SocietyWritings

ฝน…หยุด! : เมื่อสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้การ ‘ปักตะไคร้’ ไม่ได้หยุดพร้อมกับสายฝน

เรื่อง : พรรณรมณ ศรีแก้ว

ภาพ : ณัฐกมล สิทธิวงศ์

หลายคนคงทราบกันดีว่าสภาพอากาศไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์อย่างเราจะสามารถออกคำสั่งให้เป็นไปดังใจหวังได้ แต่ในฤดูกาลที่ฝนฟ้าไม่เป็นใจต่อการเดินทางหรือการทำกิจกรรมต่างๆ อย่างน้อยวิธีการทาง‘ไสยศาสตร์’ ก็อาจช่วยสร้างความหวังในการรอให้ฝนหยุดตกได้ ซึ่งวิธีที่ทุกคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น ‘การปักตะไคร้’

การปักตะไคร้เป็นพิธีกรรมหนึ่งที่มีมาอย่างยาวนานตามภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย แม้จะไม่ปรากฏหลักฐานอย่างแน่ชัดว่ามีต้นกำเนิดความเชื่อมาจากไหน แต่ลักษณะร่วมของพิธีกรรมดังกล่าวในหลายๆ พื้นที่ก็คือ เมื่อฝนตั้งเค้าว่าจะตกในช่วงที่กำลังจัดงานหรือพิธีสำคัญ เช่น งานบุญ งานบวช รวมไปถึงกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ ก็จะมีการเฟ้นหาตัวแทนสักคนมาทำหน้าที่ปักตะไคร้ โดยคุณสมบัติสำคัญที่มองหาก็คือ ต้องเป็น ‘หญิงพรหมจรรย์’ หรือผู้หญิงที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน ในบางพื้นที่ก็อาจมีรายละเอียดของคุณสมบัติที่ต่างกันออกไปตามแต่ละความเชื่อ เช่น บางพื้นที่จะเลือกหญิงพรหมจรรย์ที่เป็นลูกสาวคนเล็กของบ้าน บางพื้นที่จะเลือกเด็กผู้หญิงที่ยังไม่มีประจำเดือน หรือบางพื้นที่ก็อาจเลือกแม่ม่ายที่ไม่ได้มีสามีมานานแล้ว หลังจากได้ตัวแทนเรียบร้อย ก็เป็นขั้นตอนของการหาตะไคร้ที่ตรงตามสูตรตำรา ตามด้วยบริกรรมคาถาและการตั้งจิตอธิษฐานขอให้ฝนหยุดตก จากนั้นจึงปักตะไคร้กลับหัวลงดิน แล้วรอดูว่าฝนจะหยุดตกหรือไม่

การปักตะไคร้ที่มาพร้อมกับอคติ ไม่มีใครเอา’ หรือ ไปโดนใครเอามา

ไม่ใช่ใครก็ได้ที่สามารถทำหน้าที่ปักตะไคร้ไล่ฝน เพราะต้องมีการเลือกตัวแทนที่ตรงตามคุณสมบัติความเป็น ‘สาวบริสุทธิ์’ การปักตะไคร้จึงจะมีแนวโน้มประสบผลสำเร็จสูงตามความเชื่อได้ ในแง่หนึ่ง คุณสมบัติของผู้ปักตะไคร้อาจสะท้อนให้เห็นถึงนิยาม ‘ความเป็นหญิงที่ดี’ ตามกรอบประเพณีของสังคม และเป็นการสนับสนุนแนวคิดที่ว่า เพศหญิงต้องมาคู่กับความบริสุทธิ์ที่อยู่เหนือเรื่องใต้สะดือเท่านั้น ถึงจะมีอำนาจต่อรองกับสิ่งที่มองไม่เห็นเพื่อให้ช่วยหยุดฝนระหว่างการทำกิจกรรมต่างๆ ได้

