SocialWritings

ตากใบ 2547 ความเงียบที่(อยากให้)ดังที่สุด

เรื่อง : กัญญพัชร กาญจนเจตนี
ภาพ : ศิรประภา สีดาจันทร์

รูปภาพประกอบด้วย ข้อความ, กระดาษ, ผลิตภัณฑ์กระดาษ, เอกสาร

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

‘ตากใบ’ คำที่เราอาจบังเอิญได้ยินจากใครสักคนหนึ่งพูดขึ้น หรืออาจเป็นคำที่เราบังเอิญได้เห็นจากบทความที่วิ่งผ่านตาไปบนโลกอินเทอร์เน็ต คุณนึกถึงอะไรเมื่อพูดถึงตากใบ แล้วตากใบแบบไหนที่คุณรู้จัก 

สำหรับฉัน เมื่อวัย 19 ย่าง 20 ฉันไม่เคยรู้จักอำเภอเล็ก ๆ อำเภอนี้ในจังหวัดนราธิวาสมาก่อน ไม่รู้ว่ามันตั้งอยู่ที่ไหน ไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่นั่น ไม่รู้ว่าชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนที่นั่นนั้นเป็นอย่างไร อาจจะเพราะไม่เคยมีใครใกล้ตัวเราพูดถึงและเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลจากถิ่นที่เราอยู่ หรือจริง ๆ อาจมี “กำแพง” บางอย่างขวางกั้น พยายามให้เราลืม เพราะแม้เหตุการณ์ตากใบจะมีผู้สูญเสียจำนวนมาก แต่ช่างเลือนรางในความทรงจำคนไทยเสียเหลือเกิน 

รูปภาพประกอบด้วย กรอบรูป, จิตรกรรม, ผนัง, ศิลปะ

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ
ภาพเหตุการณ์ตากใบ ขณะผู้ชุมนุมถูกเจ้าหน้าที่รัฐควบคุมตัว สั่งถอดเสื้อ มัดมือไพล่หลัง 
นอนคว่ำหน้าริมแม่น้ำ ก่อนนำตัวไปค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี

25 ตุลาคม 2547 อำเภอตากใบ เกิดอะไรขึ้น

เช้าวันที่ 25 ตุลาคม 2547 ที่ สถานีตำรวจภูธรตากใบ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ประชาชนมารวมตัวกันนับพันโดยมีทั้งคนที่ตั้งใจมาร่วมและชาวบ้านในพื้นที่ที่ผ่านไปมา เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ทั้งสิ้น 6 คน ที่ถูกทางการตั้งข้อสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนที่หายไป พวกเขาถูกควบคุมตัวมาสอบสวนเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์

ผู้ชุมนุมต้องการเรียกร้องให้ปล่อยตัว ชรบ. ทั้ง 6 คน โดยพวกเขาเชื่อว่า ชรบ. เป็นผู้บริสุทธิ์ เจ้าหน้าที่มีการเจรจาให้ผู้ชุมนุมถอยร่นออกไปจากพื้นที่ แต่เมื่อการเจรจาไม่เป็นผลจึงนำไปสู่การสลายการชุมนุม เริ่มจากการระดมฉีดน้ำและยิงแก๊สน้ำตา ไปจนถึงมีการใช้กระสุนจริง 

จากรายงานคณะกรรมการอิสระสอบข้อเท็จจริง กรณีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ระบุว่ามีประชาชนผู้เสียชีวิตทันทีจากการปะทะ 7 คน ด้านเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 14 นาย หลังจากสลายการชุมนุม เจ้าหน้าที่รัฐจับกุมตัวผู้ชุมนุมที่เป็นผู้ชายทั้งหมด จำนวน 1,370 คน ขึ้นรถบรรทุก โดยผู้ชุมนุมถูกสั่งให้ถอดเสื้อ มัดมือไพล่หลัง แล้วนอนคว่ำหน้าซ้อนทับกัน 4-5 ชั้น มุ่งหน้าไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี 

