ArticlesWritings

ก้าวหน้า: 90 วันกับบทเรียนของนักวิ่งมือใหม่

เรื่อง: ธนินี นววงศ์วิวัฒน์

ในระยะที่ผ่านมา การรักสุขภาพดูจะเป็นกระแสที่เด่นชัดและต่อเนื่องยาวนานจนรู้สึกได้ อาจเป็นเพราะการรักสุขภาพในยุคนี้มีอะไรมากกว่าการออกกำลังกาย แต่มันคือ ‘การโชว์ไลฟ์สไตล์’

นอกจากจะเข้ายิมไปยกเหล็กหรือวิ่งบนลู่แล้ว  การแต่งชุดออกกำลังให้เข้ากันเพื่อไปคลาสพิลาทิส หาที่ปีนผาในห้างถ่ายคอนเทนต์เก๋ ๆ จอย Run Club หาเพื่อนใหม่ จบด้วยการแช่ Ice Bath แต่สิ่งที่ฮิตที่สุดคงหนีไม่พ้น ‘เทรนด์การวิ่ง’ ทำให้ไม่ว่าจะคนไกลหรือใกล้ตัวก็ดูเหมือนจะเกาะไปกับกระแสนี้

หลายคนโพสต์ภาพโชว์ความสำเร็จของตัวเองหลังวิ่ง พร้อมแปะผลลัพธ์-สถิติ บ้างก็เช็คอินสวน Routes การวิ่งกันอย่างคึกคัก บางคนก็ทุ่มสุดตัว ลงการแข่งขัน 5K 10K ฮาล์ฟมาราธอน มาราธอน เป็นภาพแปลกตา

ถึงอย่างไรก็ดี ไม่ปฏิเสธเลยว่าภาพบนโซเชียลเหล่านั้น บวกกับสังขารตัวเองที่เริ่มประท้วงหลังจากปล่อยปละละเลยมันมาหลายปี ก็เป็นแรงผลักดันหลักที่ทำให้ฉันอยากกระโจนเข้าสู่วงการนี้ด้วย

“แค่วิ่งเป็นเส้นตรงไปเรื่อย ๆ มันจะไปยากอะไร”

ความคิดตื้น ๆ ผสมกับอีโก้โผล่ขึ้นมาเป็นอันดับแรก เพราะเมื่อเทียบกับกีฬาอื่น การวิ่งดูเหมือนจะไม่ต้องใช้ทักษะพิเศษหรืออุปกรณ์อะไรมากมาย

กลางเดือนธันวาคม ปี 2568 อากาศหนาวกำลังดีเหมาะกับการวิ่งริมถนน เป็นครั้งแรกที่ฉันลุกขึ้นมาผูกเชือกรองเท้าแล้วออกไปวิ่ง โดยมีเป้าหมายเวลาคือ 20 นาที

ทว่าเพียงแค่ไม่กี่ร้อยเมตรแรก ความมั่นใจที่พกมาก็มลายหายไป หัวใจเต้นแรง ทุกวินาทีสัมผัสได้ถึงเส้นเลือดกำลังสูบฉีด อาการหอบเหนื่อยที่ดังกว่าเสียงเพลงในหูฟัง ขาที่เคยคิดว่าแค่ก้าวสลับไปมากลับเริ่มหนักอึ้ง อาการปวดจี๊ดจากข้อเท้าลามมาถึงข้อเข่า ลมหนาวที่เคยคิดว่าช่วยให้สดชื่น กลับกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้แสบคอทุกครั้งที่สูดอากาศหายใจ

จากวิ่งเร็วกลายเป็นวิ่งเหยาะ ๆ จากวิ่งเหยาะ ๆ เปลี่ยนเป็นการเดินเร็ว และจากเดินเร็วกลายเป็นการหยุดนิ่งอยู่ริมถนน…

ความคิด ‘เลิกดีไหม?’ ตีกันอยู่ในหัวเป็นล้านครั้งในระหว่างที่ยืนหอบพลางก้มมองรองเท้า แต่เมื่อพอจะหายเหนื่อย ฉันก็ตัดสินใจเริ่มออกวิ่งอีกครั้ง วงจรนี้วนซ้ำไปซ้ำมา วิ่ง เดิน หยุด และเริ่มใหม่

