SocietyWritings

อคติสู่มุมมองใหม่: การเปลี่ยนแปลงของสื่อไทยกับภาพลักษณ์ของเมียฝรั่งในเพลงลูกทุ่ง

เรื่อง : โอปอล ศิริภัสษร พลอยชมพู วงศ์ยาไชย ศิรภัสษร ศิริพานิช อภิวัฒน์ สุชลพานิช

ภาพประกอบ : เก็จมณี ทุมมา

ลักษณะของเมียฝรั่ง แวบแรกในความคิดของท่านเป็นอย่างไร

เมื่อได้ยินคำว่า “เมียฝรั่ง” เชื่อว่าหลายคนอาจมีภาพจำบางอย่างปรากฏขึ้นในใจทันที โดยภาพจำของเมียฝรั่งที่ถูกสื่อตี กรอบจะมีผิวดำ ยากจน หวังรวยทางลัด หรือใด ๆ ก็ตามที่ถูกเชื่อว่าลักษณะแบบนี้คือเมียฝรั่ง แล้วเหตุใด พวกเรา ทั้งหลายถึงมีภาพจำเหล่านี้ได้คล้ายกัน บทความนี้จะพาท่านไปหาคำตอบเกี่ยวกับการประกอบสร้างภาพเหมารวมเมียฝรั่ง

ทั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อเป็นชนวนสำคัญที่ก่อเกิดการสร้างภาพตัวแทนของ “เมียฝรั่ง” ผ่านการสร้าง ตอกย้ำ ขยายภาพในรูปแบบต่าง ๆ และหนึ่งในสื่อที่ทรงพลังอย่างยิ่งคือเพลงลูกทุ่ง เนื่องจากเพลงลูกทุ่งเป็นสื่อที่เข้าถึงวิถีชีวิตของคนไทยในทุกภูมิภาค ซึ่งสะท้อนเรื่องราวชีวิตจริงของคนในชนบท และมักบอกเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นในแต่ละยุค

เพลงลูกทุ่งไม่ได้เพียงแต่เป็นความบันเทิง แต่ยังสะท้อนค่านิยมและมุมมองของสังคมที่มีต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนั้น บทความนี้จะพาท่านไปพบกับเพลงลูกทุ่งที่มีบทบาทในการประกอบสร้างภาพเหมารวมเมียฝรั่งทั้งในอดีตและปัจจุบัน

จากงานวิจัยของนายพันธกานต์ ทานนท์ เรื่อง “การสื่อสารภาพตัวแทนของผู้หญิงชนบทในเพลงลูกทุ่งที่ขับร้องโดย ตั๊กแตน ชลดา” พบว่าการสร้างภาพตัวแทนของผู้หญิงชนบทคือความยากจน ความลำบาก มีอำนาจต่อรองน้อยซึ่งนั่นทำให้กลยุทธ์ที่สำคัญในการเอาตัวรอดของผู้หญิงกลุ่มนี้การยืนหยัดต่อสู้ชีวิตด้วยการมี “ความหวัง” และหนึ่งในนั้นคือการแสวงหาเส้นทางชีวิตที่ดีกว่า ซึ่งการเป็น “เมียฝรั่ง” ก็เป็นอีกทางในการมีความหวังที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เมื่อพูดถึงภาพลักษณ์ของ “เมียฝรั่ง” ในสังคมไทย หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนผ่านบทเพลงลูกทุ่งได้อย่างชัดเจนคือ “เจนจิรา” ของสาวมาด เมกะแดนซ์ ซึ่งเผยแพร่ในปี พ.ศ. 2547 เพลงนี้เล่าเรื่องราวของหญิงสาวชาวอีสานชื่อเจนจิรา ผู้ที่ใช้ชีวิตร่วมกับสามีชาวต่างชาติ โดยเนื้อเพลงเต็มไปด้วยการสะท้อนมุมมองของสังคมที่มีต่อผู้หญิงไทยที่มีความสัมพันธ์กับชาวต่างชาติดังนี้

