ArticlesSocietyWritings

วัวหายล้อมคอก ไฟไหม้ฟาง กับการแก้ปัญหาของรัฐไทย 

เรื่อง : วรพร รุ่งวัฒนโสภณ

ภาพประกอบ : ณัฐธิดา นิติเกษตรสุนทร

‘วัวหายล้อมคอก’ และ ‘ไฟไหม้ฟาง’

สำนวนที่เข้ากันดีกับการแก้ปัญหาในสังคมของรัฐไทย ที่ต้องรอให้เกิดปัญหาเสียก่อนจึงค่อยมาคิดหาวิธีแก้ไข หรือไม่ก็ตั้งท่าจะแก้ไขแต่ไม่ทำอะไรจริงจัง จนมันก็สายเกินจะแก้ปัญหาตรงหน้าให้ทันท่วงที หรือบางครั้งยังทำทีว่าจะถอดบทเรียนเสียยกใหญ่ แต่ก็เป็นเพียงบทเรียนสั้นๆ ที่ไม่ได้สร้างการเรียนรู้ในระยะยาว ปล่อยไว้ไม่นานก็ลืมเลือนกันไป 

เช่นเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานี้ เหตุการณ์ ‘รถบัสทัศนศึกษาไฟไหม้’ เป็นที่พูดถึงอย่างมาก ผู้คนต่างแสดงความเสียใจ บ้างเรียกร้องความยุติธรรมให้เด็กๆ บ้างกดดันให้รัฐบาลออกมาตรการเยียวยา และแก้ไขไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก ทว่าผ่านมาไม่ถึงเดือน กลับแทบไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ และแทบไม่มีใครจับตาดูการติดตามแก้ปัญหาของรัฐแล้ว

ผู้เขียนจึงอยากชวนผู้อ่านทุกท่านมาสำรวจการแก้ปัญหาและคำสัญญานักการเมืองจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้น เพื่อชวนจับตาดูว่าการจัดการปัญหาเรื่องรถบัสทัศนศึกษาไฟไหม้นี้ว่ามีแนวโน้มจะเป็นอย่างไรต่อไป และจะเลือนหายไปเหมือนกับเหตุการณ์อื่นๆ ในอดีตหรือไม่… 

พอวัวหาย รัฐไทยค่อยล้อมคอก

“สถานการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย อยากให้ครั้งนี้เป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้น สุขภาพจิตของผู้ก่อเหตุนั้นไม่ใช่ของทหารทั้งหมด และได้ให้กรมสุขภาพจิตเข้าดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมถึงนำพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุมาวิเคราะห์ว่าทำไมจึงมีพฤติกรรมรุนแรงขนาดนี้ นั่นคือหน้าที่รัฐบาลที่ต้องแก้ไขปัญหา” 

นี่คือสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงกรณี ‘กราดยิงโคราช’ เมื่อปี 2563 ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นทหารและบุกเข้าไปกราดยิงในห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 จ.นครราชสีมา 

ในขณะเดียวกัน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ถึงกับน้ำตาคลอขณะกล่าวคำขอโทษต่อสิ่งที่ ‘อาชญากร’ อดีตทหารได้กระทำลงไป และกล่าวว่าจะพัฒนาระบบความปลอดภัยของคลังอาวุธให้ดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นยังสัญญาจะปฏิรูปกองทัพ ยุติการโกงในระบบทหารซึ่งเป็นสาเหตุให้ผู้ก่อเหตุกระทำการดังกล่าว

ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้เขียนคงไม่อาจทราบได้ว่ามีการพัฒนาระบบความปลอดภัยดังกล่าวจริงหรือไม่ในเขตของทหาร แต่ข่าว ‘ทหารคลั่ง’ ก็ยังคงเกิดขึ้นและถูกรายงานบนสื่ออยู่เป็นระยะ เช่น 14 กันยายน ปี 2565 จ่าสิบเอกกราดยิงเพื่อนร่วมงานเสียชีวิต 2 คน และ 10 กุมภาพันธ์ ปี 2566 อดีตพลทหารยิงผู้โดยสารบนรถบัส ได้รับบาดเจ็บ 2 คน นอกจากนี้ ยังไม่เห็นการปฏิรูปกองทัพเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในสมัยของ พล.อ.อภิรัชต์ และ ผบ.ทบ. สมัยต่อๆ มา 

วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต อธิบายว่าเหตุกราดยิงในไทย มักเกิดกับอาชีพที่ใกล้อาวุธ เช่น ทหาร ตำรวจ เพราะการเกิดความเครียดจะแปรผันตามความรับผิดชอบและกฎระเบียบต่างๆ ในองค์กรที่ต้องปฏิบัติตาม

มันคงจะดีกว่า หากสุขภาพจิตของนายทหารและระบบความปลอดภัยฯ นั้นได้รับการใส่ใจตั้งแต่แรก ไม่ใช่รอให้เหตุเกิดแล้วจึงค่อยหันมาใส่ใจ 

อย่างไรก็ดี เหตุกราดยิงโคราชในครั้งนั้น ถือเป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในประเทศ ดังนั้นก็อาจเรียกว่าไม่แปลกสักเท่าไร (มั้ง) หากรัฐไทยยังจัดการสถานการณ์ได้ไม่ดีเท่าที่ควร รวมถึงประชาชนก็ไม่เคยเรียนรู้แนวทางการเอาตัวรอดเมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน 

เหตุกราดยิงโคราชจึงเป็น ‘บทเรียน’ สำคัญที่ต้องวิเคราะห์และกระจายความรู้ สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเหตุกราดยิงต่อไป เพื่อหวังว่า ‘คอก’ ที่เพิ่งล้อมไว้จะหนาแน่นพอให้ครั้งถัดไปไม่มีวัวหลุดออกได้อีก 

แม้ในปี 2565 ทั้งกองบัญชาการกองทัพไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ถอดบทเรียนเผยแพร่ไว้ใน ‘จดหมายเหตุกรณีกราดยิง ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จังหวัดนครราชสีมา’ แต่ดูเหมือนว่าการถอดบทเรียนก็อาจไม่ได้ผลเสมอไป… 

มาตรการซ้ำซาก หรือยากที่จะแก้ไข

หลังจากเหตุการณ์กราดยิงโคราช 2 ปี ก็เกิดเหตุการณ์ ‘กราดยิงหนองบัวลำภู’ ในปี 2565 ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นนายตำรวจที่บุกเข้าไปกราดยิงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กใน จ.หนองบัวลำภู บทเรียนจึงวนกลับมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง เพราะมาตรการต่างๆ ยังคงพูดเรื่องซ้ำๆ เดิมๆ 

พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ในขณะนั้นได้กำหนดนโยบายเร่งด่วน ได้แก่ มาตรการควบคุมอาวุธปืน มาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มาตรการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด และการพัฒนา แก้ปัญหาสุขภาพจิตของทหาร ตำรวจ และในสถานศึกษา

เป็นเรื่องน่าคิดว่า เหตุการณ์เช่นนี้จะยังเกิดขึ้นไหม หากได้รับการจัดการอย่างเอาจริงเอาจังตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งก่อน เพราะปัญหาต่างๆ คงถูกแก้ไขไปบ้าง มากกว่าแค่ประเด็นให้เราสนใจหรือรับรู้อยู่แค่ 1 เดือน ก่อนจะค่อยๆ จางหายไปจากสื่อ

อย่างไรก็ดี เมื่อรัฐบาลผันเปลี่ยนจากรัฐบาลประยุทธ์ สู่รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน นายกฯใหม่แกะกล่องในขณะนั้น ก็ต้องรับมือและแก้ปัญหาเหตุการณ์คล้ายเดิมอีกครั้ง กับเหตุการณ์ ‘กราดยิงสยามพารากอน’ ในปี 2566 ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นเพียงเด็กชายที่แต่งกายคล้ายทหารเข้าไปก่อเหตุในห้างสรรพสินค้ากลางเมืองหลวง ก่อนที่รัฐบาลจะออกมาตรการควบคุมอาวุธปืน (อีกแล้ว) และเตรียมทำระบบแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงมหาดไทย และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ คาดว่าจะใช้ได้จริงช่วงกลางปี 2568 

หากลองสังเกตจะเห็นว่าแทบทุกๆ เหตุการณ์กราดยิงจะมีมาตรการซ้ำเดิมอย่างการควบคุมอาวุธปืน และมาตรการเกี่ยวกับสุขภาพจิต ซึ่งอาจอนุมานได้ว่าในแต่ละครั้งที่กำหนดมาตรการมา อาจมีการปล่อยปะละเลยไม่ได้เร่งทำอย่างจริงจัง และไม่มีการปรับกฎหมายเพื่อบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรม 

