เรื่อง: .JPEG
ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้เดินทางไปยังศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าแห่งหนึ่ง พร้อมๆ กับได้ขบคิดประเด็นสำคัญว่า สัตว์ป่าเหล่านี้ต้องอยู่ในกรงขังไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัย เนื่องมาจากว่าสัตว์จำนวนมากได้รับการช่วยเหลือมาจากขบวนการลักลอบขนสัตว์ป่า และไม่สามารถปล่อยตัวไปสู่ป่าใดๆ ในประเทศไทยได้
จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่การไม่สามารถปล่อยตัวคืนสู่ป่าใดในประเทศไทยได้ เป็นไปเนื่องจากสัตว์ป่าเหล่านี้ จำนวนมากถูกลักลอบขนย้ายมาจากพื้นที่อื่นๆ ทำให้การปล่อยสู่ธรรมชาติที่ไม่ใช่ถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติอาจนำไปสู่การเป็น Alien Species ของพื้นที่ที่นำไปปล่อยและอาจสร้างผลกระทบต่อพื้นที่นั้นๆ ผ่านการทำลายพืชพรรณและสัตว์อื่นๆ ในระบบนิเวศเดิม บ้างก็เป็นสัตว์ที่ถูกเลี้ยงอยู่ในกรงขังตลอดการเติบโตไม่ได้มีประสบการณ์อื่นใดในการหาอาหารหรือใช้ชีวิตอยู่บนโลกภายนอก บ้างก็บาดเจ็บเกินกว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเอง กล่าวคือ ปล่อยไปก็ตาย ไม่ก็สร้างปัญหา การเลี้ยงดูจนหมดสิ้นอายุขัยจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ก็แลกมาด้วยปัญหาเชิงการจัดสรรงบประมาณ
กรณีที่น่าสนใจในศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า คือ ลิงลพบุรี ซึ่งหากเท้าความถึงปัญหาลิงลพบุรีในช่วงที่ผ่านมาก็จะพบว่ามีมิติที่น่าสนใจกว่าสัตว์ป่าอื่นๆ ที่ถูกคุมขังอยู่ในคุกแห่งความเมตตานี้ เนื่องจากว่าลิงลพบุรีในทางกฎหมายเป็น “สัตว์ป่า” แต่ในทางวิถีชีวิตเป็น “สัตว์เมือง” ที่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง มีสถานะเป็นสัตว์ที่อยู่ร่วมกับสังคมมนุษย์ในตัวเมืองลพบุรีอย่างอิสระ
ลิงลพบุรีสร้างปัญหาในการดำรงอยู่ในพื้นที่เปิดมหาศาล แม้จะเป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยว และดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่ง เนื่องจากการอยู่อาศัยของลิงลพบุรีจำนวนมากปราศจากการควบคุมมาเนิ่นนาน ทำให้การใช้ชีวิตของลิงเหล่านี้ล้วนเป็นไปตามสัญชาตญาณสัตว์ที่พร้อมจะก่อปัญหาให้สังคมมนุษย์ได้ตลอดเวลา
ปัญหาของลิงลพบุรีคือการทำลายวิถีชีวิตของมนุษย์ในพื้นที่ที่มันดำรงอยู่ บุกเข้าไปในร้านค้า ขโมยอาหาร ทำร้ายคน รวมตัวก่อความวุ่นวาย บางครั้งความขัดแย้งระหว่างลิงด้วยกันกลายเป็นสงครามระหว่างฝูง ทั้งหมดนี้ขยายตัวไปถึงการทำลายชีวิตในทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะบนพื้นที่บริเวณพระปรางค์สามยอด ซึ่งเป็นที่อาศัยของฝูงลิงนับร้อยนับพัน และลิงเหล่านั้นทำให้กิจการของมนุษย์รอบๆ ต้องกลายเป็นตึกร้าง เพราะกิจการต่างๆ ถูกก่อกวนโดยฝูงลิงที่ควบคุมไม่ได้ เป็นปัญหาเรื้อรังมานานหลายสิบปี