“ตอนอยู่บ้านนอกคอกนา คุณลุงคุณป้าคุณแม่คุณพ่อ เอ็นว่าอีเหี่ยนเลี้ยงเหา อ้วนปานยิ่งเพ้า ดำดำหม้อต้อ เตี้ยเตี้ย แหล่แหล่ปานตอ เดี๋ยวนี้หมู่เจ้าเห็นบ่ เปลี่ยนชื่อแล้วหนอ เป็นมิสเจนจิรา”

ตัวอย่างเนื้อเพลงข้างต้นเป็นการพูดถึงสาวอีสานในบริบทของการเปลี่ยนแปลง ทั้งลักษณะทางกายภาพของสาว อีสานที่มีสีผิวที่คล้ำดำ จมูกไม่มีลักษณะโด่ง รูปร่างที่อ้วนและส่วนสูงที่เตี้ย การที่ในเนื้อเพลงกล่าวถึงลักษณะทางกายภาพของสาวอีสาน เช่น ผิวคล้ำ รูปร่างอ้วน ส่วนสูงเตี้ย เป็นการเหมารวมว่าสาวอีสานที่มีรูปลักษณ์ตามที่กล่าวถึงในเพลงมักจะถูกมองว่าเป็น “คนบ้านนอก” หรือมีสถานะทางสังคมที่ต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับคนที่มีชีวิตที่ดีในเมืองใหญ่หรือต่างประเทศ

อีกบริบทคือการเปลี่ยนชื่อและคำนำหน้าชื่อ ในเนื้อเพลงส่วนนี้ถือเป็นประเด็นหลักของเพลงที่พูดถึงสาวอีสานที่ไปใช้ชีวิตต่างประเทศและได้มีการแต่งงานกับสามีฝรั่งจนได้รับการเปลี่ยนคำนำหน้าให้เรียกว่า “มิส เจนจิรา” ทั้งที่ก่อนหน้ามีเพียงแค่ เจนจิรา สะท้อนถึงความเชื่อในสังคมที่ว่าการมีชื่อและสถานะใหม่ที่ฟังดูสูงส่งเป็นสัญลักษณ์ของการได้รับการยอมรับหรือการยกระดับตัวเองในสังคม

นอกจากนี้ในตอนท้ายของเพลงมีเนื้อเพลงที่ว่า “แต่ก่อนดูถูกดีนัก เดี๋ยวนี้รู้จักกันแล้วใช่ไหม มีแฟนเป็นฝรั่ง มังค่า หอบเงินดอลล่าร์ขนมาเมืองไทย อย่าเรียกว่าเหี่ยนอีกเด้อ อย่าเอ็นว่าดำอีกนะ รู้ไว้ด้วยล่ะ ว่าฉันเปลี่ยนชื่อใหม่”

เนื้อเพลงส่วนนี้ทำให้เห็นมุมมองภาพของการเหมารวมว่าการเป็นเมียฝรั่งมักจะโดนดูถูก และเป็นที่พูดถึงว่าเมียฝรั่งเป็นผู้หญิงที่แสวงหาผลประโยชน์จากการแต่งงานกับสามีเพื่อหาเงินและมีชีวิตที่ดีขึ้น โดยมองว่าเธอแต่งงานเพื่อที่จะได้วีซ่าหรือสัญชาติ หรือเพื่อหนีความยากจนหรือสถานะทางเศรษฐกิจที่ไม่ดี นี่คือการมองในเชิงอคติ โดยไม่คำนึงถึงความรักหรือความสัมพันธ์ด้านอื่น

เพลงมิสเจนจิราเป็นแค่หนึ่งตัวอย่างจากหลาย ๆ เพลงที่ปรากฎภาพเหมารวมเมียฝรั่งเท่านั้น เพราะยังมีเพลงลูกทุ่งเพลงอื่นอีกมากมายที่มีการสร้าง ตอกย้ำ และขยายภาพตัวแทนอยู่

