ArticlesSociety

โลกกำลังจะแตก เรายังควรแย่งวัฒนธรรมกันอยู่ไหม?

เรื่อง : ปิยะพร สาวิสิทธิ์

ภาพประกอบ : ชวิน ชองกูเลีย

ชัยชนะของพรรคฝ่ายขวาในหลายประเทศทำให้เห็นการกลับมาของแนวคิดแบบอนุรักษ์นิยมที่เริ่มมีมากขึ้นในปัจจุบัน ด้านประเทศไทยเองถึงแม้กลุ่มที่นิยามตนเองว่า ‘หัวก้าวหน้า (Progressive)’ ซึ่งเป็นแนวคิดการเมืองแบบฝั่งซ้ายจะเริ่มมีพื้นที่และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ทว่าหากพิจารณาตามจุดประสงค์ของการเกิดกลุ่มแนวคิดนี้ ก็อาจยังไม่พ้นเรื่องเศรษฐกิจและความต้องการต่อต้านรัฐบาลชุดปัจจุบัน เพราะหากประเทศไทยเต็มไปด้วยกลุ่มคนหัวก้าวหน้าจริงเราคงไม่ได้เห็นคนในสื่อสังคมออนไลน์ตบตีแย่งชิงวัฒนธรรมกับประเทศเพื่อนบ้าน

“รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย 

จะเกิดภาคไหนก็ไทยด้วยกัน 

เชื้อสายประเพณีไม่มีกัดกั้น 

เกิดใต้ธงไทยนั้นปวงชนทุกคนคือไทย

เรามักโตมากับการปลูกฝังให้รักชาติ รักความเป็นไทย ภูมิใจกับวัฒนธรรมอันงดงามของเรา ทว่าเมื่อกลับมาตั้งคำถามกับนิยามของคำว่า ‘ไทย’  มันกลับไม่มีคำตอบที่แน่ชัดให้กับคำถามนี้เลย หากบรรพบุรุษเราเป็นคนจีน คนลาวหรือคนกัมพูชา เราคือคนไทยไหม? แล้ววัฒนธรรมไทยคืออะไรกันแน่?

หลายคนอาจเคยพบเห็นหนังสือปกสีขาวแดงเล่มหนาสุดโด่งดังอย่าง ‘Sapiens: A Brief History of Humankind’ ที่กล่าวว่าสิ่งที่ทำให้เผ่าพันธุ์โฮโมเซเปียนส์อย่างเราๆ อยู่มาได้จนถึงปัจจุบันนั้นก็เพราะว่าเรามี ‘จินตนาการ’ กล่าวคือเราคิดค้นสิ่งที่เป็นนามธรรมต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นศีลธรรม ศาสนา บาป บุญ กฎหมาย รวมไปถึง ‘รัฐชาติ’ และ ‘เส้นเขตแดน’ 

เนื่องจากคำว่าชาติและเขตแดนเกิดขึ้นภายหลังการรวมตัวกันเป็นสังคมของมนุษย์ โดยหนังสือเรื่อง ‘เขตแดนสยามประเทศไทย-มาเลเซีย-พม่า-ลาว-กัมพูชา’ จัดพิมพ์โดย มูลนิธิตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ ในปี 2554 กล่าวไว้ว่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยุคก่อนนจะมีการกำหนดและการปักปันหลักเขตแดนที่แน่นอนตายตัว ก็รับรู้แต่เพียงว่าอำนาจศูนย์กลางของอาณาจักรนั้นๆ ครอบคลุมไปถึงอาณาบริเวณใดบ้าง นอกจากนี้ในหนังสือยังระบุอีกว่า อิทธิพลตะวันตกเริ่มเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยมีจุดประสงค์คือการแสวงหาทรัพยากร ทำให้ผู้ปกครองในยุคนั้นๆ จึงจำเป็นต้องกำหนดเขตแดนและอำนาจเหนือทรัพยากรในแต่ละพื้นที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางการค้า

ทั้งนี้บางครั้งการคิดค้นสิ่งที่เป็นนามธรรมเหล่านี้ก็เป็นเหมือนดาบสองคม เพราะถึงแม้การคิดค้นคำว่าชาติจะช่วยสร้างความเป็นปึกแผ่น ความร่วมมือกันของกลุ่มคน เพื่อป้องกันการครอบงำและการแสวงหาผลประโยชน์จากอำนาจภายนอก ทว่าในขณะเดียวกันคำว่าชาติก็สร้าง ‘ความเป็นอื่น’ ให้คนหลายกลุ่ม อย่างที่เห็นได้ชัดคือกรณีการแย่งชิงวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาไม่ว่าจะเป็นเรื่องโขน มวย หรือกรณีล่าสุดอย่างชุดประจำชาติในการประกวด Miss Universe 2024 โดยอยากให้ลองนึกตามกันเล่นๆ ว่าถ้าเราไม่รู้จักคำว่าไทยและกัมพูชาหรือถ้าจิตใต้สำนึกไม่บอกว่าเราเป็นคนชาติไหน หลายคนก็คงจะเป็นแค่คนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้เหมือนกัน มีวัฒนธรรมเหมือนกัน และเป็นมนุษย์เหมือนกัน จนชวนสงสัยว่าในเมื่อทั้งสองประเทศก็มีหลายๆ อย่างเหมือนกัน แล้วเราจะแย่งกันไปทำไมในเมื่อวัฒนธรรมพวกนี้ก็เป็นของทุกคนที่อยู่ในภูมิภาคนี้

