ArticlesSociety

ออกเดินทางมาแล้วแต่ยังไกลจุดหมาย : ตอนนี้ Universal Design พาคนพิการเดินทางไปได้เท่าไหนในไทย

เรื่องและภาพประกอบ : ชวิน ชองกูเลีย

เป็นเวลาหลาย 10 ปีมาแล้วที่คนพิการต้องเรียกร้องสิทธิต่างๆ ทั้งในประเด็นสิทธิในการเข้าทำงาน มุมมองด้านลบที่คนพิการเคยถูกมองว่าไม่มีความสามารถ หรือเคยทำกรรมไว้จึงพิการ และปัญหาความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของพวกเขาหลังจากที่ต้องสูญเสียทักษะบางอย่างไป

การเดินทางเองก็เป็นอุปสรรคอันดับต้นๆ ที่คนพิการต้องพบเจอและมีการเรียกร้องมาเป็นเวลานาน จนมีกฎหมายเกี่ยวกับ Universal Design ที่มาช่วยกำหนดลักษณะของโครงสร้างสิ่งต่างๆ เพื่อช่วยให้สามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น 

อย่างไรก็ตามเหมือนว่าจนถึงตอนนี้ การเรียกร้องเกี่ยวกับการเดินทางที่ง่ายขึ้นของคนพิการในไทยนี้จะยังคงวนเวียนอยู่ในปัญหาเดิมๆ แม้ว่าพวกเขาจะแค่อยากเดินทางจากบ้านออกมาใช้ชีวิตข้างนอกได้โดยง่าย ไม่ต้องเป็นภาระใคร และไม่ถูกผลักไสให้อยู่แค่ในบ้านเท่านั้น

แล้ว Universal Design ในเรื่องการเดินทางในไทยตอนนี้ดำเนินมาไกลเท่าไหนและช่วยเหลือ ‘ทุกคน’ ได้ตามเหตุผลในการมีอยู่ของแนวคิดการออกแบบนี้ได้มากเท่าใดกัน

ปูพื้น Universal Design แบบสั้นๆ

Universal Design หรือ ‘อารยสถาปัตย์’ เป็นหลักการออกแบบภายใต้หลักการ “เข้าถึง เท่าเทียม เท่าทันและยั่งยืน” เพื่อให้คนทุกคนสามารถใช้งานได้ ไม่ใช่แค่เพียงคนพิการเท่านั้น โดยมักเป็นการออกแบบการใช้งานสิ่งต่างๆ ให้ไม่มีสิ่งกีดขวาง (หรือเรียกว่า Barrier-free) ไม่ว่าจะเป็นบ้านเมือง อาคารสถานที่ไปจนถึงรถสาธารณะ

ตัวอย่างการออกแบบภายใต้หลักการ Universal Design ที่สามารถสังเกตเห็นและรับรู้ได้ง่ายอย่าง เช่น ทางเท้าที่มีพื้นที่กว้างขวางและมีเบรลล์บล็อคสำหรับคนที่พิการทางการเห็น, ทางต่างระดับที่มีทางลาดไม่ว่าจะเป็นในอาคาร ระหว่างทางเท้า และรถเมล์เพื่อให้รถเข็นวีลแชร์สามารถเข็นผ่านไปได้โดยไม่ต้องยก หรือแม้แต่การทำห้องน้ำคนพิการที่มีพื้นที่และราวจับสำหรับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ ฯลฯ

Universal Design กับการเดินทางในไทย

อย่างที่กล่าวว่าประเด็นเรื่องการเดินทางก็ยังคงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ยังคงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนพิการในประเทศไทยอยู่ (แม้แต่คนปกติยังรู้สึกว่าลำบาก) 

