ArticlesWritings

จะได้อ่านได้เห็นอะไรในสื่อ ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นเจ้าของสื่อ

เรื่อง : ฟลฮ

สำหรับ ‘นักเรียนสื่อ’ ซึ่งหมายถึงคนที่เรียนในคณะที่มีการเรียนการสอนด้านวารสารศาสตร์ นิเทศศาสตร์ และสื่อสารมวลชน การเรียนในหัวข้อ Media ownership หรือ ความเป็นเจ้าของสื่อ เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
นั่นเพราะ การรู้ว่า ‘ใคร’ เป็น ‘เจ้าของ’ สื่อไหน จะทำให้เห็นภาพและเข้าใจชัดเจนขึ้นว่า เพราะอะไรเนื้อหาที่เผยแพร่ออกมาในสื่อหนึ่งนั้นจึงมีหน้าตาแบบที่เราเห็นกัน

เรื่องที่เรามักหยิบยกมาคุยกันในชั้นเรียนก็ได้แก่ หนึ่ง ทฤษฎี Agenda setting หรือ วาระข่าวสาร ที่อธิบายว่าเจ้าของสื่อคือคนที่มีอำนาจสูงสุดในการกำหนดวาระข่าวสาร นโยบายที่ส่งต่อมาจากเจ้าของสื่อถึงคนทำงาน คือสิ่งสำคัญที่จะกลายมาเป็นตัวกำหนด ว่าเรื่องไหนจะได้รับการเผยแพร่ถี่ๆ เรื่องไหนที่ต้องอยู่ในถังขยะตลอดไป กระทั่งเรื่องไหนควรได้รับการบอกเล่าแบบไหน ใครควร ‘ถูกวางตัว’ ให้เป็นพระเอก และใครกันที่เป็นผู้ร้าย ฯลฯ
สอง ถ้าเรียกในภาษาวิชาการหน่อยคงจะใช้คำว่า Gatekeeper หรือ ประตูข่าวสาร เรื่องนี้เราจะคุยกันว่าเจ้าของสื่อมีบทบาทสำคัญในฐานะของคนที่รับหน้าที่เป็นคน ‘เปิด-ปิด’ ประตูข่าวสาร ว่าอยากให้เรื่องไหนได้รับการตีพิมพ์ และเรื่องไหนไม่ควรได้ เราจะได้อ่านหรือไม่ได้อ่านประเด็นใด ก็ขึ้นอยู่กับใครเป็นเจ้าของสื่อนั้น ซึ่งข้อนี้ก็เกี่ยวพันกับข้อแรกแบบแยกกันแทบไม่ออก
สาม คือประเด็นเรื่องความหลากหลายของเนื้อหา ที่เรามักชวนกันคุยว่า ยิ่งมีเจ้าของสื่อน้อยรายลงเท่าไหร่ โอกาสในการ ‘ผูกขาด’ เนื้อหาก็จะมากขึ้นเท่านั้น และนั่นก็หมายความว่า ผู้บริโภคมีโอกาสที่จะได้รับแต่เนื้อหาที่หน้าตาเหมือนๆ กัน มองไปในทิศทางเดียวกัน กระทั่งไม่ชวนกันตั้งคำถามในเรื่องเดียวกันมากขึ้นด้วย

ในระดับนานาชาติ ตัวอย่างที่มักหยิบยกมาพูดคุย (เพราะชัดเจนมาก แม้จะต้องโน้ตไว้ว่าไม่ใช่กรณีของสื่อสารมวลชนเป๊ะๆ) ก็คือ Truth Social โซเชียลมีเดีย โดย Trump Media & Technology Group Corp. (TMTG) ซึ่งมีเจ้าของหลักก็คือ ทรัมพ์คนเดียวคนดีกับที่เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา
Truth Social ถูกมองว่าเป็นพื้นที่สำหรับกลุ่มอนุรักษนิยม กลุ่มเอียงขวา และ ‘ใดๆ รีพับลิกัน’ ซึ่งเป็นพรรคต้นสังกัดของ โดนัลด์ ทรัมพ์ ให้มาโพสต์ข่าวสาร รวมถึงความคิดเห็นต่างๆ
จากข่าว เรามักเห็นว่าทรัมพ์ใช้ Truth Social โพสต์ truth (ข้อความที่โพสต์ลงในแพลตฟอร์ม Truth Social จะเรียกว่า truth ที่แปลว่า ความจริง) ของเขาผ่านช่องทางนี้ ทั้งเพื่อให้ข้อมูล ชี้แจง แก้ต่าง กระทั่งที่บางคนมองว่า อวยตัวเอง รวมถึงระรานและรุกรานคนอื่นด้วย ซึ่งก็แน่นอนว่าในพื้นที่ของแพลตฟอร์มนี้ ยากนักที่จะมีโอกาสได้เห็นข้อมูลจากฝั่งตรงข้ามมานำเสนอ

