News

ผอ.มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ชี้ ไทยไฟเขียวกฎหมายทำแท้ง แต่มีโรงพยาบาลรับทำน้อย เพราะกลัวบาป

เรื่อง : อารีย์วรรณ อมรเดชเทวินทร์

ภาพ : ศิรประภา สีดาจันทร์

ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ซึ่งให้บริการสายด่วน 1663 ปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม ชี้ไทยแก้กฎหมายให้การทำแท้งเปิดกว้างมากขึ้นแล้ว แต่มีโรงพยาบาลแค่ใน 39 จังหวัดทั่วประเทศที่ให้บริการทำแท้ง เพราะบุคลากรกลัวบาป 

จากกรณีที่รัฐสภาได้ผ่านการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2564 ในมาตรา 301 และ 305 ที่แต่เดิมเอาผิดหญิงทุกคนที่ยุติการตั้งครรภ์ และยกเว้นให้แพทย์สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ในกรณีที่แม่ถูกข่มขืนและเพื่อรักษาสุขภาพของแม่ ทั้งนี้กฎหมายได้แก้ไขโดยเปิดกว้างให้สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น ได้แก่ หากครรภ์เป็นอันตรายต่อสุขภาพแม่ทั้งทางกายและใจ ทารกมีโอกาสผิดปกติ แม่ถูกข่มขืน แม่อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้เลย หรือหากอายุครรภ์ระหว่าง12 – 20 สัปดาห์ แต่ได้รับคำปรึกษาจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแล้ว ก็สามารถทำแท้งได้นั้น

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต สมวงศ์ อุไรวัฒนา  ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ หรือ Aids Access Foundation (Access) กล่าวว่า ประมวลกฎหมายอาญาที่ได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อต้นปีพ.ศ.2564 มีเนื้อหาเปิดกว้างขึ้นในเรื่องการยุติการตั้งครรภ์ แต่หน่วยงานบริการยุติการตั้งครรภ์สำหรับผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมในประเทศไทยยังไม่สามารถให้บริการได้อย่างเต็มที่

ผู้อำนวยการมูลนิธิฯ กล่าวว่า แม้ว่าสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะสนับสนุนค่าการยุติการตั้งครรภ์เป็นเงิน 3,000 บาทแก่หน่วยบริการ แต่หน่วยบริการส่วนใหญ่ยังคงไม่ให้บริการดังกล่าว เนื่องจากบุคลากรในโรงพยาบาลมองว่าการยุติการตั้งครรภ์ไม่ใช่บริการสาธารณสุขทั่วไปเช่นเดียวกับการรักษาโรคอื่นๆ และมีทัศนคติว่าการทำแท้งเป็นบาป จึงไม่มีความจำเป็นต้องมีบริการดังกล่าวในระบบ 

“เนื่องจากบริการทำแท้งไม่ใช่บริการสาธารณสุขในวิธีคิดของเขา มันผูกกับบาปบุญคุณโทษ ผิดกับการเกิดการคลอดที่ทุกโรงพยาบาลมีบริการรับทำคลอดทั้งหมด ไม่ว่าหมอพยาบาลจะลางานหรือย้าย ก็ต้องมีบริการทำคลอดอยู่เสมอ แต่การทำแท้ง มันเป็นวิธีคิดคนละแบบกัน” สมวงศ์กล่าว

สมวงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ในตอนนี้ประเทศไทยมีหน่วยบริการที่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์เพียง 70 แห่ง ใน 39 จังหวัด โดยที่หลายแห่งกำหนดเงื่อนไขในการให้บริการขึ้นมาเอง เช่น ให้บริการเฉพาะผู้ที่มีอายุครรภ์ต่ำกว่า 12 สัปดาห์เท่านั้น ส่วนหน่วยบริการที่ให้บริการผู้หญิงที่มีอายุครรภ์ระหว่า 12- 20 สัปดาห์ มีเพียง 7 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นหน่วยงานรัฐ 6 แห่ง แต่ตั้งเงื่อนไขให้บริการเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ในอำเภอ ในจังหวัด หรือในภูมิภาคของหน่วยบริการนั้นๆ และเป็นหน่วยงานเอกชน 1 แห่งที่ให้บริการทั่วประเทศ “คนที่โทรมาปรึกษาที่ 1663 มีมาจากทั่วทั้งประเทศ จำนวนหนึ่งก็มีอายุครรภ์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ 20 สัปดาห์ คนเหล่านี้จึงต้องเดินทางออกจากบ้านไปไกล เช่น จากสุไหงโกลกไปอีสานก็มี เพื่อไปหาบริการ”