ในกรุงเทพฯ เอง เป็นคนปกติก็อาจจะเดินทางลำบากอยู่แล้ว แต่เมื่อเทียบกับคนพิการแล้วก็เทียบไม่ติดเลย เพราะแม้แต่ระบบขนส่งที่เป็นเส้นเลือดใหญ่อย่างรถไฟฟ้า ในปัจจุบันถึงจะมีการติดตั้งลิฟต์จนครบทุกสถานีแล้ว แต่ก็ยังไม่ครบทุกฝั่งถนน เช่น สถานี BTS นานา ที่มีลิฟต์เพียงแค่ทางออกเดียวเท่านั้น หรือสถานี BTS ศาลาแดง ที่แม้จะเป็นสถานีเชื่อมต่อกับ MRT สายสีน้ำเงิน แต่ถ้าไม่นับจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า 2 สายที่อยู่ในเขตโครงสร้างของ MRT แล้วก็ไม่มีลิฟต์ติดตั้งอยู่เลย (และลิฟต์เหล่านี้ก็มาจากการฟ้องร้องของคนพิการ)

ที่สำคัญคือรถไฟฟ้าก็ไม่สามารถพาไปได้ทุกที่ที่ต้องการ เมื่อลงจากรถไฟฟ้าแล้วคนพิการก็อาจจะต้องเดินทางต่อไปยังปลายทางด้วยวิธีเดินทางอื่นๆ ต่อไปด้วยระบบขนส่งที่เล็กลงมาอย่างรถเมล์ รถแท็กซี่ รวมถึงการเดินเท้า (หรือเข็นรถ) ไปเอง ซึ่งทั้งหมดนี้จำเป็นต้องลงจากสถานีรถไฟฟ้าลงมาบนทางเท้าให้ได้ก่อน

‘ทางเท้า’ แทบจะเป็นหัวใจหลักสุดที่กำหนดคุณภาพชีวิตการเดินทางของคนพิการในทุกส่วนได้เลย ในเมื่อมันคือสิ่งแรกที่ทุกคนจะเจอเมื่อออกจากบ้าน และมักจะเป็นด่านสุดท้ายที่ต้องเจอก่อนจะถึงที่หมาย เพราะฉะนั้น ทางเท้าที่มีอุปสรรคมากมายไม่ว่าจะขรุขระ มีสิ่งกีดขวางและพื้นที่แคบก็ย่อมสร้างปัญหาให้คนพิการอย่างชัดเจน

แม้ว่าในช่วง 2-3 ปีมานี้จะมีการทยอยทำทางเท้าใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯ มากขึ้นซึ่งย่อมส่งผลดีกับผู้ใช้วีลแชร์ แต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่ทุกจุดที่จะได้ทำ และไม่ใช่ทุกจุดที่ทำแล้วจะแก้ปัญหาได้ทั้งหมดตราบใดที่ยังคงมีสิ่งกีดขวางและมีพื้นที่แคบอยู่

ปัญหาเรื่องความแคบและสิ่งกีดขวางมักพบได้ในถนนเล็กๆ ในซอย หรือที่เรียกว่า ‘เส้นเลือดฝอย’ เนื่องจากซอยเหล่านี้ถูกตัดมาโดยที่ไม่มีและไม่ได้เผื่อพื้นที่สำหรับทางเท้ามาเป็นเวลาหลายปี การจะปรับปรุงเพิ่มพื้นที่ให้รถวีลแชร์จึงไม่เป็นเรื่องง่ายเลย เช่นเดียวกับการทดลองกั้นเลนในซอยพร้อมจิต (สุขุมวิท 39) เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาซึ่งถูกผู้ใช้รถยนต์มองว่าไม่จำเป็นเพราะไม่มีคนเดินและทำให้รถติดหนัก เนื่องจากซอยดังกล่าวเป็นซอยทะลุที่เดิมมีช่องจราจรเพียง 2 เลน 