แม้ว่าเพลงลูกทุ่งในอดีตที่เปลี่ยนผ่านมายังปัจจุบันยังคงปรากฏภาพเหมารวมของเมียฝรั่งอย่างต่อเนื่อง และยังไม่สามารถลบภาพนั้นออกไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสังคมของเราไม่ได้เปลี่ยนไป

ปัจจุบันเพลงลูกทุ่งบางเพลงได้มีการสร้างสารที่สื่อถึงการพยายามทลายกรอบภาพเหมารวมเดิมของเมียฝรั่ง จากอดีตที่ถูกจำกัดด้วยค่านิยมที่เชื่อมโยงกับเรื่องเงินและการยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจ ปัจจุบันเริ่มมีการนำเสนอแง่มุมความสัมพันธ์กับคนต่างชาติที่หลากหลายมากขึ้น โดยสะท้อนถึงมิติอื่น ๆ เช่น การมีความรักให้กัน ความเท่าเทียม และการใช้ชีวิตร่วมกัน

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเพลง “เมียฝรั่งก็มีหัวใจ” เผยแพร่ปี พ.ศ. 2566 ของครูวารี สัจจะวริทธิ์ เพลงนี้มีมุมมองใหม่ในการเปลี่ยนอคติด้านลบที่สังคมไทยมีต่อผู้หญิงไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติและย้ายไปใช้ชีวิตต่างประเทศ เนื้อเพลงเน้นย้ำถึงความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน และสะท้อนความรู้สึกจริงของผู้หญิงเหล่านี้ที่มีความรักและความตั้งใจที่จะสร้างชีวิตคู่เช่นเดียวกับทุกคน

โดยในเพลงมีเนื้อหาว่า “แต่ก่อนตัวไทย กะบ่มีไผมาตั้งคำถาม”

เนื้อเพลงข้างต้นสะท้อนถึงการที่สังคมไทยไม่เคยตั้งคำถามเกี่ยวกับการแต่งงานระหว่างคนไทยด้วยกัน แต่เมื่อเกิดการแต่งงานกับชายต่างชาติ สังคมกลับตั้งคำถามและให้ความสนใจเป็นพิเศษ นี่สะท้อนถึงการมีอคติหรือมุมมองที่แตกต่างกันในสังคมเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับชาวต่างชาติ โดยมักมองว่า “เมียฝรั่ง” ต้องมีจุดประสงค์บางอย่างเช่นเงิน เป็นต้น

นอกจากนี้เนื้อเพลงที่ว่า “ฝรั่งกะคน เขาบ่อได้รวยล้นฟ้า”

เนื้อเพลงท่อนนี้เป็นการพูดถึงภาพจำหรือความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการแต่งงานกับสามีต่างชาติที่มักถูกมองว่าเป็น การแต่งงานเพื่อหวังรวยจากสามีต่างชาติเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่ทุกคนที่แต่งงานกับสามีฝรั่งแล้วจะมีชีวิตที่หรูหรา เพราะชาวต่างชาติเองก็ไม่ได้รวยกันทุกคน

อีกทั้งเนื้อเพลงที่ว่า “บางคนภาษาบ่อได้ พออยากฮ้องไห่ ต้องไปเรียนต่อ”

เนื้อเพลงท่อนนี้กล่าวถึงความยากลำบากในการปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมต่างประเทศ โดยเฉพาะการเรียนภาษาที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในการสื่อสารและทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวหรือห่างไกลจากบ้านเกิด โดยแสดงให้เห็นถึงความลำบากในชีวิตของเมียฝรั่งที่ต้องเผชิญ ซึ่งเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อภาพจำเมียฝรั่งที่ว่ามีชีวิตที่สบายเพราะว่าได้สามีต่างชาติ

เพลงลูกทุ่งที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเมียฝรั่งทั้งสองเพลงสะท้อนถึงจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมุมที่ว่าเมียฝรั่งเป็นการแสวงหาผลประโยชน์จากสามีต่างชาติเพื่อฐานะที่ดีขึ้น

แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผู้หญิงที่มีลักษณะดังกล่าวที่แต่งงานกับชาวต่างชาติ ซึ่งสะท้อนความจริงในบางแง่มุมของสังคม แต่ในขณะเดียวกัน การเหมารวมเช่นนี้ไม่ควรถูกยกให้เป็นมาตรฐานหรือกรอบตายตัวสำหรับการเป็นเมียฝรั่ง เนื่องจากชีวิตของผู้หญิงแต่ละคนมีความหลากหลายและซับซ้อนกว่าที่วาทกรรมดังกล่าวพยายามจะสื่อ

โดยงานวิจัยของสุภาภรณ์ งามวัน เรื่อง “พลวัตภาพเหมารวมของผู้หญิงไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติ” ผลการวิจัยเปิดเผยว่าภาพเมียฝรั่งในปัจจุบันแตกต่างจากในอดีต ในอดีตมักถูกมองว่าเป็นผู้หญิงยากจน เป็นเมียเช่า แต่ในปัจจุบันคือคนกล้าต่อสู้ ท้าทายชีวิต พร้อมจะเผชิญอนาคตที่แตกต่างจากเดิม ซึ่งลักษณะดังกล่าวสอดคล้องกับการที่เพลงลูกทุ่งในปัจจุบันเริ่มนำเสนอถึงเมียฝรั่งในแง่มุมใหม่มากขึ้น เช่น การปรับตัวในชีวิตต่างแดน ปัญหาชีวิตคู่ หรือความเป็นจริงของความสัมพันธ์ที่ไม่ได้มีแค่ความสุขตามที่ผู้คนคิด

การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ถือเป็นการท้าทายภาพ จำเดิมของ “เมียฝรั่ง” ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในสังคม เพราะจะช่วยให้เกิดมุมมองอื่น ๆ ที่หลากหลายเกี่ยวกับเมียฝรั่ง ไม่จำกัดอยู่ในกรอบเดิม

สุดท้ายนี้การที่เพลงลูกทุ่งเริ่มพูดถึงเรื่องราวของเมียฝรั่งในมุมมองที่หลากหลายมากขึ้น เป็นสิ่งที่ช่วยลดการเหมารวมและทำให้คนเข้าใจมุมมองใหม่ ๆ ได้ แม้ภาพจำแบบเดิมอาจจะยังอยู่ แต่ถ้าเราเปิดใจฟังและมองเห็นความหลากหลายของชีวิตผ่านเพลงเหล่านี้ ก็จะช่วยให้เราเข้าใจและยอมรับความจริงของสังคมได้มากขึ้น และนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงความคิดในทางที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน


รายการอ้างอิง

พันธกานต์ ทานนท์.(2559).การสื่อสารภาพตัวแทนของผู้หญิงชนบทในเพลงลูกทุ่งที่ขับร้องโดย ตั๊กแตน ชลดา.(วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์). https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2016/TU_2016_5807010037_6930_4858.pdf

วารี สัจจะวริทธิ์. (2566). เมียฝรั่งก็มีหัวใจ.

https://youtu.be/wn_vwmQ-uR8?si=Apie2SZ-D2yfXnnD

สาวมาด เมกะแดนซ์. (2547). เจนจิรา. เมกะแดนซ์ เรคคอร์ด https://youtu.be/YfOenMoiQ6w?si=5DWGuU7rZy1s4HR6

สุภาภรณ์ งามวัน. (2548). พลวัตภาพเหมารวมของผู้หญิงไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติ.(วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์). https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/digital/api/DownloadDigitalFile/download_digi/113957/?path=thesis/gv/0022/01%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87.pdf

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
1
Love รักเลย
0
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:Society

Articles

อำนาจที่ 4 และรัฐธรรมนูญที่ถูกแช่แข็ง

เรื่อง: ธนินี นววงศ์วิวัฒน์ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ผลการออกเสียงประชามติอย่างเป็นทางการ ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 4 มีนาคม ระบุว่า มีประชาชนถึง 21,621,638 ...