ผู้อำนวยการมูลนิธิฯ กล่าวต่อไปว่า ด้วยจำนวนหน่วยบริการที่ไม่ครอบคลุม ส่งผลให้ผู้หญิงท้องไม่พร้อมส่วนหนึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อไปยุติการตั้งครรภ์ที่ต่างจังหวัด ทางมูลนิธิฯ จึงพยายามผลักดันให้กระทรวงสาธารณสุขจัดทำ ‘1 จังหวัด ต่อ 1 หน่วยยุติการตั้งครรภ์’ เพื่อลดปัญหาดังกล่าว แต่ทำได้ยาก เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนมากและต้องเตรียมความพร้อมให้บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงยังไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของบุคลากรผู้ไม่เห็นด้วยกับการยุติการตั้งครรภ์ได้ 

สมวงศ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ทางมูลนิธิฯพยายามสร้างทางเลือกให้กับผู้หญิงท้องไม่พร้อมที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์โดยใช้การแพทย์ทางไกล หรือ Telemedicine ซึ่งเป็นบริการให้คำปรึกษาผ่านวิดีโอคอลกับทีมแพทย์คลินิกเอกชนที่รวมตัวกันทำงานนี้ มีบริการจัดส่งยาสำหรับยุติการตั้งครรภ์ให้ถึงบ้านและติดตามผลหลังจากการใช้ยา แต่แพทย์ทีมนี้กำหนดเงื่อนไขคือต้องมีอายุครรภ์ไม่เกิน 14 สัปดาห์ และไม่เป็นโรคที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิตของผู้ตั้งครรภ์

“ไม่ต้องไปโรงพยาบาล ยาเพื่อยุติการตั้งครรภ์ไม่ได้รุนแรงอะไร อาจจะมีบ้างปวดท้องบ้าง แต่ก็จะถูกขับออกมาคล้ายๆ เป็นเลือด ถ้าอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ในต่างประเทศถึงขายยานี้กันได้ในร้านขายยาเพราะเทคโนโลยีมันไปไกลแล้ว” สมวงศ์กล่าวและว่า เนื่องจากระเบียบของแพทยสภายังไม่ระบุรายละเอียดขั้นตอนของ Telemedicine ทางกรมอนามัยจึงกำลังร่างแนวทางปฏิบัติของ Telemedicine และให้แพทยสภาเป็นผู้รับรอง โดยคาดว่าใช้เวลา 1 ปี ซึ่งหากทำแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมาได้สำเร็จ ก็จะช่วยให้แพทย์เลือกใช้วิธีการนี้ได้อย่างสบายใจขึ้น

สมวงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ Telemedicine จะเป็นทางเลือก แต่การทำ ‘1 จังหวัด ต่อ 1 หน่วยยุติการตั้งครรภ์’ ยังมีความจำเป็น เนื่องจากครอบคลุมอายุครรภ์มากกว่า และช่วยให้ผู้หญิงท้องไม่พร้อมที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์เข้าถึงบริการได้สะดวกกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ เปิดให้บริการปรึกษาและรณรงค์เรื่องเอดส์ตั้งแต่ปีพ.ศ.2534 และเพิ่มบริการปรึกษาเรื่องท้องไม่พร้อมตั้งแต่ปีพ.ศ.2556 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ในนามสายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม 1663 

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
0
Love รักเลย
0
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:News

News

ผอ.มูลนิธิด้วยกัน เพื่อคนพิการและสังคม ชี้สื่อมีส่วนผลิตซ้ำความน่าสงสาร ทำให้คนพิการไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมทั่วไป แนะสังคมต้องแก้ปัญหานี้ร่วมกันอย่างยั่งยืน

เขียน ภัสส์ณิชา ทัศสุริยวงศ์ ภาพถ่าย รุจน์ โกมลบุตร และ อภิษฐา บุญมาวงศ์ กราฟิก กัลย์สุดา ทองดี ผู้อำนวยการมูลนิธิด้วยกัน เพื่อคนพิการและสังคม เผยคนพิการไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมทั่วไป ...