นอกจากในซอยแล้ว ถนนใหญ่ก็มีปัญหาเช่นกัน โดยเฉพาะถนนเส้นที่จำเป็นต้องใช้สะพานลอยในการข้าม เมื่อสะพานลอยส่วนใหญ่ ไม่ได้มีลิฟต์ให้กับรถวีลแชร์ สถานการณ์ของผู้ใช้วีลแชร์ในพื้นที่เหล่านี้จึงไม่ต่างอะไรกับการถูกขังไว้ใต้กำแพงยักษ์ ยิ่งแล้วใหญ่กับพื้นที่จังหวัดอื่นๆ นอกกรุงเทพฯ ซึ่งยังไม่มีแนวคิดปรับปรุงทางเท้าเหมือนกับที่ กทม. ทำ สุดท้ายถ้าคนพิการต้องออกมาข้างนอกก็ต้องเข็นรถบนถนนแทนซึ่งเสี่ยงต่อการถูกรถชนอย่างมาก

https://www.facebook.com/share/p/19wVHzjQwc

อีกอย่างหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือรถเมล์ที่เป็นรถสาธารณะที่เส้นทางครอบคลุมมากกว่ารถไฟฟ้า

หากอ้างอิงข้อมูลจาก Bangkokbusclub.com เว็บบอร์ดรถเมล์ที่มีการเก็บข้อมูลจำนวนรถเมล์ ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน ในกรุงเทพฯ มีรถเมล์ทั้งหมด 287 เส้นทาง (นับรวมเส้นทางย่อยแล้ว) โดยที่แบ่งเป็น 3 กลุ่มผู้ให้บริการหลักๆ ได้แก่ ขสมก. จำนวน 132 เส้นทาง, เครือบริษัทไทยสมายล์บัส 132 เส้นทาง และบริษัทรายย่อยอีก 23 เส้นทาง พบว่ามีเพียง 147 เส้นทาง (ขสมก. 15 เส้นทาง, เครือไทยสมายล์บัสทั้ง 132 เส้นทาง) ที่มีสัดส่วนรถที่รองรับรถวีลแชร์มากกว่าครึ่งหนึ่ง ทำให้เมื่อมองในภาพรวม โอกาสที่รถวีลแชร์รอรถเมล์แล้วจะได้ขึ้นก็ยังคงอยู่ที่ครึ่งต่อครึ่ง

มีกฎแล้ว แต่ไม่ครอบคลุม

หลังจากสะท้อนปัญหาจนแทบจะลืมไปว่าโลกนี้มี Universal Design อยู่ แต่ที่จริงแล้ว Universal Design เองก็ถูกกำหนดให้มีผ่านกฎกระทรวงอยู่เช่นกัน

ล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติร่างกฎกระทรวง เรื่อง ‘กำหนดลักษณะ หรือการจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะ และบริการขนส่ง เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้’ โดยเป็นการแก้ไขจากกฎหมายฉบับเดิมเมื่อปี 2556 แต่เนื่องจากกฎกระทรวงฉบับปัจจุบันยังไม่ถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงจำเป็นต้องอ้างอิงฉบับเดิมไปก่อน

ในภาพรวมของกฎกระทรวงเรื่องกำหนดลักษณะ หรือการจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะ และบริการขนส่ง เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ พ.ศ. 2556 เป็นการกำหนดให้ขนส่งสาธารณะไม่ว่าจะรถเมล์ รถไฟ หรือเรือ ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการโดยแยกไปตามระบบขนส่งแต่ละประเภท แต่สิ่งที่ต้องมีอยู่ร่วมกันก็คือทางลาดขึ้นรถ พื้นที่สำหรับคนพิการในรถ และเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการอบรมเกี่ยวกับการใช้งานคอยให้บริการ (ซึ่งอาจจะหมายถึงพนักงานขับรถก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริบทของระบบขนส่งชนิดนั้นๆ) และยังมีการกำหนดให้ทางเท้าที่รัฐดูแลมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเช่น เบรลบล็อค หรือสัญญาณข้ามถนนอีกด้วย อย่างไรก็ตามหน่วยงานที่ดูแลทางเท้าในเมืองต่างๆ อย่างเทศบาลนั้นไม่ได้ขึ้นกับกระทรวงคมนาคมจึงไม่ถูกกำหนดให้ทำตามกฎกระทรวงนี้ด้วย