Articles

“สงกรานต์” แสนแพง: เมื่อรัฐเอื้อทุนพลังงาน แก้วิกฤตด้วยการสงเคราะห์

เรื่อง: ธาวิน กิตติพงศ์พิทยา ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา “สงกรานต์” ควรเป็นช่วงเวลาที่คนบ้านไกลได้กลับบ้านไปใช้เวลากับครอบครัวอันเป็นที่รัก ทว่าปีนี้กลับเป็นปีที่หลายคนคิดหนัก คนที่เคยกลับก็ชั่งใจ ส่วนคนที่มีสถานะทางการเงินไม่เอื้ออำนวยยิ่งชั่งใจกว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ทุนในการเดินทางและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ...

Articles

เปลี่ยนจาก ‘สาดน้ำ’ เป็น ‘อ้อมกอด’: คืนความเรียบง่ายให้สงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

เรื่อง: ณัฏฐณิชา มาลีวรรณ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา สงกรานต์ปีนี้ คิดยังไงก็คงไม่สนุกสุดเหวี่ยงแบบตัวเปียกทุกพื้นที่ที่น้ำเข้าถึง ถ้าเป็นในกรุงเทพฯ หรืออำเภอใหญ่ ๆ ในต่างจังหวัดที่มีการจัดงานคงไม่เห็นความแตกต่างจากทุกปีมากนัก แต่พอไม่ใช่เมืองใหญ่ การเล่นน้ำสงกรานต์อาจจะเหลือแค่การรอสาดน้ำประแป้งคนที่ผ่านไปผ่านมาหน้าบ้านตัวเองแบบเหงา ๆ ...

Articles

ในวันที่ระเบียบโลกสั่นคลอน ระเบียบไทยกลับเข้าสู่จุดเดิม

เรื่อง: ธนินี นววงศ์วิวัฒน์ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ในห้วงเวลาที่ระเบียบโลกกำลังเผชิญกับภาวะสั่นคลอนอย่างรุนแรงจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนขั้วอำนาจเศรษฐกิจ ประเทศไทย — จากชัยชนะการเลือกตั้งของภูมิใจไทย — กลับแสดงปรากฏการณ์ที่ดูเหมือนจะเลือกเส้นทางที่ย้อนกลับไปสู่ ‘จุดเดิม’ อีกครั้ง ชัยชนะของภูมิใจไทยที่ได้ที่นั่งในสภาถึง ...

Art & Culture

ตีตั๋วทัวร์งานศพไปกับหนังสือ จากดับสูญสู่นิรันดร์

เรื่อง: รณรต วงษ์ผักเบี้ย ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ‘ตายแล้วไปไหน?’ เป็นคำถามที่มักผุดขึ้นมาในหัว เมื่อผมไปเข้าร่วมงานศพหรือต้องพูดคุยเรื่องความตาย และคำตอบที่ได้คงมีอยู่ไม่กี่แบบ ขึ้นสวรรค์หรือตกนรก เป็นวิญญาณเร่ร่อนล่องลอยไปมา หรือไม่ไปไหนเลย สูญมลายไปในความว่างเปล่าของความไร้ตัวตน ทว่าเรื่องความตายไม่ได้มีแค่ความเชื่อเรื่องโลกหลังความตาย ...

Society

ประชามติแบบโอมากาเสะ

เรื่อง: พลกฤต นฤพันธาวาทย์ ท่ามกลางบรรยากาศในช่วงก่อนและหลังการยุบสภาที่เต็มไปด้วยความชลมุน วุ่นวาย และโชกเลือด ในที่สุดวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการลงประชามติรัฐธรรมนูญเพื่อ ‘ขอแก้ไข’ รัฐธรรมนูญ 2560 จากเดิมก่อนหน้านี้ที่เราเคยลงประชามติเพื่อ ‘รับ’ ...

0 %