ทว่าในอีกแง่หนึ่ง การปักตะไคร้ก็เป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่ใช้ตีตราคุณค่าของผู้หญิง เพราะถ้าหากปักแล้วฝนยังตกอยู่ ก็อาจสื่อได้ว่าผู้ที่ปักตะไคร้ไม่ใช่สาวบริสุทธิ์จริงๆ ในทางกลับกัน ถ้าปักตะไคร้แล้วฝนหยุดตกตามต้องการ ก็มีแนวโน้มที่จะมีเสียงล้อเลียนว่าเป็นผู้หญิงที่ไม่ใครสนใจมาสานความสัมพันธ์ด้วยมากกว่าจะชื่นชมกัน จะเห็นได้ว่าไม่ว่าฝนจะหยุดตกหรือไม่ ก็สามารถนำไปสู่บทสนทนาที่ลดทอนคุณค่าของผู้หญิงได้ทั้งสองทางอยู่ดี การปักตะไคร้จึงไม่ได้จบที่ฝนหยุด แต่กลับเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งแง่ต่อคุณค่าของผู้หญิงในสังคมไทย

การปักตะไคร้ที่มาพร้อมกับ อำนาจ’ ในมือของผู้หญิง

คุณอรินท์มาศ เลิศฤทธิ์ธราสิน หรือ บุตร อดีตนักศึกษาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ทำหน้าที่เทวสัมพันธ์ประจำคณะได้อธิบายว่า ขณะที่คนอื่นมองว่าการปักตะไคร้เป็นการลดทอนคุณค่าของผู้หญิงผ่านการตัดสินความบริสุทธิ์ เธอกลับมองได้อีกแง่หนึ่งว่า ผู้ที่จะมาปักตะไคร้ได้มีแต่เพศหญิงเท่านั้น มันสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อที่ว่าผู้หญิงอาจมีอำนาจในการสั่งฟ้าฝน ในขณะที่ผู้ชายไม่สามารถทำแบบเดียวกันได้ นอกจากนี้การปักตะไคร้ก็เป็นสิทธิของผู้ที่ถูกเลือกเองว่าจะเลือกทำหรือไม่ จึงไม่ควรนำมาใช้ตัดสินคุณค่าของใคร

“คนที่ปักตะไคร้ได้มันมีจำนวนน้อยลงจริงๆ ซึ่งคนที่เลือกจะทำ มันก็เป็นทางเลือกของเขา ถึงเขาจะปักได้แล้วจะเกิดแบบ อุ๊ย เป็นสาวแก่ สาวเทื้อ ไม่มีคนเอา มันเป็นทางเลือกของเขาที่เขาเลือกจะไม่เอาใคร”

นอกจากความเชื่อเรื่องการปักตะไคร้ที่สามารถแสดงอำนาจในมือผู้หญิงได้แล้ว หากมองย้อนกลับไปยังหลายๆ ความเชื่อท้องถิ่นตามแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย เราก็จะพบว่ามี ‘เทพธิดา’ ประจำถิ่นที่มีบทบาทกับวิถีชีวิตของผู้คนอยู่ไม่มากก็น้อย เช่น พระแม่ธรณีที่ดูแลดิน พระแม่คงคาที่ดูแลแหล่งน้ำ หรือพระแม่โพสพซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งข้าว เป็นต้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้ว่า ตามความเชื่อดั้งเดิมนั้นผู้หญิงเป็นตัวแทนของอำนาจในการดลบันดาลสิ่งต่างๆ ให้เป็นไปอย่างที่ใจต้องการ และมักเชื่อมโยงกับธรรมชาติ หรือวิถีชีวิตของผู้คนในทางบวก เช่น การทำให้พืชผลทางการเกษตรอุดมสมบูรณ์ เป็นต้น

การปักตะไคร้อาจเป็นทั้งการตีตราและกดทับผู้หญิงในสังคม แต่ก็เป็นสัญลักษณ์แสดงอำนาจของผู้หญิงได้ในเวลาเดียวกัน และแม้ว่าการปักตะไคร้จะถือเป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ที่ไม่อาจการันตีได้ว่า จะช่วยให้ฝนหยุดตกได้จริงหรือไม่ ผู้คนก็อดที่จะเชื่อไม่ได้อยู่ดี เพราะต่อให้เช็คพยากรณ์อากาศ วางแผนการเดินทาง หรือพกร่มก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง ฝนก็มักจะตกในชั่วโมงเร่งด่วนที่คาดไม่ถึงเสมอ ซึ่งถ้าในเวลานั้นมีใครสักคนขันอาสาจะปักตะไคร้ให้ เราก็คงอยากเอาใจช่วยและลุ้นให้ฝนหยุดตกอยู่เต็มที ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นเพศใดก็ตาม

อ้างอิง:

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
3
Love รักเลย
1
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
1
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:Society

Articles

“สงกรานต์” แสนแพง: เมื่อรัฐเอื้อทุนพลังงาน แก้วิกฤตด้วยการสงเคราะห์

เรื่อง: ธาวิน กิตติพงศ์พิทยา ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา “สงกรานต์” ควรเป็นช่วงเวลาที่คนบ้านไกลได้กลับบ้านไปใช้เวลากับครอบครัวอันเป็นที่รัก ทว่าปีนี้กลับเป็นปีที่หลายคนคิดหนัก คนที่เคยกลับก็ชั่งใจ ส่วนคนที่มีสถานะทางการเงินไม่เอื้ออำนวยยิ่งชั่งใจกว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ทุนในการเดินทางและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ...