ที่น่าประหลาดคือแต่ละครั้งที่เริ่มใหม่ มันไม่ได้รู้สึกง่ายขึ้นเลยแม้แต่น้อย ทุกย่างก้าวที่เริ่มหลังจากหยุดพักกลับหนักอึ้งและทรมานกว่าเดิม แต่ในที่สุดฉันก็จบ 20 นาทีนั้นมาได้

หมดสภาพ สะบักสะบอม ไม่สวยงามเหมือนภาพที่เคยเห็นบนหน้าโซเชียล แอปออกกำลังกายบนจอชี้ให้เห็นผลลัพธ์ที่ได้

‘First Run: 1.95 กม. เพซเฉลี่ย 10.16’

ถ้าพูดง่าย ๆ คือ ในระยะทาง 1 กม. ฉันใช้เวลาไปกว่า 10 นาที ฉันรู้ดีว่านี่เป็นความเร็วที่ห่วยมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานนักวิ่งทั่วไป แต่วินาทีที่จ้องมองตัวเลขนั้นท่ามกลางหัวใจที่ยังเต้นรัว ฉันกลับไม่ได้รู้สึกแย่อย่างที่คิด ตรงกันข้าม ความรู้สึกอยากเอาชนะตัวเองกลับโผล่ขึ้นมาแทนที่ความสมเพชตัวเองในตอนแรก

 

ฉันตัดสินใจหาข้อมูลเพิ่มเพื่อตอบสนองความอยากเอาชนะที่เกิดขึ้น ตอนนั้นเองที่ทำให้ได้รู้ว่า การวิ่งไม่ใช่แค่การใช้ขาสองข้างถีบตัวเองไปข้างหน้าเท่านั้น

แต่มันคือการจัดตารางซ้อม จังหวะการลงเท้า การจัดระเบียบลำตัว การแกว่งแขนที่ต้องสัมพันธ์กับการสับขา การควบคุมลมหายใจให้เป็นจังหวะเพื่อลดอาการหอบเหนื่อย การสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงเพื่อรองรับแรงกระแทก ไปจนถึงการควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ

ใครจะไปคิดว่าเราจะสามารถตั้งใจคุมการเต้นของหัวใจได้ แต่คีย์เวิร์ด ‘วิ่ง Zone 2’ เป็นสิ่งที่นักวิ่งมักได้ยินกันเกลื่อน

Zone 2 มาจากการแบ่งโซนอัตราการเต้นของหัวใจ ที่เป้าหมายคือการให้หัวใจเต้นอยู่ที่ 60-70% ของอัตราเต้นหัวใจสูงสุด ซึ่งเป็นระดับการเต้นที่เหมาะกับการฝึกซ้อมในระยะยาว เพราะหัวใจไม่ทำงานหนักจนเกินไป สามารถวิ่งได้เรื่อย ๆ ไม่หอบ และสามารถพูดคุยได้ปกติ

ผลจากการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดทำให้ตรัสรู้ได้ว่า ที่ผ่านมานั้น ทำ-ผิด-ทุก-อย่าง!!!

ทั้งการวอร์มที่ไม่เพียงพอ การก้าวเท้าที่กว้างเกินไป หายใจไม่มีจังหวะ วิ่งแบบสุดลิ่มทิ่มประตูโดยที่ไม่รู้เลยว่าหัวใจเต้นอยู่ที่ 170 BPM จากที่คาดหวังจะเกาะไปกับกระแสรักสุขภาพ กลับกลายเป็นการก้าวขาเข้าใกล้โรงพยาบาลมากกว่าเดิม

เป้าหมายที่ตั้งไว้จึงเปลี่ยนใหม่ เพราะการวิ่งเพื่อสุขภาพไม่ใช่การวิ่งให้เร็ว แต่คือการเรียนรู้ที่จะควบคุมร่างกายตัวเองให้เหมาะสมที่สุด ไม่ใช่การวิ่งแข่งกับเวลาหรือการวิ่งเพื่ออวดให้คนเห็นว่าฉันวิ่งได้ 5 โล 10 โล แต่เป็นการวิ่งที่ต้องทนอยู่กับความเบื่อ