การเดินทางยาวนาน 5-6 ชั่วโมง ระยะทางกว่า 150 กิโลเมตร ท้ายที่สุดมีผู้ชุมนุมเสียชีวิตคารถบรรทุกขณะการเคลื่อนย้าย 77 คนและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 1 คน โดยผลชันสูตรระบุว่า เกิดจากการขาดอาหารและน้ำ ขาดอากาศหายใจ ถูกกดทับที่หน้าอกและไตวายเฉียบพลัน ผู้ที่รอดชีวิตบางคนก็พิการตลอดชีวิต

ภายหลังรัฐได้มีการให้เงินเยียวยาและค่าสินไหมทดแทนแก่ครอบครัวผู้เสียหาย อย่างไรก็ตามกลับไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องคนใดถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย จนมันทำให้เราเกิดนึกสงสัยว่าทำไมถึงไม่มีการลงโทษผู้กระทำความรุนแรง หรือเขามองว่าการปราบปรามด้วยระดับนี้ทำได้ไม่ผิด เราได้แต่นึกสงสัยว่าทำไมเขาต้องโหดร้ายกับชาวตากใบถึงเพียงนี้

ซุ่มเสียงจากคนตากใบ : ฉันเกิดและโตที่นั่น แต่ความทรงจำมันจางเหลือเกิน

ซุลฟัดลี สือแม หรือ ลี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล่าว่า ลีเกิดและเติบโตในตากใบ ซึ่งบ้านก็อยู่ใกล้กับสถานที่เกิดเหตุแต่ไม่เคยรับรู้เรื่องราวมาก่อนเพราะตอนนั้นอายุเพียง 2 ขวบ ลีเพิ่งจะทราบเรื่องราวตากใบจากพ่อไม่ถึง 3 ปีที่แล้วก่อนเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย

ลีเล่าว่า ในพื้นที่ไม่ได้มีการพูดถึง ไม่ได้มีบอกในการเรียนการสอน หรือไม่มีแม้แต่งานรำลึก บ้างก็เชื่อว่าพูดไปก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะเรื่องมันเกิดมานานแล้วและก็ไม่รู้ว่าจะพูดให้ใครฟัง 

ลียังเล่าให้ฉันฟังเพิ่มเติมอีกว่า ในหลักความเชื่อของอิสลาม เราต่างเปรียบเหมือนเป็นพี่เป็นน้องกัน พอได้ทราบการสูญเสียแบบนี้แล้ว มันก็เหมือนกับว่าเราสูญเสียคนในครอบครัวเหมือนกัน ถ้ามีโอกาสก็อยากถามเจ้าหน้าที่รัฐว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ แล้วถ้าคนที่เขาทำแบบนี้เป็นคนในครอบครัวเขาเอง เขาจะยังทำอยู่ไหม

ตลอดการพูดคุยกับลี เรารู้สึกถึงความกระอักกระอ่วน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะว่าเราไม่สนิทกันจนถึงขั้นเล่าเรื่องราวละเอียดอ่อนให้ฟัง หรือเพราะมีความกลัวอยู่ในกระบวนการคิดเหล่านั้นกันแน่ ความกลัวที่แทรกซึมลงไปในคนในพื้นที่ทุกคน ให้ไม่รู้ ให้ไม่ตั้งคำถาม ให้ลืมว่าเคยมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นที่ตากใบ สร้างภาพจำที่ฝังความกลัวลงไปในจิตใต้สำนึกว่าหากลุกฮือขึ้นมามีปัญหากับรัฐอาจนำไปสู่การตอกกลับมาด้วยความรุนแรงอีกครั้ง

อีกฟากฝั่งหนึ่งฉันได้พูดคุยกับ มุมิน เจ๊ะแว หรือ มามุ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. มามุเล่าว่ามามุเติบโตที่สุไหงโกล แต่พ่อเคยเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนอยู่ที่โรงเรียนตากใบ ครอบครัวเลยมีความใกล้ชิดกับพื้นที่ตากใบพอสมควร รวมทั้งมามุยังเล่าว่าตอนเด็กมามุเป็นคนช่างถาม แล้วก็จะชอบถามว่าวันเกิดแต่ละคนในครอบครัวมีเหตุการณ์อะไรสำคัญเกิดขึ้นบ้าง ด้วยความบังเอิญพ่อของมามุ เกิดวันที่ 25 ตุลาคม ซึ่งตรงกับวันเกิดเหตุการณ์ตากใบ พ่อเลยได้เล่าเหตุการณ์นี้ให้ฟัง