Articles

เปลี่ยนจาก ‘สาดน้ำ’ เป็น ‘อ้อมกอด’: คืนความเรียบง่ายให้สงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

เรื่อง: ณัฏฐณิชา มาลีวรรณ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา สงกรานต์ปีนี้ คิดยังไงก็คงไม่สนุกสุดเหวี่ยงแบบตัวเปียกทุกพื้นที่ที่น้ำเข้าถึง ถ้าเป็นในกรุงเทพฯ หรืออำเภอใหญ่ ๆ ในต่างจังหวัดที่มีการจัดงานคงไม่เห็นความแตกต่างจากทุกปีมากนัก แต่พอไม่ใช่เมืองใหญ่ การเล่นน้ำสงกรานต์อาจจะเหลือแค่การรอสาดน้ำประแป้งคนที่ผ่านไปผ่านมาหน้าบ้านตัวเองแบบเหงา ๆ ...

Articles

ในวันที่ระเบียบโลกสั่นคลอน ระเบียบไทยกลับเข้าสู่จุดเดิม

เรื่อง: ธนินี นววงศ์วิวัฒน์ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ในห้วงเวลาที่ระเบียบโลกกำลังเผชิญกับภาวะสั่นคลอนอย่างรุนแรงจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนขั้วอำนาจเศรษฐกิจ ประเทศไทย — จากชัยชนะการเลือกตั้งของภูมิใจไทย — กลับแสดงปรากฏการณ์ที่ดูเหมือนจะเลือกเส้นทางที่ย้อนกลับไปสู่ ‘จุดเดิม’ อีกครั้ง ชัยชนะของภูมิใจไทยที่ได้ที่นั่งในสภาถึง ...

Art & Culture

ตีตั๋วทัวร์งานศพไปกับหนังสือ จากดับสูญสู่นิรันดร์

เรื่อง: รณรต วงษ์ผักเบี้ย ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ‘ตายแล้วไปไหน?’ เป็นคำถามที่มักผุดขึ้นมาในหัว เมื่อผมไปเข้าร่วมงานศพหรือต้องพูดคุยเรื่องความตาย และคำตอบที่ได้คงมีอยู่ไม่กี่แบบ ขึ้นสวรรค์หรือตกนรก เป็นวิญญาณเร่ร่อนล่องลอยไปมา หรือไม่ไปไหนเลย สูญมลายไปในความว่างเปล่าของความไร้ตัวตน ทว่าเรื่องความตายไม่ได้มีแค่ความเชื่อเรื่องโลกหลังความตาย ...

Society

ประชามติแบบโอมากาเสะ

เรื่อง: พลกฤต นฤพันธาวาทย์ ท่ามกลางบรรยากาศในช่วงก่อนและหลังการยุบสภาที่เต็มไปด้วยความชลมุน วุ่นวาย และโชกเลือด ในที่สุดวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการลงประชามติรัฐธรรมนูญเพื่อ ‘ขอแก้ไข’ รัฐธรรมนูญ 2560 จากเดิมก่อนหน้านี้ที่เราเคยลงประชามติเพื่อ ‘รับ’ ...

Society

รัฐธรรมนูญไทยไม่เคยใช้ “We the People”

เขียน: ธนินี นววงศ์วิวัฒน์ รัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดที่ระบุถึงอำนาจ ผู้ใช้อำนาจ การแบ่งแยกอำนาจ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้อำนาจเหล่านั้น ดังนั้น หากอยากรู้ว่ารัฐ ‘ทำงาน’ อย่างไร เราสามารถอ่านได้จากตัวบทรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าอยากเข้าใจชุดความคิด คุณค่า อุดมการณ์ของประชาชนและสังคมมวลรวมในรัฐใดรัฐหนึ่ง ...

0 %