เบื่อที่ต้องคอยเบรกตัวเองไม่ให้ก้าวเร็วเกินไป เบื่อที่เห็นคนวิ่งแซงนำไปก่อน เบื่อที่แม้แต่การฟังเพลงก็ต้องคอยหาเพลงที่จังหวะไม่เร็วเกินไป เบื่อที่ต้องฝึกวิ่งช้าให้เป็นนิสัยเพื่อให้ร่างกายชินกับระบบใหม่ ทั้งที่ใจอยากพุ่งไปข้างหน้าเต็มแก่

แต่หากอยากให้วิ่งดี ต้องวิ่งช้าให้เป็นเสียก่อน

ผ่านมาเกือบ 3 เดือน คงเป็นช่วงเวลาที่เร็วไปที่จะดูผลลัพธ์ แต่ก็ฉันกลับรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ การวิ่งไม่ใช่ความทรมานอีกต่อไป การหายใจปกติมากขึ้น อาการปวดกล้ามเนื้อน้อยลงจนแทบจะเป็นศูนย์ ทุกครั้งที่วิ่งจบจึงเหมือนการได้ผ่านด่านใหม่ไปอีกขั้น

สถิติล่าสุดที่ได้คือ ‘2 กม. เพซเฉลี่ย 7.28 ใช้เวลาไป 13 นาที’

แน่นอนว่าตามมาตรฐานนักวิ่งทั่วไป ตัวเลขนี้ไม่ได้พิเศษอะไร แต่สำหรับฉันตัวเลขนี้มันมีค่าอย่างมาก เพราะมันมาจากความอดทนอย่างต่อเนื่อง และการเคารพตัวเองที่ไม่ยอมปล่อยให้ความเหนื่อย ความเบื่อ และความขี้เกียจมาล้มล้างความตั้งใจเดิม

ทุกวินาทีระหว่างการวิ่ง มันคือการต่อสู้ระหว่าง ‘อีโก้’ ที่อยากวิ่งให้เร็ว กับ ‘วินัย’ ที่สั่งให้คุมร่างกาย

ฉันพบว่า บางครั้งความ ‘ก้าวหน้า’ ที่แท้จริง อาจไม่ได้วัดกันที่ว่าเราวิ่งแซงใครไปกี่คน แต่วัดกันที่ว่าเราสามารถควบคุมตัวเองได้นิ่งแค่ไหนบนเส้นทางที่อยากไป

แค่วิ่งเป็นเส้นตรงไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องไปเร่งรีบมากนัก มันก็ดีเหมือนกันนะ 🙂


ข้อมูลเพิ่มเติม

RunAtHomeAdmin2025. (3 ธันวาคม 2024). คู่มือนักวิ่งฉบับสมบูรณ์ 2025 รวมทุกสิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการวิ่งออกกำลังกาย. เข้าถึงได้จาก RUN AT HOME: https://runathome.co/blog/running-guide-for-beginners-and-advanced/

Sneaker On Sight. (27 ธันวาคม 2025). My Sub-2 Story การซ้อมวิ่งแบบหัวใจใหม่ Bangsaen 21 Half Marathon. เข้าถึงได้จาก Youtube: https://youtu.be/bEtIW68BUUs?si=NhCCIXkSepGfpcVV

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
2
Love รักเลย
2
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:Articles

Articles

อีกกี่ชีวิตของปุถุชน ที่ต้องร่วงหล่นไปจากภัยสงคราม

เรื่อง: พีรวิชญ์ สุลักษณานนท์ ‘เกิดสงครามพันครั้ง เด็กก็ยังสวยงาม เป็นเพียงแค่สงคราม ความเดียงสาเท่าเดิม’ คำร้องอมตะนิรันดร์กาลจากเพลง ‘กล้วยไข่’ (2529) ของวงเฉลียง วาบเข้ามาในห้วงคำนึงของผู้เขียน เมื่อได้ทราบข่าวว่าสงครามพรากเอาชีวิตเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาไปอีกครั้งหนึ่ง 168 คนคือตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีโรงเรียนประถมศึกษาชาจาเรห์ ตัยยิเบห์ ...

