เขียน รณรต วงษ์ผักเบี้ย
ภาพ กัลย์สุดา ทองดี และ วรนิษฐ์ ภัคคะศรีโรจน์

อ.รัฐศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ เสนอจัดเลือกตั้ง สสร. ดึงประชาชนเห็นรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใกล้ตัว พร้อมท้าทายผู้ครองอำนาจ ด้านสส.ปชน.เสนอให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด เปิดพื้นที่ทางความคิดใหม่ๆ ในการร่างรัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่งานเสวนา ‘การออกแบบระบบการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน’ อุเชนทร์ เชียงแสน อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ สำนักวิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) กล่าวว่า การให้ประชาชนเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จะทำให้ประชาชนอยากมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับช่วงที่มีการร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ที่มีประชาชนจากหลายภาคส่วนร่วมกันออกความเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่อยากให้มีในรัฐธรรมนูญ เช่น สิทธิเสรีภาพ การปราบปรามคอร์รัปชัน หรือการมีรัฐบาลที่เข้มแข็ง กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญเช่นนี้ทำให้ประชาชนรู้สึกมีส่วนร่วมในการกำหนดกระบวนการทางประชาธิปไตย และเห็นว่ารัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใกล้ตัว
อุเชนทร์ กล่าวต่อว่า อีกสิ่งที่สำคัญของการให้ประชาชนเลือก สสร. ได้ คือ การเลือกตั้งเป็นการเปิดเวทีให้ประชาชนได้ท้าทายผู้ครองอำนาจเนื่องจากผู้ครองอำนาจไม่สามารถควบคุมผลการเลือกตั้งได้ ต่างจากการเลือก สสร. ผ่านระบบรัฐสภา ที่ฝ่ายผู้ครองอำนาจสามารถควบคุมกระบวนการการคัดเลือก สสร. ได้ “เหมือนตอนที่ สว. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เขา (ผู้ครองอำนาจ) ก็คุมเกมอีกแบบหนึ่ง พอมีการเลือก สว. ด้วยวิธีแปลกๆ เขาก็คุมได้อีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้น การที่ไม่ได้เลือกตั้ง สสร. โดยตรง เขาก็คุมเกมได้หมด การเปิดให้เลือกตั้งจึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ท้าทายมีโอกาสท้าทายอำนาจนั้น”
เอกศักดิ์ หอมชื่น สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ว่า หากในปัจจุบันใช้ระบบเหมือนการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ให้ผู้สมัครเลือกกันเองจากกลุ่มตัวแทนจังหวัด และคัดเลือกกลุ่มตัวแทนผู้เชี่ยวชาญ โดยให้สถาบันอุดมศึกษาที่มีการมอบปริญญาในสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรือรัฐประศาสนศาสตร์เป็นผู้คัด จากนั้นจะส่งรายชื่อให้รัฐสภาเป็นผู้คัดเลือกอีกทอดหนึ่ง โดยการเลือกด้วยวิธีนี้เสี่ยงที่จะถูกครอบงำเหมือนการเลือก สว. ที่ผ่านมา ดังนั้นทางออกคือ การผลักดันการจัดเลือกตั้ง สสร. และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำในการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครอย่างไร เอกศักดิ์ กล่าวว่า แม้ผู้สมัครแต่ละคนอาจไม่ได้มีโอกาสรับเลือกเป็น สสร. อย่างเท่าเทียมกัน แต่อย่างน้อยการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด ก็จะสามารถสร้างการรับรู้ในสังคม โดยเฉพาะในปัจจุบันที่มีโซเชียลมีเดีย อีกทั้งยังเป็นการเปิดพื้นที่ให้ความคิดใหม่ๆ ในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ “เมื่อพูดถึงการได้เลือก สสร. มันไม่ใช่แค่ว่าเราเลือกใคร แต่มันได้นำเสนอวิธีคิดทางรัฐธรรมนูญ เปิดจินตนาการหลายๆ ชุด เปิดความคิดหลายๆ อย่าง ให้เข้ามาในพื้นที่ทางสังคม ฉะนั้น การพูดถึงการเลือกตั้ง สสร. จะเป็นการพูดถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปด้วย ทั้งเรื่องโครงสร้าง กลไก หลักการทั้งหมด จะถูกนำมาพูด และมันไม่เกี่ยวกับว่าจะได้ใครเป็น สสร. อันนั้นก็สำคัญเหมือนกัน แต่ว่าสิ่งที่สำคัญคือ ประชาชนได้มีโอกาส ได้แสดงความคิดเห็น แสดงความคิด ความหวัง และจินตนาการ”
เอกศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญซึ่งจะจัดทำร่างโดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ) ต้องมีการรับฟังความเห็นจาก สสร. ด้วย ขั้นตอนนี้จึงเป็นส่วนที่สำคัญที่จะรับฟังความเห็นจากตัวแทนของประชาชนจากทั่วประเทศ โดย สสร. แต่ละกลุ่มก็จะได้นำข้อคิดเห็นจากกลุ่มตัวเองใส่เข้าไปในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญด้วย

สส.ปทุมธานี พรรค ปชน. กล่าวว่า ตอนนี้พรรคประชาชนได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้ว 2 ร่าง โดยร่างแรกให้ประชาชนเลือกตั้งแคนดิเดต สสร. 150 คน แบ่งเป็นรายจังหวัดและบัญชีรายชื่อ แล้วให้สภาโหวตรับรองทั้งคณะ และร่างที่ 2 ให้ประชาชนเลือกตั้งแคนดิเดต สสร. 300 คน แล้วให้รัฐสภาลงมติเลือก 150 คน โดยจะแบ่งเป็นสองสาย ได้แก่ สายที่ 1 เป็นการคัดเลือกแคนดิเดต สสร. แบบแบ่งเขต 200 คน เหลือ 100 คน สายที่ 2 เป็นการคัดเลือกแคนดิเดต สสร. แบบบัญชีรายขื่อ 100 คน เหลือ 50 คน โดยสิ่งที่เหมือนกันทั้ง 2 ร่าง คือ สสร. ต้องตั้ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่เกิน 45 คน โดยมาจาก สสร. ครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งมาจากคนที่ สสร. คัดเลือกเข้ามา ซึ่งอาจเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีประสบการณ์ ซึ่งร่างที่ 2 นี้ปรับเปลี่ยนวิธีการเลือก สสร. จากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ลงวันที่ 10 กันยายน 2568 ที่ระบุว่า รัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ แต่รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม ในภายหลังมีการหารือกันระหว่าง สส. สว. และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่ง นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ออกความเห็นว่า การจัดให้ประชาชนเลือกตั้ง สสร. สามารถทำได้ แต่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่สามารถมาจากการเลือกของประชาชนได้โดยตรง ทั้งนี้คำกล่าวของประธานศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่คำวินิจฉัยใหม่จากศาล
เอกศักดิ์ กล่าวว่า แม้การเปิดให้มีการเลือกตั้ง สสร. ในระดับจังหวัดนั้นจะมีความเป็นไปได้ที่จะมีอิทธิพลของการเมืองท้องถิ่นแบบบ้านใหญ่เข้ามา อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นพลวัตทางการเมืองแบบหนึ่ง และไม่ควรไปปิดกั้นคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะทุกคนสมควรได้รับพื้นที่ในการแสดงออก
เอกศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญอยู่ในขั้นเสนอร่างแก้ไข โดยมีร่างจากหลายฝ่ายเข้าสู่สภาแล้ว ทั้งร่างของพรรคภูมิใจไทย ที่ไม่มีการจัดเลือกตั้ง สสร. แต่ให้รัฐสภาเป็นผู้คัดเลือก สสร. จำนวน 100 คน โดยมาจากผู้สมัครจังหวัดละ 1 คน (รวม 77 คน) และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง (รวม 23 คน) นอกจากนี้มี สสร. สำรองอีก 300 คน อีกทั้งยังเสนอให้ตั้ง กมธ. 2 ชุด ได้แก่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และ กมธ.รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ร่างจากวุฒิสมาชิก ซึ่งจะมีการตั้งองค์กรจัดทำรัฐธรรมนูญ 2 องค์กร ได้แก่ สภารับฟังความคิดเห็น จำนวน 200 คน โดย 100 คน มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต อีก 100 คนมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มาจากการคัดเลือกของรัฐสภาจำนวน 35 คน มีหน้าที่นำความคิดเห็นจากสภารับฟังความคิดเห็นมาร่างเป็นรัฐธรรมนูญ ร่างจากพรรคประชาชน 2 ร่าง และที่กำลังรวบรวมรายชื่อสำหรับยื่นเข้าสภาคือร่างจาก กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (ConForAll) ซึ่งเป็นร่างที่จะให้ประชาชนเลือกตั้ง สสร. ได้โดยตรง โดยแบ่งเป็นแบบรายจังหวัด 150 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 150 คน และมี กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวนไม่เกิน 35 คน โดยมาจาก สสร. ไม่น้อยกว่า 25 คน และผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ไม่เกิน 10 คน ส่วนร่างจากพรรคเพื่อไทยนั้น มีสมาชิกพรรคหลายคนยืนยันกับเขาว่าจะมีการยื่นร่างใหม่อีกครั้ง หลังจากถอนร่างเดิมไปก่อนหน้านี้ อีกทั้งตอนนี้ยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะพิจารณาร่างใดก่อน คาดว่าต้องรอร่างจากพรรคเพื่อไทย และร่างจาก ConForAll ซึ่งเขาคาดว่าจะยื่นเข้าสภาช่วงเดือนตุลาคมนี้
อ้างอิง
iLaw. (2 มิถุนายน 2569). เทียบพัฒนาการข้อเสนอ “ภูมิใจไทย” เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ร่างปี 69 เพิ่มหน้าที่ สสร. สำรอง-เปลี่ยนเกณฑ์สว. เห็นชอบ. เรียกใช้เมื่อ 5 กันยายน 2569 จาก iLaw: https://www.ilaw.or.th/articles/58103
iLaw. (23 สิงหาคม 2562). “สสร. 40” จุดเริ่มต้นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน. เรียกใช้เมื่อ 5 กันยายน 2569 จาก iLaw: https://www.ilaw.or.th/articles/3715
กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ. (5 กันยายน 2569). Conforall. เรียกใช้เมื่อ 5 กันยายน 2569 จาก Conforall: https://conforall.com/#sign
สำนักข่าวอิสรา. (27 พฤษภาคม 2569). ‘ปชน.’ ยื่น ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มหมวด 15/1 ชู 150 ‘สสร.’ จัดทำ ‘รธน.ฉบับใหม่’. เรียกใช้เมื่อ 5 กันยายน 2569 จาก สำนักข่าวอิสรา: https://isranews.org/article/isranews-news/147132-isranews-1000-1000-620.html
ศาลรัฐธรรมนูญ. (10 กันยายน 2568). คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เรื่อง ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2). ใน จุลนิติ (น. 62-66). สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา. สืบค้นจาก https://www.senate.go.th/assets/portals/93/fileups/272/files/Sub_Jun/7con/con141.pdf
หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ. (19 มิถุนายน 2569). “ไม่ตัดสิทธิ” มีคูหาเลือก สสร. ได้ 100% ประธานศาลรัฐธรรมนูญยืนยันผ่านคณะ สว. และ สส. เรียกใช้เมื่อ 5 กันยายน 2569 จาก BBC News ไทย: https://www.bbc.com/thai/articles/c70yn4jx4kqo
The Standard. (2 มิถุนายน 2569). สว. อิสระ เล็งล่าชื่อยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ยกร่างอิงจากความเห็นประชาชนเท่านั้น ลดบทบาทรัฐสภา. เรียกใช้เมื่อ กันยายน 2569 จาก The Standard: https://thestandard.co/independent-senators-constitution-draft-public/