มามุยังเล่าอีกว่า ตากใบเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง คนในพื้นที่บางส่วนก็อยากจะลืม เพราะในทางหนึ่งมันเป็นเหตุการณ์ที่มีคนเสียชีวิตค่อนข้างเยอะ และด้วยชุมชนตากใบเองที่มีขนาดเล็ก ๆ ชาวบ้านรู้จักกันเกือบหมด ดังนั้นความเจ็บปวดมันเลยฝังรากลึกลงไปถึงจิตใจ รวมทั้งพวกเขาก็ถูกปลูกฝังให้อยู่กับความกลัวมาโดยตลอด

มามุกล่าวว่า การแก้ไขปัญหาในสามจังหวัดชายแดนจนถึงตอนนี้ระหว่างรัฐกับผู้เห็นต่างทางการเมืองเหมือนน้ำกับน้ำมัน ไม่รู้ว่ามันจะสิ้นสุดลงตรงไหน แต่ที่รัฐชัดเจนมาตลอดคือการแก้ไขปัญหาโดยใช้ความรุนแรง เลยไม่เคยทำให้เหตุการณ์ความขัดแย้งยุติลง ดังนั้นมามุหวังว่ารัฐต้องรับฟัง พูดคุยทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ให้มากกว่านี้ เพราะคนสามจังหวัดฯ มีความหลากหลายสูงจึงไม่สามารถใช้วิธีเดียวกันบริหารทุกพื้นที่ได้ ถ้ายังคงทำแบบเดิมสุดท้ายก็จะไปจบกับวังวนการใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาอีก

รูปภาพประกอบด้วย ศิลปะ, ในร่ม, ผนัง, พิพิธภัณฑ์

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

การเดินทางของ “เสียงเงียบ” ในนิทรรศการตากใบ

ฉันในวัย 23 ย่าง 24 ได้รับฟังเรื่องราว ได้ทำความเข้าใจ รู้จักเหตุการณ์และความสูญเสียนี้มากขึ้น ได้เห็นชีวิตที่ถูกพราก ได้เห็นพื้นที่ที่ยังอบอวลไปด้วยความคิดถึงและความเจ็บปวด ทั้งยังแฝงความกลัวอยู่ในนั้นมาตลอด เมื่อกลางเดือนกันยายน 2566 ที่ผ่านมา ฉันได้รับชมนิทรรศการ ‘สดับเสียงเงียบ จดจำตากใบ 2547’ ผ่านทางพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จัดทำโดยโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุจังหวัดชายแดนใต้ซึ่งเป็นการจัดนิทรรศการเป็นครั้งที่ 2  หลังจากจัดแสดงครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 9-14 มีนาคม 2566 ที่อาคารพรรณราย มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ

นิทรรศการทำให้ฉันได้เห็นว่า แม้แต่สิ่งของก็มีเสียงแห่งความทรงจำดังกังวานอยู่ในนั้น สิ่งของธรรมดาแต่กลับมีเรื่องราว ฉันได้สัมผัสว่ามีความรู้สึกบางอย่างซ่อนอยู่ ที่มันจะพาให้เราขบคิดและดำดิ่งได้ไปกับเรื่องราวได้