สำหรับเมืองไทย เรื่องล่าสุดที่ยกมาเป็นตัวอย่างได้ คงเป็นกรณีที่บรรณาธิการข่าว นักข่าว นักวิชาการ และผู้คร่ำหวอดในวงการสื่อหลายท่านต่างพร้อมใจกันตั้งคำถาม ‘ลอยๆ’ ผ่านโซเชียล มีเดีย ส่วนตัว ต่อการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ถูกคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติชี้ขาดว่ามีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง ว่าดูเหมือนสื่อบางเจ้า ที่มีเจ้าของเป็นกลุ่มทุนขนาดใหญ่จะนำเสนอและให้พื้นที่กับมุมมองอัน ‘เป็นคุณ’ มากกว่า ‘เป็นโทษ’ แก่ นายแพทย์สรณ มากกว่าจะนำเสนอข้อมูลที่ครบถ้วน รอบด้าน…จนน่าสงสัย
รวมไปถึงการที่ปัจจุบัน กลุ่มคนทำงานเคลื่อนไหวเรื่องสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน มีการชวนกันให้หันมาจับตาดูข่าวและเนื้อหาที่ว่าด้วยการพยายามผลักดันโครงการที่กล่าวกันว่าจะนำมาซึ่งความก้าวหน้าของประเทศ เช่น โครงการจัดสร้าง Data Center ว่ามีสื่อไหนบ้างที่มีแนวโน้มนำเสนอแต่ด้านดี แทนที่จะนำเสนอผลกระทบทั้งบวกและลบ รวมถึงชวนตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและสิ่งที่ประเทศต้องเสียไปบ้าง

ความยากของเรื่องนี้ก็คือ การจะรู้ว่าใครเป็นเจ้าของสื่อไหน หรือสื่อใดมีวาระแอบแฝงอย่างไร อาจไม่ใช่เรื่องที่คนอ่านคนดูจะสนใจหรือรู้กันโดยง่ายปกติเสมอไป ดังนั้น ในชั้นเรียน สิ่งซึ่งนักเรียนสื่อมักถูกปลูกฝัง ก็คือการชวนให้ตั้งคำถามกับทุกอย่างที่เห็นผ่านตาบ่อยๆ ด้วยคำถามง่ายๆ ว่า

ทำไมสื่อเจ้านี้ชอบนำเสนอแบบนี้นะ
ทำไมเรื่องเกี่ยวกับบริษัทนี้ ช่องนี้ไม่เคยนำเสนอเลย
ทำไมสื่อนี้ถึงเลือกแต่คนเดิมๆ มาให้สัมภาษณ์เรื่องเดิมบ่อยๆ
ทำไมเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ประเด็นที่ได้อ่านถึงมีแต่อะไรก็ไม่รู้ซ้ำๆ
ฯลฯ

เหล่านี้เองอาจเป็นจุดเริ่มต้นให้ถามคำถามที่ใหญ่ขึ้นไป กระทั่งอาจทำให้คนอ่านไปลงมือหาด้วยตัวเองก็ได้ ว่าใครนะใครที่เป็นเจ้าของสื่อที่ตัวเองอ่าน
และเขาเหล่านั้นตั้งใจเพียงจะ ‘ปัน’ share ‘ปั่น’ twist หรือ ‘ปั้น’ fabricate เรื่องราวอะไรมาให้คุณบ้าง


วารสารกลับหัว ที่ซุมแซวของเหล่ากูรู (และบางคราวก็กูไม่ค่อยรู) ด้านวารสารศาสตร์ ซึ่งผลัดกันหยิบข่าว กระแส ความเชื่อ และเรื่องรอบตัว มาพลิกซ้าย พลิกขวา กลับหัวดูว่า จริงแค่ไหน และยังมีอะไรซ่อนอยู่อีกบ้าง

พบเขาและเธอว์เหล่านี้ได้ทุกวันศุกร์ เที่ยงตรง (?) ที่ Varasarn Press ที่นี่ที่เดียว

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
0
Love รักเลย
0
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:Articles

Articles

“สงกรานต์” แสนแพง: เมื่อรัฐเอื้อทุนพลังงาน แก้วิกฤตด้วยการสงเคราะห์

เรื่อง: ธาวิน กิตติพงศ์พิทยา ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา “สงกรานต์” ควรเป็นช่วงเวลาที่คนบ้านไกลได้กลับบ้านไปใช้เวลากับครอบครัวอันเป็นที่รัก ทว่าปีนี้กลับเป็นปีที่หลายคนคิดหนัก คนที่เคยกลับก็ชั่งใจ ส่วนคนที่มีสถานะทางการเงินไม่เอื้ออำนวยยิ่งชั่งใจกว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ทุนในการเดินทางและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ...