หากอธิบายตามหลักสัญชาตญาณของสัตว์และการหาอาหาร พื้นที่เมืองไม่ได้มีอาหารตามธรรมชาติของลิง และลิงเหล่านี้เติบโตมากับอาหารที่คนให้ โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวที่มายังลพบุรี พร้อมๆ กับอีเว้นท์ประจำปีอย่างโต๊ะจีนลิง การขาดแหล่งอาหารตามธรรมชาติและการส่งเสริมพฤติกรรมรับอาหารฟรีจากมนุษย์ ทำให้ลิงเหล่านี้อยู่ในสภาวะที่ไม่ได้ส่งต่อทักษะทางพฤติกรรมในการหาอาหารตามธรรมชาติและเคยชินกับการได้รับอาหารจากมนุษย์ การดำรงอยู่ของฝูงลิงจึงต้องพึ่งพาทรัพยากรทั้งหมดจากมนุษย์ และเมื่อไม่มีมนุษย์คอยให้อาหารเป็นประจำในช่วงวิกฤตโควิดและปัญหาที่สะสมขึ้นตลอดช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับจำนวนลิงที่เพิ่มขึ้นอย่างไร้การควบคุม การปล้นสะดมทรัพยากรของมนุษย์จึงรุนแรงและขยายตัวมากขึ้น
การแก้ไขปัญหาลิงลพบุรีติดขัดอยู่เป็นเวลานานตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตโควิด โดยเฉพาะข้อถกเถียงเรื่องการทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งเกี่ยวโยงกับภาพลักษณ์ประเทศในสายตานานาชาติ ทำให้การคิดง่ายๆ อย่างการ “ลบ” ลิงลพบุรีแบบการฉีดปลวกหรือการฉีดยุงไม่สามารถทำได้ แต่สุดท้ายปัญหาของลิงลพบุรีก็คลี่คลายลงผ่านนโยบายตามจับ การทำหมันเพื่อไม่ให้ขยายพันธุ์ต่อ และนำลิงจำนวนมหาศาลกระจายกันไปคุมขังตามศูนย์ดูแลสัตว์ป่าที่ต่างๆ ทำได้เพียงคุมขังไว้จนลิงเหล่านี้สิ้นอายุขัย เนื่องจากการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติอาจสร้างปัญหาแบบเดิมให้พื้นที่ที่นำลิงไปปล่อย เพราะเมื่อลิงทั้งฝูงที่ไม่มีประสบการณ์ในการอยู่อาศัยในธรรมชาติ ลิงเหล่านี้ก็จะย้ายถิ่นฐานและรุกรานไปยังชุมชนของมนุษย์เพื่ออยู่ใกล้เคียงอยู่ดี
หากเปรียบเทียบสภาวะคุมขังของ “สัตว์” กับการคุมขัง “มนุษย์” ในเรือนจำ ผู้เขียนพบว่ามีแง่มุมให้คิดเปรียบเทียบคู่ขนานกันไป เพราะแม้สภาวะของ 2 กรงขังนี้ จะเสมือนเป็นไปเพื่อแยกสิ่งที่รบกวนความปกติสุขของสังคม ออกจากพื้นที่ความปกติสุขของสังคม แต่คนแตกต่างจากสัตว์ สภาวะของเรือนจำมนุษย์จึงเป็นไปได้ตั้งแต่การเก็บกัก-คุมขังคนที่เป็นปัญหาของสังคมไว้ในพื้นที่ปิด การลงโทษเพื่อให้สำนึกในบาปที่ตนทำผ่านการจำกัดอิสรภาพ ไปจนถึงการฟื้นฟูและแก้ไขให้คนเหล่านั้นเปลี่ยนพฤติกรรมและกลับคืนสู่สังคมได้
จากข้อสังเกตของผู้เขียน เมื่อพิจารณาจาก “เรื่องเล่า” ของผู้พ้นโทษในเรือนจำที่ผันตัวมาเป็นอินฟลูเอนเซอร์ทางอินเทอร์เน็ต พบว่าเรือนจำ โดยเฉพาะในไทย เรือนจำยังมีสภาวะเสริมของความเป็น “นรก” เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งสภาวะ ทั้งจากความแออัดของปริมาณผู้ต้องขัง การจัดการในเรือนจำที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก ไปจนถึงการทำร้ายกันเองของเหล่านักโทษ