ทุกขณะที่ฉันเดินอยู่ในห้องจัดนิทรรศการ ได้อ่านเรื่องราวจากปากของครอบครัวผู้สูญเสีย ฉันได้นำเรื่องราวของพวกเขามาผูกเข้ากับเรื่องราวชีวิตตัวเอง ถ้าเขาเป็นพี่เรา เราจะทำอย่างไร ถ้าเขาเป็นพ่อเรา เราจะรู้สึกอย่างไร การรอคอยแบบไม่รู้จุดหมายมันรู้สึกอย่างไรกันนะ มันทำให้ฉันรู้สึกเจ็บ ทุกข์ ร่วมไปกับพวกเขา ระยะทางที่ว่าฉันห่างไกลกับตากใบมาก แต่แท้จริงแล้วเราไม่ห่างไกลกันเลย เรารู้สึกเจ็บปวดร่วมกันได้ เพราะเราก็เป็น ‘คน’ เหมือน ๆ กัน ฉันและคนอื่น ๆ ในห้องเดินอ่านแต่ละเรื่องราวไปอย่างเงียบ ๆ ทั้งห้องเงียบสงัด ไม่มีใครส่งเสียงอะไรออกมา ซึมซับความรู้สึกผ่านทุกตัวอักษรแล้วยิ่งพบว่าแต่ละเรื่องราวมันช่างสะเทือนใจเหลือเกิน

รูปภาพประกอบด้วย เสื้อผ้า, ขาตั้ง, คน, ผนัง

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ
ภาพบรรยากาศของผู้เข้าชมนิทรรศการ

รูปภาพประกอบด้วย ข้อความ, นาฬิกา, นาฬิกาแขวน, ในร่ม

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ
ภาพ ‘สิ่งที่เหลืออยู่’
นาฬิกาไม้ของที่ระลึก ซึ่งผู้เสียชีวิตได้จากโรงเรียนแห่งหนึ่งที่เขาไปฝึกสอน
หนึ่งในสิ่งของสะท้อนความทรงจำของครอบครัวต่อผู้เสียชีวิต
ซึ่งหากผู้เสียชีวิตยังคงมีชีวิตอยู่ เขาอาจกำลังเป็นครูพลศึกษาที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง

รูปภาพประกอบด้วย ขาตั้ง, ข้อความ, ผนัง, ไวท์บอร์ด

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ
ภาพ ‘การเยียวยาที่ทดแทนไม่ได้’
บ้านที่ถูกต่อเติมหลังหนึ่งที่ยายของผู้เสียชีวิตตั้งใจมอบให้เขาใช้ชีวิตกับคนรัก
หากผู้เสียชีวิตยังคงมีชีวิตอยู่ ยายของเขาก็คงกำลังเลี้ยงเหลนบริเวณลานบ้านของบ้านหลังเล็ก ๆ หลังนี้

ภาพในอนาคตของยายมีหลานชายคนนี้เสมอ

ภาพบ้านหลังเล็ก ๆ หลังหนึ่งวางอยู่บนขาตั้งภาพ พร้อมกับมีชื่อภาพว่า ‘การเยียวยาที่ทดแทนไม่ได้’ในภาพคือบ้านที่ยายของ ‘อิหซาน’ ต่อเติมให้เขาเพื่อหวังว่า ในอนาคตเมื่อซานแต่งงานมีครอบครัวจะได้อยู่บ้านหลังนี้พร้อมกับคนรักและลูก ๆ 

ยายของซานกล่าวถึงซานในเรื่องราวว่า ซานเป็นเด็กหนุ่มอายุ 25 ปี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ชอบดูแลยาย ยายของซานเคยคิดว่าจะพึ่งพาเขาในยามที่ยายเองแก่เฒ่า และในตอนนั้นซานเองก็มีคนรัก ยายจึงวาดภาพอนาคตไว้ว่า ไม่นานข้างหน้ายายคงจะได้มีเหลนให้ชื่นใจ แต่เมื่อความตายจากพรากทุกอย่างและเงินเยียวยาไม่สามารถพาซานกลับมาได้ แม้รัฐจะให้เงินมาเป็นกระสอบ สำหรับยายมันก็เทียบไม่ได้เลยกับการต้องสูญเสียชีวิตของหลานชายอันเป็นที่รัก

รูปภาพประกอบด้วย คุณสมบัติของวัสดุ, อุปกรณ์, ในร่ม, กรณี

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

ภาพ ‘กระเป๋าสตางค์ของอาดูฮา’

กระเป๋าสตางค์สีดำที่ผู้เสียชีวิตใช้ทุกวันในช่วงเวลานั้น พร้อมใบสูติบัตรและมรณบัตร