กลับกัน หน้างานจริงในฝั่งรถเมล์มีโครงการปฏิรูปรถเมล์ที่กรมการขนส่งทางบกกำลังดำเนินการอยู่ นอกจากการเปลี่ยนเส้นทางและเปลี่ยนเลขไปใช้เลขสายที่มีขีดแล้ว กรมการขนส่งทางบกก็ได้กำหนดอีกเงื่อนไขไว้สำหรับผู้ให้บริการรถเมล์ที่จะนำรถมาวิ่งคือในแต่ละสายที่นำรถมาวิ่งนั้นต้องมีรถที่สามารถรองรับรถเข็นวีลแชร์ได้อย่างน้อย 20% และบังคับแค่กับสายที่ใช้รถเมล์แอร์เท่านั้น

ฟังดูเหมือนจะดีที่กรมการขนส่งทางบกเห็นความจำเป็นของรถเมล์ที่ควรจะรองรับคนพิการที่ใช้รถเข็น แต่เมื่อมานั่งคำนวณดีๆ แล้วก็หมายความว่าหากรถเมล์สายนั้นมีรถ 10 คัน ก็จะมีรถที่วีลแชร์ขึ้นได้เพียงแค่ 2 คันเท่านั้น ซึ่งดูไม่เป็นธรรมกับคนพิการเท่าไร อีกทั้งถ้าผู้ให้บริการรถเมล์เลือกใช้รถร้อนวิ่งเป็นหลักซึ่งไม่รองรับวีลแชร์ โอกาสที่ผู้ใช้วีลแชร์จะได้เดินทางก็แทบจะไม่มีเลย

อย่างน้อยโลกแห่งความเป็นจริงก็ยังปราณีต่อกันบ้าง อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้าว่าสัดส่วนเส้นทางรถเมล์ที่รถส่วนมากในสายรองรับรถวีลแชร์ได้นั้นมีอยู่ 147 เส้นทางจาก 287 เส้นทาง (รวมเส้นทางย่อยทั้งหมด) ซึ่งดูเยอะเนื่องจากรถเมล์ส่วนใหญ่นี้เป็นของบริษัทรถเมล์หน้าใหม่อย่างไทยสมายล์บัสนั้นซึ่งเป็นรถเมล์สร้างใหม่ที่มีทางลาดรองรับรถวีลแชร์ทุกคัน โดยทางบริษัทได้ระบุว่าทางบริษัทมีรถมากถึง 2,350 คัน

อย่างไรก็ตาม แต่ในจำนวน 2,350 คันนี้ จากข้อมูลในเว็บไซต์ Bangkokbusclub.com พบว่ามีเพียง 112 คันเท่านั้นที่เป็นรถชานต่ำจริงๆ ที่ผู้โดยสารไม่ต้องก้าวขาขึ้นรถหลายขั้น ส่วนรถที่เหลืออีกกว่า 2,000 คันนั้นแม้จะรองรับรถวีลแชร์ได้ แต่ก็เป็นรถ ‘กึ่งชานต่ำ’ ที่มีขั้นบันไดเพิ่มขึ้นมา 1 ขั้น ซึ่งเหมือนว่าจะสร้างความไม่สะดวกและพึงพอใจกับผู้ใช้วีลแชร์เท่าไร แต่ประเด็นเรื่อง ‘รถชานต่ำ’ หรือ ‘รถกึ่งชานต่ำ’ นี้ไม่ได้มีระบุไว้เนื่องจากในกฎหมายระบุเพียงแค่ต้องมีทางลาดสำหรับรถวีลแชร์เท่านั้น การใช้รถกึ่งชานต่ำจึงไม่มีความผิด