News

TU Otaku Club เผย กระแสดี แต่ยังไม่พร้อมเป็นชุมนุม ด้านผอ.กองกิจฯ ย้ำ มธ.ไม่ได้จำกัดการรวมตัวทำกิจกรรม พร้อมสนับสนุนแม้ไม่เป็นชุมนุมทางการ

เขียน ธีรภัทร กมล ภาพถ่าย ธีรภัทร กมล กราฟิก วรนิษฐ์ ภัคคะศรีโรจน์ TU Otaku Club เผยกระแสดีเกินคาด แต่ยังไม่เห็นภาพเป็นชุมนุม เหตุมีข้อจำกัดด้านกำลังคนและกระบวนการดำเนินงาน ...

News

อ.รัฐศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ เสนอจัดเลือกตั้ง สสร.​ ดึงประชาชนร่วมร่าง รธน.

เขียน รณรต วงษ์ผักเบี้ย ภาพ กัลย์สุดา ทองดี กราฟิก วรนิษฐ์ ภัคคะศรีโรจน์ อ.รัฐศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ เสนอจัดเลือกตั้ง สสร.​ ดึงประชาชนเห็นรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใกล้ตัว พร้อมท้าทายผู้ครองอำนาจ ...

News

ผอ.มูลนิธิเข้าถึงเอดส์เสนอรวม 3 กองทุนสุขภาพ ‘บัตรทอง-ประกันสังคม-ข้าราชการ’ แก้ปัญหาสิทธิเหลื่อมล้ำ-ลดงบซ้ำซ้อนหมื่นล้าน

เขียน พีระดลย์ บุญญวินิจ กราฟิก วรนิษฐ์ ภัคคะศรีโรจน์ ผอ.มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ เสนอรวมกองทุนสุขภาพ บัตรทอง – ประกันสังคม – ข้าราชการ เพื่อลดปัญหาการได้รับสิทธิการรักษาไม่เท่าเทียมกัน และช่วยลดงบประมาณที่บานปลาย ...

News

ยิ่งชีพ iLaw-อาจารย์รัฐศาสตร์ มธ.-สว.อิสระ จี้ กกต. ส่งผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ขึ้นศาล หวั่นกระทบการแก้รัฐธรรมนูญ

เขียน กัลย์สุดา ทองดี กราฟิก วรนิษฐ์ ภัคคะศรีโรจน์ ยิ่งชีพ iLaw-อาจารย์รัฐศาสตร์ มธ.-สว.อิสระ จี้ กกต.ส่งผู้ถูกกล่าวหาปมฮั้ว สว. ให้ครบทั้งหมด 229 คน ...

News

นศ.ผู้ใช้บริการแนะขยาย-ประชาสัมพันธ์ศูนย์ TU well-being center มากขึ้น ฝั่งผู้บริหารมธ. เผยเคสสุขภาพจิตขาดแคลน เร่งพัฒนาการทำงานเชิงรุกเพิ่มการเข้าถึงบริการ

เขียน: ศิวะ พุ่มอรุณ นศ.ผู้ใช้บริการแนะขยายและประชาสัมพันธ์ศูนย์ TU well-being center ให้มากขึ้น เหตุศูนย์ฯ มีขนาดเล็กและแคบเกินไป อีกทั้งนศ.บางส่วนไม่ทราบการมีอยู่และสถานที่ตั้งของศูนย์ฯ ด้านผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มธ. เผยเคสสุขภาพจิตขาดแคลน เพราะเชื่อว่ารอคิวนานและบุคลากรไม่เพียงพอ เร่งพัฒนาการทำงานเชิงรุกเพิ่มการเข้าถึงบริการ  ...

0 %