ArticlesWritings

เมืองมายา: เมื่อความเท่าเทียม (ทางเพศ) อาจเป็นเพียงภาพลวงในสังคมไทย

เรื่อง: ไม้แดง  รังสิต

ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์

จ่ายเบี้ยประกันสังคม งบประมาณโคตรจะงง ขอให้ยกมือขึ้น
อยากมีรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ยังไปไม่ถึงไหน เลยยกมือขึ้น
(ไม่เอาอำนาจสว. อยากเลือก สสร.) เฮ้ย ขอให้ยกมือขึ้น
นโยบายมีแต่ลมปาก ตอนนี้ชีวิตโคตรลำบาก เลยยกมือขึ้น

 

ส่วนหนึ่งของเพลง “ยกมือขึ้น” โดยศิลปิน ‘เน–ณรัณ’ (NAY PERSES) และ TangBadVoice สะท้อนสถานการณ์เรื่อง “ความไม่เท่าเทียมเชิงโครงสร้าง” (Structural Inequity) ในสังคมไทยได้เป็นอย่างดี
ทั้งเรื่องระบบรัฐสวัสดิการและการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เป็นธรรม ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลหรือการใช้ชีวิตด้วยตนเอง และเรื่องอำนาจทางการเมืองที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน เสียงของประชาชนส่วนใหญ่จึงถูกทำให้ไร้ผลโดยโครงสร้างรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเนื้อเพลงที่วิพากษ์วิจารณ์ปัญหาเชิงโครงสร้างต่าง ๆ ในสังคมไทยไว้อย่างแหลมคม เช่น เรื่องงบประมาณรัฐ  รัฐสวัสดิการ  รถติด  ฝุ่น PM 2.5  ปัญหา สว. และรัฐธรรมนูญ แต่มีปัญหาหนึ่งที่ไม่ถูกกล่าวถึงราวกับว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหา หรืออาจเป็นปัญหาที่สำคัญน้อยกว่าปัญหาอื่น ๆ นั่นก็คือเรื่อง “ความเท่าเทียมทางเพศ”

ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นกูรู (และบางคราวก็กูไม่ค่อยรู) เรื่องเพศ (Gender) ระยะหลังมักเจอคำถามว่า
“จะศึกษาเรื่องความเท่าเทียมทางเพศไปทำไม เมื่อปัจจุบันสังคมไทยก็ยอมรับคนทุกเพศอยู่แล้วนี่!?” บางคนถึงกับแนะนำให้ ไม้แดง (ผู้เขียน) แปรไปเป็นไม้อื่นเพื่อเติบโตในแวดวงวิชาการได้มากกว่า

มูลเหตุของการตั้งคำถามและคำแนะนำดังกล่าวอาจเป็นเพราะเขา/เธอเหล่านั้นเห็นภาพความเท่าเทียมทางเพศที่ปรากฏในสังคมไทย ซึ่งเกิดขึ้นจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นต้นมา กอปรกับการเห็นภาพที่ปรากฏบนพื้นที่สื่อทั้งการเปิดเผยตัวตนของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในพื้นที่สาธารณะ ผ่านการจัดกิจกรรมการเฉลิมฉลองและเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมทางเพศ ด้วยการเดินขบวน Pride Month หรือ ไพรด์พาเหรด (Pride Parade) ซึ่งจัดขึ้นในเดือนมิถุนายนของทุกปีทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย และการปรากฏตัวของซีรีส์วาย ทั้ง Boy’s love และ Girl’s Love ที่เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชาย-ชาย และหญิง-หญิง (เรียกตามเพศกำเนิด) ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากจนคาดว่าจะสร้างมูลค่าทะลุห้าพันล้านบาทในปี 2569

นอกจากนี้ การออกนโยบายของภาครัฐ เช่น การผลักดันเศรษฐกิจสีรุ้ง (Rainbow Economy) ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยกำลังซื้อ การบริโภค และกิจกรรมทางธุรกิจของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIAN+) พร้อมทั้งยกระดับการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศในด้านกฎหมาย การศึกษา สาธารณสุข และแรงงาน เช่น การให้สิทธิการเข้าถึงฮอร์โมนเพื่อการยืนยันอัตลักษณ์ทางเพศสำหรับคนข้ามเพศ ทั้งยังมีการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Pride 2030 ฯลฯ

การผลักดันนโยบายเหล่านี้จึงเป็นแรงหนุนเสริมไปกับภาพที่ปรากฏในสังคมและพื้นที่สื่อ ทำให้เข้าใจได้ว่า ภาพความเท่าเทียมทางเพศที่เห็นเป็น “ภาพจริง” มากกว่า “ภาพลวง”

อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ “ความเท่าเทียมทางเพศ” ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ชวนให้ตั้งคำถามต่อ “ภาพจริง” ที่ปรากฏว่าเป็นความเท่าเทียมที่จริงแท้

หรือเป็นเพียง “ภาพลวง” ของความ “เท่า” ที่ “เทียม” แท้ ๆ กันแน่!?