สภาวะความเป็นนรกและการลงทัณฑ์พ่วงแถมมาด้วยปัญหาการฟื้นฟูผู้พ้นโทษให้กลับคืนสู่สังคมได้ จากประสบการณ์ของผู้พ้นโทษรวมถึงข้อเขียนในทางวิชาการ ผู้ประกอบการเองก็ยังไม่วางใจในการจ้างผู้พ้นโทษเหล่านี้ให้มีงานทำ การฝึกอาชีพบางอย่างไม่สามารถนำไปต่อยอดได้ในโลกของความจริง เช่น การพับถุง กรีดยาง เย็บลูกรักบี้ ซึ่งผู้ต้องขังเลือกไม่ได้ว่าจะฝึกอาชีพใด และเมื่อพ้นโทษออกมาแล้ว ผู้พ้นโทษเองก็ไม่มีเงินทุนที่จะนำไปริเริ่มประกอบอาชีพใหม่ได้ รวมไปถึงว่าโลกภายนอกไม่ได้มีตำแหน่งงานเหล่านี้มากนัก ทั้งหมดทั้งมวลส่งผลต่อเนื่องให้ผู้พ้นโทษจำนวนหนึ่งหมุนวนกลับไปสู่การเป็นอาชญากรที่ได้รับเครือข่ายจากในเรือนจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคดียาเสพติด
ข้อกังวลต่อการทำผิดซ้ำในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีที่มีความรุนแรงอย่างการฆาตกรรมได้ปลุกกระแสโทษประหารขึ้นมาอีกครั้งในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ในขณะเดียวกัน การมีอยู่ของโทษประหารก็อาจนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ เช่น หากเกิดการยัดข้อหา หรือจับผิดตัว การประหารยังคงเป็นธรรมหรือไม่? เพราะระบบยุติธรรมในไทยก็ยังเป็นที่ถูกตั้งคำถามในหลายแง่มุม อีกทั้งการให้ผู้ถูกคุมขังได้พิสูจน์ความเป็นจริงจึงยังเป็นข้อถกเถียงที่ฟังขึ้นบางแง่มุม อีกทั้งการใช้โทษประหารย่อมทำให้ประเทศไทยในสายตาประชาคมโลกไม่ได้ดูดีนัก และอาจดูแย่กว่าวางยาลิงลพบุรีด้วยซ้ำไป
เช่นนั้น เราสามารถใช้วิธีคิดแบบกรงขังสัตว์กับการคุมขังผู้คนในเรือนจำได้หรือไม่?
ส่วนตัวแล้ว ผู้เขียนคิดว่าเป็นไปได้ยาก……
เพราะในปัจจุบันเรือนจำในประเทศประสบปัญหาการล้นเกินของประชากรในคุมขังและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นผ่านข้อมูลผู้ต้องขังนับตั้งแต่ช่วงปี 2551 ที่มีผู้ต้องขังกว่า 180,000 ราย แต่เมื่อผ่านไป 10 ปี หรือปี 2561 มีผู้ต้องขังกว่า 360,000 ราย หรือเพิ่มเป็นเท่าตัว [ข้อมูลจาก ศ.ดร. สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อ้างถึงใน THAIPUBLICA]
ครั้นจะลดจำนวนการคุมขัง คืนนักโทษสู่สังคมโดยง่าย ด้วยแนวคิดการอภัยโทษ สิ่งที่ต้องเผชิญคือปัญหาภาพรวมเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกของผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุหรืออาชญากรรมที่ผู้พ้นโทษเหล่านั้นเคยก่อ ความเชื่อมั่นในกฎหมายและการลงโทษ รวมไปถึงการกระทำผิดซ้ำ ดังนั้นทุกทางเลือกต้องถูกคิดอย่างเป็นระบบ ผ่านมุมมองต่อเรือนจำและการคุมขังที่หลากหลาย ทั้งการป้องกันคนดีนอกเรือนจำ กักขังคนผิด การลงโทษเพื่อสร้างความยำเกรงต่อกฎหมายดำรงความปกติสุขในสังคม ไปจนถึงการแก้ไขพฤติกรรมก่อนหมดระยะเวลาคุมขัง