นอกเหนือจากเงื่อนไขที่กำหนดในโครงการปฏิรูปรถเมล์แล้ว ก็ไม่พบว่ากรมการขนส่งทางบกจะมีหลักเกณฑ์บังคับให้รถสาธารณะอื่นๆ นอกเหนือจากในโครงการนี้ที่ไปจดทะเบียนต้องรองรับคนพิการได้แต่อย่างใด สังเกตได้จากรถสองแถวที่ยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นในช่วงปีนี้ เนื่องจากปัญหาการขาดทุนของผู้ให้บริการรถสาธารณะสายต่างๆ ที่ลดต้นทุนการให้บริการลงด้วยการเปลี่ยนจากการใช้รถเมล์ไปเป็นรถสองแถวที่เกิดจากการนำรถกระบะไปดัดแปลงแทน

สองแถวสาย 1402 บางแค – วัดสิงห์ – บิ๊กซีบางบอน ที่เพิ่งรอบใช้รถสองแถวให้บริการแทนรถเมล์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ยิ่งแล้วใหญ่เมื่อต้องออกต่างจังหวัด มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่คนพิการจะได้ใช้ขนส่งสาธารณะทั้งในการเดินทางข้ามภูมิภาค และการเดินทางในต่างจังหวัด

ปัจจุบันรถไฟทางไกลยังคงเป็นสถานีชานชาลาต่ำที่ไม่เสมอกับรถไฟ ทำให้ต้องก้าวขาขึ้นหลายขั้น ส่วนตู้รถไฟที่มีลิฟต์รองรับรถเข็นวีลแชร์ก็มีให้บริการเฉพาะในรถด่วนและด่วนพิเศษเพียงวันละ 12 เที่ยวเท่านั้น นอกเหนือจากนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ก็ยังไม่มีการสั่งซื้อรถไฟรุ่นใหม่นอกเหนือจากที่นำมาวิ่ง 12 เที่ยวนี้มาให้บริการเพิ่มเติม กฎกระทรวงที่กำหนดไว้จึงแทบไม่มีความหมายเลย

ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/share/12C2TUe2xfY/ และ https://www.facebook.com/share/15Wy4HuEWK/

ส่วนรถทัวร์เองแม้จะเป็นรถที่มีห้องโดยสารสูงอยู่แล้ว แต่ในต่างประเทศอย่างญี่ปุ่นก็พบว่ามีรถทัวร์ที่มีลิฟต์รองรับอยู่ ซึ่งในไทยยังไม่มีรถประเภทนี้

ขอบคุณภาพจาก https://www.bushikaku.net/article/67466/

ประเด็นนี้ยังไม่รวมถึงรถสาธารณะในต่างจังหวัดที่ยังคงเป็นรถสองแถว หรือบางพื้นที่อาจจะไม่มีให้บริการเลยด้วยซ้ำ ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาแค่กับคนพิการแต่เป็นกับผู้คนที่ไม่ได้ขับรถด้วยเช่นกัน

ตัดภาพไปในที่ที่คุณภาพชีวิตดีกว่า

เมื่อเห็นปัญหาไปแล้ว การมองดูประเทศที่มีสาธารณูปโภคดีก็คงพอเป็นแนวทางให้กับเราได้พอสมควร หนึ่งในประเทศที่ว่านั้นก็คงจะเป็นประเทศสิงคโปร์

สิงคโปร์มักเป็นต้นแบบในเรื่องการสร้างเมือง ระบบการเดินทางทุกอย่างในสิงคโปร์ตั้งแต่ทางเท้า ป้ายรถเมล์ ตัวรถเมล์ เส้นทางรถเมล์ไปจนถึงรถไฟฟ้า ทั้งหมดถูกควบคุมดูแลโดย Land Transport Authority หรือ ‘LTA’ ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงคมนาคมของสิงคโปร์

บทบาทของ LTA มีความคล้ายคลึงกับกรมการขนส่งทางบกและกรมทางหลวงในไทยที่รวมเป็นหน่วยงานเดียว โดยจะกำกับดูแลทั้งการให้บริการรถสาธารณะ รถส่วนตัว รถไฟฟ้า รวมไปถึงการตัดถนนและควบคุมการจราจรทำให้หน่วยงานนี้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการควบคุมการเดินทางของประชาชนในสิงคโปร์

LTA ได้ระบุในเว็บไซต์ของหน่วยงานว่า จะพัฒนาเมืองด้วยแนวคิดแบบ People-centric หรือแนวคิดแบบพัฒนาเมืองโดยให้ความสำคัญกับคนเดินทางเป็นหลัก เพื่อเชื่อมต่อชุมชนกับสถานที่ต่างๆ ด้วยการทำให้ระบบขนส่งสาธารณะเข้าถึงได้ง่าย โดยในตอนนี้รถเมล์สิงคโปร์สามารถรองรับรถวีลแชร์ได้ ‘ทุกคัน’ แล้วและป้ายรถเมล์ในสิงคโปร์กว่า 98% ก็มีการติดตั้งอย่างถูกต้องตามหลักการ Barrier-free

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าแนวคิด People-centric เองก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สิงคโปร์กลายเป็นเมืองที่คนพิการสามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องพบกับปัญหาจุกจิกระหว่างทาง ส่วนในไทยภาพรวมการพัฒนาเมืองยังคงเป็นแบบ Car-centric ที่เป็นขั้วตรงข้ามซึ่งเน้นความสำคัญของรถยนต์ส่วนตัวมากกว่า จุดนี้จึงอาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เห็นความสำคัญของคนเดินทางและคนพิการมากขึ้น

.

กลับมาที่ประเทศไทย ถ้าถามว่าแนวโน้มที่การเดินทางของคนพิการจะสะดวกขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ไหม ผู้เขียนมองว่าอาจง่ายขึ้นในช่วงปีหน้าเฉพาะในเขตเมืองหลวง เนื่องจากตอนนี้ ขสมก. ได้มีโครงการเช่ารถเมล์พลังงานสะอาดจำนวน 1,520 คันเพื่อทดแทนรถครีมแดงเดิมที่มีอายุการใช้งานกว่า 33 ปี ทำให้สัดส่วนรถเมล์ที่รองรับรถเข็นวีลแชร์อาจเพิ่มขึ้นเท่าตัวในปีหน้า นอกจากนี้ฝั่งของ กทม. ก็มีการเปิดเผยว่าในงบประมาณปี 2568 ที่เพิ่งเริ่มต้นไปนั้นจะมีการปรับปรุงทางเท้าเพิ่มเติมอีก 24 จุดทำให้ในพื้นที่กรุงเทพฯ จะมีทางเท้าที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้สัญจรได้ตามหลัก Universal Design เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในฝั่งต่างจังหวัดและการเดินทางต่างจังหวัดก็ยังไม่เห็นแผนการพัฒนาเกี่ยวกับ Universal Design มากนัก สุดท้ายแล้วประเด็นนี้ก็อาจจะชี้ให้เห็นภาพปัญหาการพัฒนาที่ยังคงกระจุกตัวในเมืองใหญ่เป็นอีกปัญหาหนึ่ง

อ้างอิง

กรุงเทพธุรกิจ (2567). ไทย สมายล์ บัส คว้ารางวัล องค์กรดีเด่น สมาคมแห่งสถาบันพระปกเกล้า.
https://www.bangkokbiznews.com/pr-news/news/prnews/1143581

ฐานเศรษฐกิจ (2567). เริ่ม ก.ค. 68 “ขสมก.” อัดงบ 1.5 หมื่นล้าน ลุยเช่ารถโดยสารอีวี ยาว 7 ปี.
https://www.thansettakij.com/business/economy/611344