เมื่อใต้ธงรุ้งที่ถูกโบกสะบัดเพื่อแสดงถึงชัยชนะของขบวนการขับเคลื่อนเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ กลับมี “ความไม่เท่าเทียมทางเพศ” ในแง่มุมต่าง ๆ ซุกซ่อนอยู่ ดังจะเห็นได้จากรายงานของ World Bank ในปี 2018 ซึ่งเผยให้เห็นสถานการณ์ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ที่ยังคงต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติในหลายด้านทั้งโอกาสทางการศึกษา การทำงานในตลาดแรงงาน การประกอบอาชีพในบางหน่วยงาน เช่น ตำรวจ และทหาร รวมทั้งการเข้าถึงบริการของรัฐ

เมื่อพิจารณาเจาะจงไปที่กลุ่มคนข้ามเพศ (Transgender) จากรายงานวิจัยที่จัดทำโดยเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย หรือมูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (Thai Transgender Alliance-ThaiTGA) ร่วมกับ Transgender Europe (TGEU) เกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาการเลือกปฏิบัติและการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคนข้ามเพศในประเทศไทย ในปี 2557 พบว่า “ประเทศไทยไม่ใช่สวรรค์ของคนข้ามเพศดังที่ทุกคนเข้าใจ” เพราะคนข้ามเพศยังต้องเผชิญกับการถูกเลือกปฏิบัติทั้งในระดับครอบครัว สถาบันทางการแพทย์ และสถาบันการเมืองการปกครอง

นอกจากนี้ คนข้ามเพศกว่าร้อยละ 77 ยังถูกเลือกปฏิบัติ ถูกปฏิเสธการจ้างงาน เนื่องจากพวกเขามีคำนำหน้านามหรือเพศที่ไม่สอดคล้องกับเอกสารราชการ หรือนายจ้างจะยอมจ้างงานก็ต่อเมื่อพวกเขาแต่งกายตรงตามเพศกำเนิด หรือหากจ้างงานไปแล้วก็จะถูกเลือกปฏิบัติในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การเข้าห้องน้ำ และการถูกเพื่อนร่วมงานล้อเนื่องจากมีคำนำหน้านามไม่ตรงกับเพศสภาพ

ร่องรอยของ “ความไม่เท่าเทียมทางเพศ” ในสังคมไทย ยังปรากฏผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2569 เมื่อใดก็ตามที่มีการขับเคลื่อนเรื่องสิทธิหรือการประกาศให้สวัสดิการแก่กลุ่มคนหลากหลายทางเพศ คนในสังคมกลุ่มหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “คนตรงเพศ” (Cisgender) ที่มีอัตลักษณ์ทางเพศตรงกับเพศสภาพทางชีววิทยาที่ได้มาตั้งแต่กำเนิด ก็มักจะออกมาส่งเสียงอื้ออึงทักท้วงถึงความไม่ชอบธรรมในการให้สิทธิต่าง ๆ แก่บุคคลที่อยู่นอกเหนือจากกลุ่มตน ซึ่งบางครั้งยังไม่ทันพิจารณาหลักการและเหตุผลของการขับเคลื่อนในแต่ละประเด็นด้วยซ้ำ

ดังจะเห็นได้จากช่วงต้นปี 2569 ที่มีการการผลักดันกฎหมาย “การเปลี่ยนคำนำหน้านาม” หรือ พ.ร.บ.รับรองเพศสภาพ เพื่อให้บุคคลทุกเพศในสังคมสามารถมีเจตจำนงในการเลือกเพศให้ตนเอง ซึ่งจะช่วยลดการถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมในด้านต่าง ๆ เช่น การจ้างงาน การเข้ารับบริการด้านการสาธารณสุข การได้รับสวัสดิการสังคม การศึกษา และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม

ทันทีที่มีข่าวการผลักดันกฎหมายดังกล่าวก็เกิดการถกเถียงของกลุ่มคนต่าง ๆ ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบเรื่องการรักษา โดยเฉพาะกรณีฉุกเฉินที่ยืนยันเพศจากการดูบัตรประชาชนก่อน ขณะเดียวกันกระแสของคนในสังคมบางกลุ่มก็มีความกังวลในเรื่องความมั่นคงและอาชญากรรม หากเปลี่ยนคำนำหน้านามได้ง่ายโดยไม่มีเงื่อนไขคัดกรองที่รัดกุม อาจนำไปสู่ปัญหาการหลอกลวงหรือการก่ออาชญากรรมที่ยากต่อการตรวจสอบตัวตนทางทะเบียนราษฎร์ได้ ทั้งนี้บางเหตุผลก็เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคล ไม่ได้มีหลักฐานต่าง ๆ มารองรับ

ต่อมาคณะกรรมการขับเคลื่อนกลไกนโยบายสุขภาวะคนข้ามเพศระดับชาติ และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม จึงจัดจัดเวทีแสดงจุดยืนเรื่องการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ พร้อมชวนสังคมไทยร่วมคิด ร่วมตั้งคำถาม และร่วมมองหาคำตอบ ต่อข้อกังวลที่ถูกผลิตซ้ำในการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ

ในช่วงกลางปี 2569 ที่ผ่านมาก็มีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เป็นประเด็นร้อนเกี่ยวกับการให้บริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำให้วาทกรรม “ไม่ให้ฟรีก็ไม่ตาย” แพร่กระจายในสังคมเป็นวงกว้าง และเกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับความคุ้มค่าและขอบเขตของการใช้งบประมาณด้านสาธารณสุขของรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลเฉพาะกลุ่ม

ต่อมาสมาคมเพื่อพัฒนาบริการสุขภาพคนข้ามเพศและเพศหลากหลาย (ประเทศไทย) หรือ ThaiPATH และหน่วยวิจัยเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ต้องออกมาชี้แจงและเปิดเผยเบื้องหลังกระบวนการทำงานที่โปร่งใสและขับเคลื่อนกันมาอย่างยาวนานกว่า 6 ปี จนกระทั่งเปิดให้บริการชุดสิทธิประโยชน์ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ (Gender-Affirming Hormone Therapy) ภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง

นอกจากนี้ ในฝั่งของนักกิจกรรมขับเคลื่อนเรื่องสิทธิของกลุ่มคนข้ามเพศก็ออกมายืนยันเช่นกันว่า การเทคฮอร์โมนไม่ใช่เรื่องของความฟุ่มเฟือยหรือแฟชั่น แต่เป็นกระบวนการรักษาภาวะความไม่สอดคล้องทางเพศ (Gender Incongruence) และเป็นการลดอันตรายจากการซื้อฮอร์โมนเถื่อนมาฉีดเอง ซึ่งเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคตับ หรือหลอดเลือดอุดตัน

การดึงเรื่องนี้เข้าสู่ระบบบัตรทองจึงเป็นการ “คุ้มครองชีวิต” ไม่ใช่แค่การแจกยาฟรี

หากนำแนวคิดเรื่องอำนาจ (Power) ของฟูโกต์ (Foucault) มาส่องสะท้อนปรากฏการณ์ “ความไม่เท่าเทียมทางเพศ” ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย จะเห็นได้ว่าภาพ “ความไม่เท่าเทียมทางเพศ” ในแง่มุมต่าง ๆ ที่กล่าวไปข้างต้น ไม่ได้เป็นเพียง “ภาพจริง” ที่ถูกลบเลือนจนราวกับว่าไม่มีอยู่ในสังคมเท่านั้น แต่ภาพเหล่านี้ยังสะท้อนถึงการต่อรองกับอำนาจของโครงสร้างสังคม ยิ่งกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศพยายามท้าทายอำนาจรัฐที่มีต่อเรื่องเพศ เช่น การทลายกรอบการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศที่ผูกติดกับระบบวิธีคิดเรื่องเพศแบบแบ่งเป็นสองขั้วตามเพศกำเนิด พวกเขา/เธอยิ่งต้องเผชิญกับแรงเสียดทานจากคนกลุ่มต่าง ๆ ในสังคม
ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนแห่งรัฐในการออกโรงกางปีกปกป้องไม่ให้ระบบวิธีคิดเรื่องเพศแบบสองขั้วสูญสิ้นไป