ที่ระบุสถานที่เสียชีวิต ณ ค่ายอิงคยุทธบริหาร

สิ่งของย้ำเตือนความทรงจำว่าครอบครัวได้เสียสมาชิกคนหนึ่งไปตลอดกาล

สูติบัตรและกระเป๋าสตางค์ของ ‘อาดูฮา’ เพื่อบ่งบอกว่าเขาเคยมีชีวิตอยู่

อาดูฮาเด็กหนุ่มอายุ 20 ปี อนาคตไกล ตอนนั้นเขากำลังเตรียมเอกสารไปเรียนต่อที่ประเทศจอร์แดน วันเกิดเหตุ อาดูฮาออกไปละหมาดกับเพื่อนในหมู่บ้านที่ตากใบ จวนหมดวันอาดูฮาก็ยังไม่กลับมา สามวันให้หลังครอบครัวของอาดูฮาไปที่ค่ายอิงคยุทธ แต่ไม่พบชื่อลูกทั้งในรายชื่อผู้เสียชีวิตและผู้ถูกคุมขัง จนหลายวันอำเภอถึงแจ้งว่าศพที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใครจะถูกนำไปฝังที่กุโบร์ บ้านตะโลมาเนาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส

แม่ของอาดูฮารับไม่ได้ที่ลูกของเธอเสียชีวิต ทุกวันนี้ยังคงคิดถึงและร้องไห้ได้ทุกครั้งที่พูดถึงอาดูฮา เธอจึงเก็บกระเป๋าสตางค์และใบสูติบัตรของอาดูฮาไว้อย่างดี เพื่อยืนยันว่าครั้งหนึ่งลูกชายเคยมีชีวิตอยู่ 

รูปภาพประกอบด้วย ในร่ม, คน, เฟอร์นิเจอร์, ผนัง

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

ขอให้เสียงเงียบดังไปกระเพื่อมใจเจ้าหน้าที่รัฐ

พี่คนหนึ่งที่ฉันได้ร่วมนั่งพูดคุยด้วยคือพี่ ‘วลัย บุปผา’ ภัณฑารักษ์นิทรรศการตากใบและทีมจัดแสดงนิทรรศการ เรานั่งลงเพื่อพูดคุยกันที่โต๊ะม้านั่งหน้างาน พี่วลัยเล่าให้ฟังว่า ก่อนที่ตากใบจะถูกนำมาจัดเป็นนิทรรศการ ความตั้งใจแรกคือการเขียนเล่าเรื่องออกมาเป็นหนังสือ ต่อมาเมื่อนำเรื่องราวของผู้สูญเสียแต่ละคนมาร้อยเรียงต่อกันแล้ว ก็พบว่ามันมีสิ่งของที่เป็นความทรงจำอยู่ในนั้น เลยอยากจะลองหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมานำเสนอ นิทรรศการจึงตอบโจทย์ที่สุดในการเล่าเรื่อง 

ฉันถามพี่วลัยต่อว่าท้ายที่สุดแล้ว พี่วลัยอยากให้เสียงเงียบนี้ดังไปถึงใครมากที่สุด พี่วลัยใช้เวลานึกแค่เพียงเสี้ยววิเท่านั้น สายตาตอนที่พี่วลัยพูดคำตอบออกมา มันปนไปด้วยหลากอารมณ์ เศร้า โกรธ ผิดหวัง มันไหวตลอดเวลาพร้อม ๆ กับมีน้ำตาคลออยู่เนือง ๆ และน้ำเสียงที่พี่วลัยได้ตอบมาฟังดูมั่นใจแต่ก็แอบสั่นเครือไปด้วยแรงอารมณ์ พี่วลัยกล่าวว่า หวังแบบไม่หวังคืออยากให้นิทรรศการได้คุยกับเจ้าหน้าที่รัฐ หรือคนที่อยู่อีกฝั่งของแกนความคิดเดียวกับเราได้มาดู คุณจะแต่งกายมาอย่างไรก็ได้ แต่ขอให้คุณมาในฐานะมนุษย์เหมือนกัน ถอดหัวโขนมาดูว่ามันมีการกระทำความรุนแรงจริง ๆ มันมีผู้เจ็บปวด มันมีคนสูญเสียซึ่งเขาพยายามจะส่งเสียงบางอย่างอยู่ว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยภาครัฐมันไม่เคยมีการตอบคำถาม หรืออธิบายอย่างเป็นทางการหรือแม้กระทั่งขอโทษ ปีนี้ก็เป็นปีที่ 19 แล้ว คำถามคือคดีความตากใบมันคืบหน้าไปแค่ไหน ปีหน้าปีที่ 20 คดีก็จะหมดอายุความ รัฐจะปล่อยให้ผู้กระทำผิดเหตุการณ์ตากใบลอยนวลอย่างนั้นหรือ