ราชกิจจานุเบกษา (2556). กฎกระทรวง กำหนดลักษณะ หรือการจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะ และบริการขนส่ง เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ พ.ศ. 2556.

https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/1965386.pdf

ผู้จัดการออนไลน์ (2567). อนุมัติร่างกฎ ก.คมนาคม กำหนดลักษณะหรือจัดให้มีอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกทุกมิติเพื่อคนพิการ.

https://mgronline.com/uptodate/detail/9670000073779

สำนักข่าวอิศรา (2567). เปิดแผนซ่อมสร้างทางเท้า กทม. 69 เส้นทาง 1.3 พันล้าน ระดมลุยปี 66-68.

https://www.isranews.org/article/isranews-news/128231-government-bkk.html

Accessibility Is Freedom เข้าถึงและเท่าเทียม (2566). “รถเมล์ชาน(ไม่)ต่ำ”.

https://www.facebook.com/share/p/14tM7jP5Wg

AVL Design Community (2563). Universal Design หลักการออกแบบอย่างเท่าเทียม เพื่อองค์กรที่ยั่งยืน.

Bangkokbusclub.com ชุมชนคนรักรถเมล์ (2563). ข้อกำหนดเรื่อง “การบรรจุรถ” ในโครงการปฏิรูปรถเมล์ของขนส่ง.

https://www.facebook.com/share/p/1UGoK2ro1S

Bangkokbusclub.com ชุมชนคนรักรถเมล์ (ม.ป.ป.). รวมข้อมูลการเดินรถ เลขข้างรถในแต่ละสาย.

http://www.bangkokbusclub.com/cms/forumdisplay.php?f=66

KIJI (2562). Universal Design ในญี่ปุ่นที่วินวินทั้งผู้ออกแบบและผู้ใช้งาน.
https://kiji.life/universal-design-japan/

Land Transport Authority (ม.ป.ป.). An Inclusive Public Transport System

https://www.lta.gov.sg/content/ltagov/en/getting_around/public_transport/a_better_public_transport_experience/an_inclusive_public_transport_system.html

The Cloud (2562). ชวนคนไทยทำความเข้าใจ Universal Design ก่อนก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์.
https://readthecloud.co/universal-design/

The Visual by Thai PBS (ม.ป.ป.). ออกแบบอย่างไร? ให้ไม่ทิ้งใคร…ไว้ข้างหลัง.
https://thevisual.thaipbs.or.th/universal-design/main/

thisAble.me (2562). ประวัติศาสตร์ที่สร้างไม่เสร็จ ของสิ่งอำนวยความสะดวกบน BTS.

https://thisable.me/content/2019/01/499

thisAble.me (2564). ศาลปกครองสูงสุดชี้ กทม.ผิด กรณีสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก BTS ล่าช้า สั่งจ่ายค่าเสียหายคนพิการรายละ 5 พันบาท.
https://thisable.me/content/2021/09/770

Urban Creature (2563). คนพิการไม่ได้ชอบอยู่บ้าน แต่มันไม่มีทางเลือก | เปิดมุมมองจากเพจ ThisAble.me.

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
0
Love รักเลย
0
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:Articles

Articles

ข่าวจริงแล้วไง จะเอาอะไรอีกจ๊ะ

เรื่อง: ว่าแล้วคุณต้องอ่าน ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ ช่วงสัปดาห์ก่อน ระหว่างไถฟีดโซเชียลฯ ผมบังเอิญได้อ่านข่าวของเหตุการณ์เดียวกันสองชิ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่พาดหัวกลับฉายภาพเบื้องต้นของเหตุการณ์ต่างกัน ชิ้นแรกมีพาดหัวที่บอกว่าศาลอุทธรณ์ยังไม่ตัดสินคดีปลาหมอคางดำและคาดว่าต้องใช้เวลาพิสูจน์อีกนาน ส่วนชิ้นที่สองมีพาดหัวที่บอกว่าศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น รับฟ้องเป็นคดีแบบกลุ่ม ผมเปิดเข้าไปอ่านทั้งคู่ แล้วพบว่าข้อเท็จจริงในข่าวก็ไม่ได้ขัดกัน ทั้งสองชิ้นรายงานว่าศาลอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม ...