อย่างไรก็ตาม ‘ที่ใดมีอำนาจ ที่นั่นย่อมมีการต่อรอง’ หนทางหนึ่งที่จะต่อรองกับอำนาจนี้ได้คือการร่วมแรงร่วมใจของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งนักวิชาการ สมาคม และเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อแสดงจุดยืนหรือสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการขับเคลื่อนเรื่องสิทธินั้น ๆ

 

ใน “เมืองมายา” แห่งนี้ ทุกสรรพสิ่งล้วนขับเคลื่อนชีวิตด้วยระบบทุนนิยม ซึ่งเรียกร้องให้สนใจปัญหาปากท้องมากกว่าปัญหาอื่น ๆ โดยเฉพาะเรื่องเพศที่ถูกจัดวางอยู่ในอาณาบริเวณส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม ทั้งที่จริงแล้ว “เพศ” เป็นสิ่งแรกที่โครงสร้างสังคมกดทับมนุษย์ อีกทั้งการเรียกร้องสิทธิเกี่ยวกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศต้องเผชิญกับมายาคติและอคติทางเพศมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ ผู้คนที่อาศัยในเมืองมายานี้ยังถูกหล่อหลอม/แฝงฝังจิตใต้สำนึกด้วยระบบวิธีคิดเรื่องเพศที่ตายตัว จนยากที่จะกะเทาะเข้าไปให้ถึงแก่น ซ้ำยังถูกพายุดิจิทัลพัดพาไปอยู่ในห้องสะท้อนเสียง (Echo Chamber) หรือฟองอากาศกรองข้อมูล (Filter Bubble) ที่วนเวียนแต่สิ่งที่สนับสนุนความคิดที่ถูกหรือผิดของตนเอง ซึ่งอาจทำให้เปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างได้ยาก

คำถามสำคัญก็คือ ภายใต้เงื่อนไขต่าง ๆ เหล่านี้เราจะอพยพผู้คนจาก “เมืองมายา” ไปสู่ “แดนเนรมิต” ที่ “ความเท่าเทียมทางเพศ” กลายเป็น “ภาพจริง” ที่แท้ในสังคมไทยได้อย่างไร?


เอกสารอ้างอิง

 รัตนวัฒน์ จันทร์อำนวยสุข, Balzer, C., & LaGata, C. (2558). การเคารพคนข้ามเพศเปรียบเทียบกับการ
เกลียดกลัวคนข้ามเพศ: ประสบการณ์ทางสังคมของคนข้ามเพศในประเทศไทย
. เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย และ Transgender Europe (TGEU).

ศศิวิมล วรุณศิริ ปวีณวัฒน์. (2569). เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยบทบาททางเพศ Gender Economics. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

Hfocus. (6 มกราคม 2569). ดราม่าปมนโยบายพรรคประชาชน “เปลี่ยนคำนำหน้านาม” บุคลากรทาง
การแพทย์ห่วงผลกระทบ.
https://www.hfocus.org/content/2026/01/36608

Siamzone. (22 สิงหาคม 2569). เนื้อเพลง ยกมือขึ้น เน ณรัณ วิกัยรุ่งโรจน์ (Nay).
https://www.siamzone.com/music/thailyric/39209

Sirarom Techasriamornrat. (19 สิงหาคม 2569). ขอบคุณสาววาย-หนุ่มวาย ตลาด ‘ซีรีส์วายไทย’ ทะลุ 5
พันล้านแล้ว แต่รายได้หลัก ไม่ได้มาจาก ‘การขายลิขสิทธิ์ซีรีส์’ เพราะมาจาก ‘การตลาดแฟนด้อม’ ต่างหาก.
https://brandinside.asia/thanks-to-sao-y-noom-y-series-y-industry/

The Active. (15 มกราคม 2569). ชวนสังคมถกเถียงสร้างสรรค์ ก่อนเปลี่ยน ‘คำนำหน้านาม’.
https://theactive.thaipbs.or.th/news/gender-sexuality-20260115

The Active. (12 มิถุนายน 2569). เจาะลึกสิทธิประโยชน์ ‘ฮอร์โมนข้ามเพศ’ เคลียร์ดรามาแย่งงบฯ ย้ำ
ทำตามขั้นตอน ไม่ใช่แซงคิว
. https://theactive.thaipbs.or.th/news/gender-sexuality-20260612

World Bank. (2018). Economic inclusion of LGBTI groups in Thailand. World Bank.