ผลการไต่สวนกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตากใบทั้งหมด 85 คน กรณีแรกคือจากการปะทะกันกับเจ้าหน้าที่ มีผู้เสียชีวิตทันที 7 คน รายงานสรุปว่าไม่สามารถหาตัวผู้กระทำได้ กรณีที่สองคือมีผู้ชุมนุมเสียชีวิตหลังสลายการชุมนุม 78 คน ศาลจังหวัดสงขลาระบุว่า สาเหตุของการเสียชีวิตคือขาดอากาศหายใจระหว่างอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าพนักงาน แต่ไม่ได้มีการระบุว่าพฤติการณ์ดังกล่าวใครเป็นผู้กระทำให้เสียชีวิต ต่อมาในปี 2556 ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจำนวน 34 คนยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลจังหวัดสงขลาดังกล่าว และขอให้ศาลพิจารณาคำสั่งใหม่เพื่อหาตัวผู้กระทำผิด ศาลฎีกายกคำร้องโดยระบุว่า ศาลจังหวัดสงขลาเป็นศาลชั้นต้นเช่นเดียวกันกับศาลอาญา ได้รับคดีไว้ และทำการพิจารณาทำคำสั่งไปแล้ว จึงไม่อาจรับคดีไว้พิจารณาได้อีก ในปี 2567 คดีความจะมีอายุคครบ 20 ปี กระบวนการยุติธรรมไทยก็ยังไม่สามารถนำตัวเจ้าหน้าที่ผู้กระทำผิดมารับโทษได้ตามที่ครอบครัวผู้สูญเสียได้ร้องทุกข์มาตลอด

สุดท้ายแล้วฉันได้แต่หวังว่า เรื่องราวตากใบจะไม่ถูกลืมเลือนไป หากเรารู้เรายิ่งต้องพูดเพราะฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ตื่นรู้จากการไม่หยุดพูดของคนในสังคม เมื่อใดที่ยังมีความอยุติธรรมยังต้องมีการต่อสู้ หวังให้พี่น้องชาวตากใบพบซึ่งวันใหม่และหลุดพ้นจากพันธนาการการกดขี่ที่ไม่เป็นธรรมและความกลัวจากรัฐ ได้รับความเป็นธรรมจากการเห็นคนผิดโดนลงโทษเสียที

นิทรรศการ ‘สดับเสียงเงียบ จดจำตากใบ 2547’ Heard the Unheard: Takbai 2004 มีผู้สนับสนุนให้เกิดนิทรรศการได้โดยมูลนิธิ Sasakawa Peace Foundation, โครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุจังหวัดชายแดนใต้ , ภาคมานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

นิทรรศการจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม – 30 กันยายน 2566 สามารถติดตามข่าวสารและสถานที่จัดนิทรรศการครั้งต่อไปได้ที่ เพจเฟซบุ๊ค Deep South Museum (https://www.facebook.com/deepsouthmuseum/) (ใส่ URL ให้หน่อยเคิ้บ)

อ้างอิง

ชนากานต์ ปานอ่ำ และสร้อยดอกหมาก สุกกทันต์, 15 ปี ตายหมู่ที่ ‘ตากใบ’ ความทรงจำโหดร้าย ใคร