เมื่อเป็นเช่นนั้น มาตรการต่างๆ จึงไม่ต่างอะไรกับคำพูดลอยๆ ที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง แต่เป็นเพียงคำพูดที่แสดงให้เห็นว่า…รัฐบาลมีมาตรการนะ แต่จะทำได้ไหม จะนานเท่าไร และจะจริงจังแค่ไหนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง 

บทเรียนใหม่ ทำอย่างไรจึงไม่ล้อมคอกและดับไฟไหม้ฟาง

ผ่านไป 1 ปีจากเหตุกราดยิงสยามพารากอน รัฐบาลเพื่อไทยเปลี่ยนผู้นำจากเศรษฐาเป็นแพทองธาร ชินวัตร นายกฯ คนปัจจุบัน ที่ต้องรับมือกับเหตุการณ์ ‘รถบัสทัศนศึกษาไฟไหม้’ ซึ่งเป็นเหตุการณ์อีกรูปแบบที่รัฐไทยยังไม่เคยรับมืออย่างจริงจังมาก่อน และเมื่อข้อกำหนดต่างๆ เกี่ยวกับการใช้รถโดยสารยังไม่รัดกุมจึงนำไปสู่เหตุการณ์เช่นนี้ เพราะรถคันที่เกิดเหตุถูกใช้งานมากว่า 54 ปี โดยไม่ได้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดใหม่ที่กำหนดขึ้น เพราะไม่สามารถย้อนไปบังคับใช้กับรถเก่าได้ 

สิ่งที่น่าสนใจจึงอยู่ที่รัฐบาลชุดนี้มีแผนจะออกมาตรการอย่างไร เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

ที่จริง หลังเกิดเหตุรถบัสไฟไหม้ กระทรวงคมนาคมได้ออกมาตราการที่คล้ายจะล้อมคอกอีกแล้ว อย่างการให้รถโดยสารส่งรถที่ใช้ก๊าซ CNG เข้าตรวจสภาพรถเพื่อความปลอดภัย, ตรวจสอบรถโดยสารก่อนออกเดินทางทุกครั้ง, อบรมและทดสอบการช่วยเหลือผู้โดยสารของพนักงานขับรถและผู้ประจำรถ และแนะนำทางออกหรือวิธีเผชิญเหตุฉุกเฉินเช่นเดียวกับสายการบิน ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นเพียงการแก้ปัญหาแบบ ‘ผักชีโรยหน้า’ 

ทั้งนี้รัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเสียทีเดียว นายกฯ เร่งไปจุดเกิดเหตุ และนัดประชุมเพื่อพูดคุยกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในอาทิตย์ถัดไป แต่กลับไม่ได้ตัดสินใจทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ราวกับว่าเป็นการนัดประชุมเพื่อติดตามตามวิธีการแก้ปัญหาแบบไทยๆ เพียงเท่านั้น 

หากมองเรื่องนี้ผ่านสำนวนวัวหายล้อมคอกก็ชวนให้นึกถึงการสอนเด็กๆ ให้หนีออกจากรถโดยสารที่ไฟไหม้เพียงอย่างเดียว ซึ่งในทางหนึ่งมันคือการแก้ปัญหาเพื่อลดโอกาสที่จะเกิดซ้ำขึ้นอีก แต่ในอีกทางหนึ่ง ผู้เขียนคิดว่าต้องสอนเด็กๆ ให้จัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉินแบบอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น เพราะถ้ามัวแต่ล้อมคอกเรื่องรถบัสไฟไหม้ หากวันใดวันหนึ่งเกิดเหตุในลักษณะที่ต่างออกไป เด็กๆ จะไม่มีคอกอะไรล้อมพวกเขาไว้ก่อนเลย 

ในความเป็นจริง มันก็คงจะดีกว่าหากล้อมคอกไว้เสียก่อนที่วัวจะหาย หรือก่อนที่ปัญหาใดจะเกิด

อีกประการหนึ่งที่อยากชวนผู้อ่านคิดสักเล็กน้อย เหตุการณ์รถบัสไฟไหม้นั้น เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ตอนนี้ผ่านมายังไม่ครบเดือน แต่การพูดถึงเรื่องนี้กลับน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีการอัปเดตมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลเคยพูดไว้ และกระแสการพูดถึงบนสื่อสังคมออนไลน์ก็น้อยลงแทบไม่เหลือ จนบางคนอาจลืมเหตุการณ์นี้ไปแล้ว

นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การแก้ปัญหาแบบ ‘วัวหายล้อมคอก’ ยังคงอยู่ในสังคมไทย โดยปล่อยให้ ‘ไฟไหม้ฟาง’ ไปเรื่อยๆ และรัฐบาลชุดนี้จะไม่ต่างจากรัฐบาลชุดอื่นๆ เลย หากปล่อยให้การแก้ปัญหาเช่นนี้ยังดำเนินต่อไป โดยไร้ซึ่งการมองหาทางออกในระยะยาวที่ทำได้จริง ความเคร่งครัดจริงจังของกฎระเบียบ และความมุ่งมั่นแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง

หรืออาจเป็นเพราะการทุ่มเงินและเวลาให้เรื่องเช่นนี้ สำคัญน้อยกว่าเรื่องเศรษฐกิจและเม็ดเงินเข้าประเทศ…

อ้างอิง

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (24 กุมภาพันธ์ 2563). เข้าใจจิตวิทยาเรื่องการกราดยิง. เข้าถึงได้จาก chula: https://www.chula.ac.th/cuinside/27633/

Thai PBS Digital Media. (8 กุมภาพันธ์ 2567). 4 ปี เหตุการณ์กราดยิงโคราช กับการถอดบทเรียน จนอยากถอดใจ ?. เข้าถึงได้จาก thaipbs: https://www.thaipbs.or.th/now/content/787

เอกรินทร์ บำรุงภักดิ์. (6 พฤศจิกายน 2565). กราดยิงหนองบัวลำภู : ครบรอบ 1 เดือน รัฐออกมาตรการอะไรแล้วบ้าง. เข้าถึงได้จาก bbc: https://www.bbc.com/thai/thailand-63515960

ชัยยศ ยงค์เจริญชัย. (7 ตุลาคม 2565). กราดยิง : เครียดสะสมกับเข้าถึงอาวุธง่าย ปัจจัยสู่เหตุสลด. เข้าถึงได้จาก bbc: https://www.bbc.com/thai/articles/c9rkxlp6lnko

Bangkokbiznews. (4 ตุลาคม 2566). นายก อุ๊งอิ๊ง บิ๊กพารากอน ยืนไว้อาลัยเหตุกราดยิง ย้ำคุมเข้มความปลอดภัย. เข้าถึงได้จาก bangkokbiznews: https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1092002#google_vignette

ผู้จัดการออนไลน์. (5 ตุลาคม 2566). “ระบบ SMS เตือนภัย” ไม่พอ บทเรียนกราดยิง ต้องออกกฎหมาย-ซักซ้อมประชาชน. เข้าถึงได้จาก mgronline: https://mgronline.com/live/detail/9660000089996

Thai PBS. (2 ตุลาคม 2567). “คมนาคม” สั่งเรียกตรวจรถโดยสาร 13,426 คัน ไม่ผ่านไม่​ให้ใช้งาน. เข้าถึงได้จาก thaipbs: https://www.thaipbs.or.th/news/content/344865

The Matter. (12 กันยายน 2567). ‘ระบบเตือนภัย’ ไปถึงไหนแล้ว? น้ำท่วม ไฟไหม้ กราดยิง เมื่อชีวิตคนไทยยังไม่ปลอดภัยสักที. เข้าถึงได้จาก thematter: https://thematter.co/brief/231302/231302

BBC. (2 ตุลาคม 2567). ไร้ safety culture-ผู้ขับขี่ความรู้น้อย-ผู้คุมกฎทุจริต ส่องสาเหตุเบื้องหลังทำไทยติด TOP 10 คนตายบนถนนเยอะสุดในโลก. เข้าถึงได้จาก bbc: https://www.bbc.com/thai/articles/c3wp5ge9dnzo

ฐานเศรษฐกิจ. (3 ตุลาคม 2567). เปิดสถิติ “รถบัสไฟไหม้” พบ 1 ปี 4 เดือน เกิดแล้ว 4 ครั้ง. เข้าถึงได้จาก thansettakij: https://www.thansettakij.com/news/general-news/608348

สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. (20 มกราคม 2565). จดหมายเหตุกรณีกราดยิง ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จังหวัดนครราชสีมา. เข้าถึงได้จาก nat: https://www.nat.go.th/%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B9%8C/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94/ArticleId/945/terminal21

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
0
Love รักเลย
0
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:Articles

