทพฯ หรืออำเภอใหญ่ ๆ ในต่างจังหวัดที่มีการจัดงานคงไม่เห็นความแตกต่างจากทุกปีมากนัก แต่พอไม่ใช่เมืองใหญ่ การเล่นน้ำสงกรานต์อาจจะเหลือแค่การรอสาดน้ำประแป้งคนที่ผ่านไปผ่านมาหน้าบ้านตัวเองแบบเหงา ๆ ...

Articles

ในวันที่ระเบียบโลกสั่นคลอน ระเบียบไทยกลับเข้าสู่จุดเดิม

เรื่อง: ธนินี นววงศ์วิวัฒน์ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ในห้วงเวลาที่ระเบียบโลกกำลังเผชิญกับภาวะสั่นคลอนอย่างรุนแรงจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนขั้วอำนาจเศรษฐกิจ ประเทศไทย — จากชัยชนะการเลือกตั้งของภูมิใจไทย — กลับแสดงปรากฏการณ์ที่ดูเหมือนจะเลือกเส้นทางที่ย้อนกลับไปสู่ ‘จุดเดิม’ อีกครั้ง ชัยชนะของภูมิใจไทยที่ได้ที่นั่งในสภาถึง ...

Art & Culture

ตีตั๋วทัวร์งานศพไปกับหนังสือ จากดับสูญสู่นิรันดร์

เรื่อง: รณรต วงษ์ผักเบี้ย ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ‘ตายแล้วไปไหน?’ เป็นคำถามที่มักผุดขึ้นมาในหัว เมื่อผมไปเข้าร่วมงานศพหรือต้องพูดคุยเรื่องความตาย และคำตอบที่ได้คงมีอยู่ไม่กี่แบบ ขึ้นสวรรค์หรือตกนรก เป็นวิญญาณเร่ร่อนล่องลอยไปมา หรือไม่ไปไหนเลย สูญมลายไปในความว่างเปล่าของความไร้ตัวตน ทว่าเรื่องความตายไม่ได้มีแค่ความเชื่อเรื่องโลกหลังความตาย ...

0 %