รับผิดชอบ?, สืบค้น เมื่อ 25 กันยายน 2566, 

https://www.matichon.co.th/prachachuen/prachachuen-scoop/news_1730594

ประชาไท, ศาลฎีกาอ่านคำสั่งกรณีการเสียชีวิตในเหตุการณ์ตากใบ 1 ส.ค. นี้, สืบค้น เมื่อ 25 กันยายน 2566, 

จาก https://prachatai.com/journal/2013/07/47907

ประชาไท, รายงานพิเศษ – ผลสอบกรือเซะ-ตากใบ ฉบับสมบูรณ์, สืบค้น เมื่อ 25 กันยายน 2566, จาก

https://prachatai.com/journal/2005/07/21208

อาทิตย์ ทองอินทร์, 18 ปี สลายการชุมนุมตากใบ 25 ตุลาคม 2547 โศกนาฏกรรมของมลายูปตานี, สืบค้น 

เมื่อ 25 กันยายน 2566, จาก https://plus.thairath.co.th/topic/politics&society/102294

The Active, รวมข้อเสนอ ‘คดีตากใบ’ ก่อนหมดอายุความอีก 2 ปี, สืบค้น เมื่อ 25 กันยายน 2566, จาก 

https://theactive.net/news/law-rights-20221026/

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
0
Love รักเลย
0
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:Social

Social

“FikFap” เว็บไซต์สื่อลามกรูปแบบใหม่ เรียกตัวเองเป็น “The TikTok of Porn” 

เรื่องและภาพ : กัญญาภัค วุฒิรักขจร “FikFap” เว็บไซต์สื่อลามกรูปแบบใหม่ เรียกตัวเองเป็น “The TikTok of Porn”  TikTok แอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียที่แสดงเนื้อหาแบบคลิปสั้น ความยาวไม่เกิน 15 ...

Writings

สารคดี ‘คนกล่อมช้าง’ ได้รางวัล Oscar ในวันช้างไทย

เขียน สมิตา พงษ์ไพบูลย์ งานออสการ์ประจำปี 2023 ครั้งที่ 95 ในหมวดสารคดีสั้น “เรื่องที่ได้รับรางวัลคือ … The Elephant Whisperers” ชื่อไทยว่า ‘คนกล่อมช้าง’ ...

Writings

ขานรับ #EmbraceEquity ในวันสตรีสากล เมื่อความเท่าเทียมยังไม่เพียงพอ?

เรื่อง : ณัฐวุฒิ ศรีเรือง ภาพประกอบ : เก็จมณี ทุมมา เว็บไซต์ International Women’s Day (IWD) ได้แจ้งแคมเปญรณรงค์สำหรับวันสตรีสากล ประจำปี ...

Writings

Miss Universe สร้างคุณค่าให้ผู้หญิงจริงหรือ?

เรื่อง : ปิยะพร สาวิสิทธิ์ ภาพประกอบ : เก็จมณี ทุมมา การประกวด Miss Universe นับว่าเป็นอีกหนึ่งเวทีการประกวดที่ถูกผู้คนจับตามองทุกปี โดยเฉพาะในประเทศไทย หลายคนอาจติดตามเพราะเป็นการตอบสนองต่อแนวคิดชาตินิยมในสังคมโดยการสนับสนุนผู้เข้าประกวดจากประเทศตนเอง หรือแม้กระทั่งติดตามเพราะความบันเทิง ...

Writings

อยู่คนเดียวได้ ไม่ต้องเป็นห่วง

เรื่อง : กัญญาภัค วุฒิรักขจร ภาพประกอบ : เก็จมณี ทุมมา “ถ้าไม่มีแฟน ไม่ตายหรอก ไม่กินข้าวอ่ะตาย” วลีเด็ดข้างต้นมาจากเอิ๊ก ชาลิสา เจ้าของเพลงฮิต “เลือดกรุ๊ปบี” ...

0 %

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Google Analytics

    คุ้กกี้ที่เราเก็บไป จะนำไปใช้เพื่อประกอบการวิเคราะห์การอ่านบทความ/ข่าวภายในเว็บไซต์เท่านั้น จะไม่มีการนำข้อมูลผู้ใช้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด

Save