Articles

เปลี่ยนจาก ‘สาดน้ำ’ เป็น ‘อ้อมกอด’: คืนความเรียบง่ายให้สงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

เรื่อง: ณัฏฐณิชา มาลีวรรณ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา สงกรานต์ปีนี้ คิดยังไงก็คงไม่สนุกสุดเหวี่ยงแบบตัวเปียกทุกพื้นที่ที่น้ำเข้าถึง ถ้าเป็นในกรุงเทพฯ หรืออำเภอใหญ่ ๆ ในต่างจังหวัดที่มีการจัดงานคงไม่เห็นความแตกต่างจากทุกปีมากนัก แต่พอไม่ใช่เมืองใหญ่ การเล่นน้ำสงกรานต์อาจจะเหลือแค่การรอสาดน้ำประแป้งคนที่ผ่านไปผ่านมาหน้าบ้านตัวเองแบบเหงา ๆ ...

Articles

ก้าวหน้า: 90 วันกับบทเรียนของนักวิ่งมือใหม่

เรื่อง: ธนินี นววงศ์วิวัฒน์ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ในระยะที่ผ่านมา การรักสุขภาพดูจะเป็นกระแสที่เด่นชัดและต่อเนื่องยาวนานจนรู้สึกได้ อาจเป็นเพราะการรักสุขภาพในยุคนี้มีอะไรมากกว่าการออกกำลังกาย แต่มันคือ ‘การโชว์ไลฟ์สไตล์’ นอกจากจะเข้ายิมไปยกเหล็กหรือวิ่งบนลู่แล้ว  การแต่งชุดออกกำลังให้เข้ากันเพื่อไปคลาสพิลาทิส หาที่ปีนผาในห้างถ่ายคอนเทนต์เก๋ ๆ ...

Articles

ในวันที่ระเบียบโลกสั่นคลอน ระเบียบไทยกลับเข้าสู่จุดเดิม

เรื่อง: ธนินี นววงศ์วิวัฒน์ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ในห้วงเวลาที่ระเบียบโลกกำลังเผชิญกับภาวะสั่นคลอนอย่างรุนแรงจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนขั้วอำนาจเศรษฐกิจ ประเทศไทย — จากชัยชนะการเลือกตั้งของภูมิใจไทย — กลับแสดงปรากฏการณ์ที่ดูเหมือนจะเลือกเส้นทางที่ย้อนกลับไปสู่ ‘จุดเดิม’ อีกครั้ง ชัยชนะของภูมิใจไทยที่ได้ที่นั่งในสภาถึง ...

Articles

อีกกี่ชีวิตของปุถุชน ที่ต้องร่วงหล่นไปจากภัยสงคราม

เรื่อง: พีรวิชญ์ สุลักษณานนท์ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ‘เกิดสงครามพันครั้ง เด็กก็ยังสวยงาม เป็นเพียงแค่สงคราม ความเดียงสาเท่าเดิม’ คำร้องอมตะนิรันดร์กาลจากเพลง ‘กล้วยไข่’ (2529) ของวงเฉลียง วาบเข้ามาในห้วงคำนึงของผู้เขียน เมื่อได้ทราบข่าวว่าสงครามพรากเอาชีวิตเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาไปอีกครั้งหนึ่ง ...

Art & Culture

ตีตั๋วทัวร์งานศพไปกับหนังสือ จากดับสูญสู่นิรันดร์

เรื่อง: รณรต วงษ์ผักเบี้ย ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ‘ตายแล้วไปไหน?’ เป็นคำถามที่มักผุดขึ้นมาในหัว เมื่อผมไปเข้าร่วมงานศพหรือต้องพูดคุยเรื่องความตาย และคำตอบที่ได้คงมีอยู่ไม่กี่แบบ ขึ้นสวรรค์หรือตกนรก เป็นวิญญาณเร่ร่อนล่องลอยไปมา หรือไม่ไปไหนเลย สูญมลายไปในความว่างเปล่าของความไร้ตัวตน ทว่าเรื่องความตายไม่ได้มีแค่ความเชื่อเรื่องโลกหลังความตาย ...

0 %