Art & Culture

ตีตั๋วทัวร์งานศพไปกับหนังสือ จากดับสูญสู่นิรันดร์

เรื่อง: รณรต วงษ์ผักเบี้ย ‘ตายแล้วไปไหน?’ เป็นคำถามที่มักผุดขึ้นมาในหัว เมื่อผมไปเข้าร่วมงานศพหรือต้องพูดคุยเรื่องความตาย และคำตอบที่ได้คงมีอยู่ไม่กี่แบบ ขึ้นสวรรค์หรือตกนรก เป็นวิญญาณเร่ร่อนล่องลอยไปมา หรือไม่ไปไหนเลย สูญมลายไปในความว่างเปล่าของความไร้ตัวตน ทว่าเรื่องความตายไม่ได้มีแค่ความเชื่อเรื่องโลกหลังความตาย แต่ยังเต็มไปด้วยแง่มุมเชิงวัฒนธรรม วิถีชีวิต และประวัติศาสตร์ ...

Articles

70 วัน Varasarn Press

ข้อสำคัญในการเป็นสื่อ คือการยึดมั่นในการนำเสนอข้อเท็จจริงอันไม่ถูกบิดเบือนเพื่อผลประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และนำเสนอข้อมูลอย่างรอบด้านโดยปราศจากอคติ แต่ในปัจจุบันมีสื่อจำนวนไม่น้อยที่นำเสนอเนื้อหาเอนเอียง ซึ่งอาจเป็นเพราะปัจจัยด้านรายได้ก็ดี หรือการถูกกดดันจากผู้มีอำนาจก็ดี ส่งผลให้สื่อบางสำนักอาจขาดอิสระในการนำเสนอข้อมูล ในขณะที่สำนักข่าว Varasarn Press ซึ่งดำเนินการโดยนักศึกษาสาขาวารสารศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ดังนั้นในฐานะนักศึกษาวิชาชีพสื่อ การเลือกเนื้อหาเพื่อการนำเสนอและคติที่ควรพึงกระทำคือการคงไว้ซึ่งจริยธรรม ในขณะที่ทดลองปฎิบัติงานอย่างอิสระและไร้ผู้ใดมาแทรกแซง ...

Articles

เรื่องจริงของ Sex Worker ในสังคมที่ไม่เข้าใจ

เรื่อง: แพรพิไล เนตรงาม ภาพประกอบ: สุชานันท์ สหวงศ์เจริญ ‘Sex Worker’ อาชีพใต้เงากฎหมายที่เห็นกันมาตลอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นอาชีพที่ทำมากกว่าแค่ ‘เรื่องบนเตียง’ และสมควรได้รับการให้เกียรติและมีศักดิ์ศรีในฐานะ ‘อาชีพสุจริต’ เช่นเดียวกับอาชีพอื่น  วันนี้ ...

Articles

ภัยพิบัติในไทยกับความสนใจ ‘แค่กรุงเทพ’

เรื่อง: สุชานันท์ สหวงศ์เจริญ ภาพ: Wiroj Sidhisoradej จาก Freepik 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 เกิดเหตุแผ่นดินไหว จุดศูนย์กลางอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ...

Articles

หลอดไฟในดงไม้ แสงสว่างที่ระบบนิเวศไม่ต้องการ

เรื่อง : พรวิภา หิรัญพฤกษ์ ภาพประกอบ : ทยาภา เจียรวาปี ในเมืองกรุงอันแสนกว้างใหญ่ แม้จะเป็นเวลากลางคืนที่ฟ้ามืดสนิท แสงจากไฟถนนและตึกยังคงส่องสว่างเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญ และในเมืองที่ไม่มีวันดับแสงนี้ การจะเห็นดาวที่ลอยอยู่เต็มผืนฟ้าช่างยากเหลือเกิน แม้แสงไฟจะเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญ แต่ไม่ใช่ทุกที่จะเหมาะสมกับความสว่างไสวนี้ ...

0 %