กล่าวคือ การจัดการคุมขังเพื่อนำคนที่เบี่ยงเบนจนก่อปัญหาและอยู่ร่วมในสังคมไม่ได้ มีมิติที่สังคมต้องขบคิดและวางมาตรการอย่างละเอียดรอบคอบ เพราะมาตรการเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสังคมเป็นวงกว้าง
บทความนี้ไม่ได้มีเป้าประสงค์จะบอกว่าการมองการคุมขังมนุษย์ในเรือนจำสภาวะแบบไหนผิดหรือถูก เพราะล้วนอยู่ที่มุมมองและการประเมินความเหมาะสมของแต่ละสังคม เนื่องจากทุกทางเลือกย่อมตามมาด้วยปัญหาอีกชุดหนึ่ง ดังนั้นทุกมาตรการที่รัฐจะใช้ในเรื่องการคุมขังต้องคิดอย่างรอบคอบ ครอบคลุม และไม่สุดโต่งไปทางใดทางหนึ่งที่อาจส่งผลกระทบพ่วงมาเป็นของแถม
โจทย์คือ – เราจะออกแบบสภาวะการคุมขังแบบใดที่ยืดหยุ่นพอจะตอบโจทย์หลากหลายของสังคม เพราะเรือนจำของมนุษย์เกี่ยวโยงกับสังคมมากกว่าจะคิดแค่กักขังจนสิ้นอายุขัย
อ้างอิง
ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย. (31 มกราคม 2562). ‘เรือนจำไม่ใช่โลกมืดมิด : แก้ปัญหาคนล้นเรือนจำ และเพิ่มโอกาสกลับสู่สังคม. the101world. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569, จาก https://www.the101.world/beyond-prison/
ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย. (30 มกราคม 2567). ‘ลิงโลกเก่าในเมืองใหม่: ลิงลพบุรี ปัญหา ‘ลิงแก้แห’ ที่ควรแก้ได้. the101world. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569, จาก https://www.the101.world/the-monkeys-of-lopburi/
ณัฐวุฒิ ทองจินดา, ธาตรี มหันตรัตน์. (2569). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารการบริหาร การจัดการ และการพัฒนาที่ยั่งยืน, 4(1), 2569, น. 301-310.
สราวุธ ไพฑูรย์พงษ์, กิริยา กุลกลการ. (15 กุมภาพันธ์ 2562). ‘ผู้พ้นโทษไร้สิทธิประกอบอาชีพ. มติชนออนไลน์. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569, จาก https://www.matichon.co.th/columnists/news_1361503
Artorn Pookasook. (13 พฤศจิกายน 2567). ‘No more monkey mania in Thai town after clamp down. Reuters. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569, จาก https://www.reuters.com/investigates/special-report/thailand-monkeys-lopburi/
Sutthipath Kanittakul. (2 กุมภาพันธ์ 2565). ‘พับถุง ถักแห เย็บรองเท้า ฯลฯ การฝึกอาชีพในเรือนจำ นำมาใช้ได้จริงไหมหลังพ้นโทษ. The Matter. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569, จาก https://thematter.co/social/vocational-training-in-jail/166828
THAIPUBLICA. (4 ตุลาคม 2568). โซ่ตรวนหลังพ้นโทษของ ‘ผู้ต้องขัง’ เมื่อ ‘กระบวนการยุติธรรม-กฎหมาย’ ปิดตายโอกาสทำมาหากิน. THAIPUBLICA. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569, จาก https://thaipublica.org/2025/10/ex-prisoners-vicious-cycle-when-justice-system-blocks-employment-opportunities/