Articles

ข่าวจริงแล้วไง จะเอาอะไรอีกจ๊ะ

เรื่อง: ว่าแล้วคุณต้องอ่าน ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ ช่วงสัปดาห์ก่อน ระหว่างไถฟีดโซเชียลฯ ผมบังเอิญได้อ่านข่าวของเหตุการณ์เดียวกันสองชิ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่พาดหัวกลับฉายภาพเบื้องต้นของเหตุการณ์ต่างกัน ชิ้นแรกมีพาดหัวที่บอกว่าศาลอุทธรณ์ยังไม่ตัดสินคดีปลาหมอคางดำและคาดว่าต้องใช้เวลาพิสูจน์อีกนาน ส่วนชิ้นที่สองมีพาดหัวที่บอกว่าศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น รับฟ้องเป็นคดีแบบกลุ่ม ผมเปิดเข้าไปอ่านทั้งคู่ แล้วพบว่าข้อเท็จจริงในข่าวก็ไม่ได้ขัดกัน ทั้งสองชิ้นรายงานว่าศาลอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม ...

Articles

‘เจอร์ซีย์’ จากเสื้อกีฬา สู่แฟชั่นมหาลัย

เขียน วรนิษฐ์ ภัคคะศรีโรจน์กราฟิก กัลย์สุดา ทองดี เมื่อไม่กี่วันก่อน ขณะที่กำลังนอนไถฟีดอย่างสบายใจ กลับมีโพสต์หนึ่งเด้งขึ้นมา เป็นโพสต์การขายเสื้อที่มาพร้อมความวาบหวิวกระแทกตา (รูปผู้ชายถอดเสื้อ) มากกว่าจะโชว์คอลเล็กชันเสื้อใหม่ ด้วยความแปลกใจ เลยเลื่อนดูตั้งแต่ต้นจนจบ ก็พอจะรู้ได้ว่า อ๋อ ...

Articles

สภาวะของกรงขัง เรือนจำ และการป้องกันโลกภายนอก

เรื่อง: .JPEG ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้เดินทางไปยังศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าแห่งหนึ่ง พร้อมๆ กับได้ขบคิดประเด็นสำคัญว่า สัตว์ป่าเหล่านี้ต้องอยู่ในกรงขังไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัย เนื่องมาจากว่าสัตว์จำนวนมากได้รับการช่วยเหลือมาจากขบวนการลักลอบขนสัตว์ป่า และไม่สามารถปล่อยตัวไปสู่ป่าใดๆ ในประเทศไทยได้ จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่การไม่สามารถปล่อยตัวคืนสู่ป่าใดในประเทศไทยได้ เป็นไปเนื่องจากสัตว์ป่าเหล่านี้ ...

Articles

เมื่อคนไทยมียิ้มในคดีโกงสว.

เรื่อง: หนุ่ม คลองหลวง สมมติว่า นี่คือข้อสอบวิชา ‘ทักษะชีวิตสำหรับพลเมืองไทย’ ขอให้พลเมืองไทย ตอบคำถามต่อไปนี้ (เต็ม 229 คะแนน) ท่ามกลางความรู้สึกวิตกกังวล เครียด ชอกช้ำ อยากย้ายประเทศหนี ...

Articles

เมืองมายา: เมื่อความเท่าเทียม (ทางเพศ) อาจเป็นเพียงภาพลวงในสังคมไทย

เรื่อง: ไม้แดง  รังสิต ภาพ: วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ จ่ายเบี้ยประกันสังคม งบประมาณโคตรจะงง ขอให้ยกมือขึ้น อยากมีรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ยังไปไม่ถึงไหน เลยยกมือขึ้น (ไม่เอาอำนาจสว. อยากเลือก สสร.) ...

Articles

ส่องสังคมอุดมอารมณ์ เราเรียนรู้อะไรเมื่อความสูญเสียกลายเป็นวัตถุดิบของข่าว ในยุคที่อะไรก็เป็นคอนเทนต์ได้ทั้งนั้น

เรื่อง: Mother Mad Grey ในโลกดิจิทัล สิ่งที่เรียกว่าข้อมูลกลายเป็นสิ่งที่หาได้ทั่วไปในวันที่ดาต้าล้นจอ จนหาต้นไม่เจอ หาปลายไม่เห็น เมื่อเกิดเหตุการณ์ใหญ่ ข้อมูลแบบแปะๆ ไล่เรียงเหตุการณ์หลั่งไหลเข้าสู่หน้าฟีดอย่างพร่ำเพรื่อ โดยเฉพาะข้อมูลที่เล่าเรื่องการเกิดขึ้นของเหตุการณ์แบบ ใคร ทำอะไร ที่ไหน ...

0 %