Articles

‘เจอร์ซีย์’ จากเสื้อกีฬา สู่แฟชั่นมหาลัย

เขียน วรนิษฐ์ ภัคคะศรีโรจน์กราฟิก กัลย์สุดา ทองดี เมื่อไม่กี่วันก่อน ขณะที่กำลังนอนไถฟีดอย่างสบายใจ กลับมีโพสต์หนึ่งเด้งขึ้นมา เป็นโพสต์การขายเสื้อที่มาพร้อมความวาบหวิวกระแทกตา (รูปผู้ชายถอดเสื้อ) มากกว่าจะโชว์คอลเล็กชันเสื้อใหม่ ด้วยความแปลกใจ เลยเลื่อนดูตั้งแต่ต้นจนจบ ก็พอจะรู้ได้ว่า อ๋อ ...

Articles

สภาวะของกรงขัง เรือนจำ และการป้องกันโลกภายนอก

เรื่อง: .JPEG ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้เดินทางไปยังศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าแห่งหนึ่ง พร้อมๆ กับได้ขบคิดประเด็นสำคัญว่า สัตว์ป่าเหล่านี้ต้องอยู่ในกรงขังไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัย เนื่องมาจากว่าสัตว์จำนวนมากได้รับการช่วยเหลือมาจากขบวนการลักลอบขนสัตว์ป่า และไม่สามารถปล่อยตัวไปสู่ป่าใดๆ ในประเทศไทยได้ จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่การไม่สามารถปล่อยตัวคืนสู่ป่าใดในประเทศไทยได้ เป็นไปเนื่องจากสัตว์ป่าเหล่านี้ ...

Articles

เมื่อคนไทยมียิ้มในคดีโกงสว.

เรื่อง: หนุ่ม คลองหลวง สมมติว่า นี่คือข้อสอบวิชา ‘ทักษะชีวิตสำหรับพลเมืองไทย’ ขอให้พลเมืองไทย ตอบคำถามต่อไปนี้ (เต็ม 229 คะแนน) ท่ามกลางความรู้สึกวิตกกังวล เครียด ชอกช้ำ อยากย้ายประเทศหนี ...

Articles

เมืองมายา: เมื่อความเท่าเทียม (ทางเพศ) อาจเป็นเพียงภาพลวงในสังคมไทย

เรื่อง: ไม้แดง  รังสิต ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ จ่ายเบี้ยประกันสังคม งบประมาณโคตรจะงง ขอให้ยกมือขึ้น อยากมีรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ยังไปไม่ถึงไหน เลยยกมือขึ้น (ไม่เอาอำนาจสว. อยากเลือก สสร.) ...

Articles

ส่องสังคมอุดมอารมณ์ เราเรียนรู้อะไรเมื่อความสูญเสียกลายเป็นวัตถุดิบของข่าว ในยุคที่อะไรก็เป็นคอนเทนต์ได้ทั้งนั้น

เรื่อง: Mother Mad Grey ในโลกดิจิทัล สิ่งที่เรียกว่าข้อมูลกลายเป็นสิ่งที่หาได้ทั่วไปในวันที่ดาต้าล้นจอ จนหาต้นไม่เจอ หาปลายไม่เห็น เมื่อเกิดเหตุการณ์ใหญ่ ข้อมูลแบบแปะๆ ไล่เรียงเหตุการณ์หลั่งไหลเข้าสู่หน้าฟีดอย่างพร่ำเพรื่อ โดยเฉพาะข้อมูลที่เล่าเรื่องการเกิดขึ้นของเหตุการณ์แบบ ใคร ทำอะไร ที่ไหน ...

0 %