วารสารกลับหัว ที่ซุมแซวของเหล่ากูรู (และบางคราวก็กูไม่ค่อยรู) ด้านวารสารศาสตร์ ซึ่งผลัดกันหยิบข่าว กระแส ความเชื่อ และเรื่องรอบตัว มาพลิกซ้าย พลิกขวา กลับหัวดูว่า จริงแค่ไหน และยังมีอะไรซ่อนอยู่อีกบ้าง

พบเขาและเธอว์เหล่านี้ได้ทุกวันศุกร์ เที่ยงตรง ที่ Varasarn Press ที่นี่ที่เดียว

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
0
Love รักเลย
0
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:Articles

Articles

ปากกาลดน้ำหนัก : เมื่อมาตรฐานความงามในสังคมไทยกำลังไหลย้อนกลับ

เรื่อง: จุฑารัตน์ นวลตา ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ในปัจจุบันที่เทรนด์รักษาสุขภาพกำลังมาแรง และเราสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ต่าง ๆ ได้ด้วยปลายนิ้ว ทำให้มุมมองของใครหลายคนที่มีต่อเทรนด์สุขภาพเริ่มเปลี่ยนไป จากที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวก็กลายเป็นสิ่งที่เราควรศึกษา ในอดีตที่เครื่องดื่มหรืออาหารคลีนที่ถูกมองว่าฟุ่มเฟือย แต่ในตอนนี้มีร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพเปิดใหม่มากมายที่ขายในราคาย่อมเยา ส่งผลให้ปัจจุบันสุขภาพดี=ใคร ...

Articles

อำนาจที่ 4 และรัฐธรรมนูญที่ถูกแช่แข็ง

เรื่อง: ธนินี นววงศ์วิวัฒน์ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ผลการออกเสียงประชามติอย่างเป็นทางการ ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 4 มีนาคม ระบุว่า มีประชาชนถึง 21,621,638 ...

Articles

“สงกรานต์” แสนแพง: เมื่อรัฐเอื้อทุนพลังงาน แก้วิกฤตด้วยการสงเคราะห์

เรื่อง: ธาวิน กิตติพงศ์พิทยา ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา “สงกรานต์” ควรเป็นช่วงเวลาที่คนบ้านไกลได้กลับบ้านไปใช้เวลากับครอบครัวอันเป็นที่รัก ทว่าปีนี้กลับเป็นปีที่หลายคนคิดหนัก คนที่เคยกลับก็ชั่งใจ ส่วนคนที่มีสถานะทางการเงินไม่เอื้ออำนวยยิ่งชั่งใจกว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ทุนในการเดินทางและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ...

Articles

เปลี่ยนจาก ‘สาดน้ำ’ เป็น ‘อ้อมกอด’: คืนความเรียบง่ายให้สงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

เรื่อง: ณัฏฐณิชา มาลีวรรณ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา สงกรานต์ปีนี้ คิดยังไงก็คงไม่สนุกสุดเหวี่ยงแบบตัวเปียกทุกพื้นที่ที่น้ำเข้าถึง ถ้าเป็นในกรุงเทพฯ หรืออำเภอใหญ่ ๆ ในต่างจังหวัดที่มีการจัดงานคงไม่เห็นความแตกต่างจากทุกปีมากนัก แต่พอไม่ใช่เมืองใหญ่ การเล่นน้ำสงกรานต์อาจจะเหลือแค่การรอสาดน้ำประแป้งคนที่ผ่านไปผ่านมาหน้าบ้านตัวเองแบบเหงา ๆ ...

Articles

ก้าวหน้า: 90 วันกับบทเรียนของนักวิ่งมือใหม่

เรื่อง: ธนินี นววงศ์วิวัฒน์ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ในระยะที่ผ่านมา การรักสุขภาพดูจะเป็นกระแสที่เด่นชัดและต่อเนื่องยาวนานจนรู้สึกได้ อาจเป็นเพราะการรักสุขภาพในยุคนี้มีอะไรมากกว่าการออกกำลังกาย แต่มันคือ ‘การโชว์ไลฟ์สไตล์’ นอกจากจะเข้ายิมไปยกเหล็กหรือวิ่งบนลู่แล้ว  การแต่งชุดออกกำลังให้เข้ากันเพื่อไปคลาสพิลาทิส หาที่ปีนผาในห้างถ่ายคอนเทนต์เก๋ ๆ ...

0 %