หากพิจารณาจากหนังสือ ‘ชุมชนในจินตนาการ (Imagined Community)’ ของเบเนดิกต์ แอนเดอร์สัน (Benedict Anderson) ที่กล่าวว่าสภาพสังคมในแต่ละยุคสมัยก่อให้เกิดเป็นรัฐชาติ จึงเห็นได้ว่าการสร้างรัฐชาติและเขตแดนนั้นมีจุดประสงค์คือสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของผู้คน รักษาทรัพยากร และป้องกันการครอบงำจากอำนาจภายนอก ซึ่งหากอยู่ในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 15 ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 20 ก็เป็นสิ่งที่ประเทศเล็กๆ หลายประเทศควรทำเพื่อป้องกันการตกเป็นอาณานิคมของตะวันตก 

ทว่าในปัจจุบันซึ่งเป็นคริสต์ศตวรรษที่ 21 ดูจะมีปัญหาที่ไม่ใช่แค่การรุกรานจากต่างชาติเหมือนยุคต้นรัตนโกสินทร์ อย่างปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่หลายประเทศกำลังเผชิญ อีกทั้งปัญหาเหล่านี้ยังส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของมนุษย์โดยตรงและดูไม่มีทีท่าว่าจะได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร จนเป็นเหตุให้เกิดการตั้งคำถามว่า 

“ในขณะที่โลกกำลังจะแตกนั้น การสร้างสำนึกความเป็นชาติยังจำเป็นอยู่ไหม?”

บรรณานุกรม

  • Harari, Yuval Noah. (2015). Sapiens : a Brief History of Humankind . New York:  Harper Perennial.
  • Anderson, B. (2016). Imagined communities. Verso Books.
  • อรอนงค์ ทิพย์พิมล, ธนศักดิ์ สายจำปา, ดุลยภาพ ปรีชารัชช, สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี, อัครพงษ์ ค่ำคูณ(2554). เขตแดนสยามประเทศไทย-มาเลเซีย-พม่า-ลาว-กัมพูชา. กรุงเทพฯ: มูลนิธิตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์.

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
0
Love รักเลย
0
Haha ตลก
0
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:Articles

Articles

อำนาจที่ 4 และรัฐธรรมนูญที่ถูกแช่แข็ง

เรื่อง: ธนินี นววงศ์วิวัฒน์ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ผลการออกเสียงประชามติอย่างเป็นทางการ ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 4 มีนาคม ระบุว่า มีประชาชนถึง 21,621,638 ...

Articles

“สงกรานต์” แสนแพง: เมื่อรัฐเอื้อทุนพลังงาน แก้วิกฤตด้วยการสงเคราะห์

เรื่อง: ธาวิน กิตติพงศ์พิทยา ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา “สงกรานต์” ควรเป็นช่วงเวลาที่คนบ้านไกลได้กลับบ้านไปใช้เวลากับครอบครัวอันเป็นที่รัก ทว่าปีนี้กลับเป็นปีที่หลายคนคิดหนัก คนที่เคยกลับก็ชั่งใจ ส่วนคนที่มีสถานะทางการเงินไม่เอื้ออำนวยยิ่งชั่งใจกว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ทุนในการเดินทางและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ...

Articles

เปลี่ยนจาก ‘สาดน้ำ’ เป็น ‘อ้อมกอด’: คืนความเรียบง่ายให้สงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

เรื่อง: ณัฏฐณิชา มาลีวรรณ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา สงกรานต์ปีนี้ คิดยังไงก็คงไม่สนุกสุดเหวี่ยงแบบตัวเปียกทุกพื้นที่ที่น้ำเข้าถึง ถ้าเป็นในกรุงเทพฯ หรืออำเภอใหญ่ ๆ ในต่างจังหวัดที่มีการจัดงานคงไม่เห็นความแตกต่างจากทุกปีมากนัก แต่พอไม่ใช่เมืองใหญ่ การเล่นน้ำสงกรานต์อาจจะเหลือแค่การรอสาดน้ำประแป้งคนที่ผ่านไปผ่านมาหน้าบ้านตัวเองแบบเหงา ๆ ...

Articles

ก้าวหน้า: 90 วันกับบทเรียนของนักวิ่งมือใหม่

เรื่อง: ธนินี นววงศ์วิวัฒน์ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ในระยะที่ผ่านมา การรักสุขภาพดูจะเป็นกระแสที่เด่นชัดและต่อเนื่องยาวนานจนรู้สึกได้ อาจเป็นเพราะการรักสุขภาพในยุคนี้มีอะไรมากกว่าการออกกำลังกาย แต่มันคือ ‘การโชว์ไลฟ์สไตล์’ นอกจากจะเข้ายิมไปยกเหล็กหรือวิ่งบนลู่แล้ว  การแต่งชุดออกกำลังให้เข้ากันเพื่อไปคลาสพิลาทิส หาที่ปีนผาในห้างถ่ายคอนเทนต์เก๋ ๆ ...

Articles

ในวันที่ระเบียบโลกสั่นคลอน ระเบียบไทยกลับเข้าสู่จุดเดิม

เรื่อง: ธนินี นววงศ์วิวัฒน์ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ในห้วงเวลาที่ระเบียบโลกกำลังเผชิญกับภาวะสั่นคลอนอย่างรุนแรงจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนขั้วอำนาจเศรษฐกิจ ประเทศไทย — จากชัยชนะการเลือกตั้งของภูมิใจไทย — กลับแสดงปรากฏการณ์ที่ดูเหมือนจะเลือกเส้นทางที่ย้อนกลับไปสู่ ‘จุดเดิม’ อีกครั้ง ชัยชนะของภูมิใจไทยที่ได้ที่นั่งในสภาถึง ...

Articles

อีกกี่ชีวิตของปุถุชน ที่ต้องร่วงหล่นไปจากภัยสงคราม

เรื่อง: พีรวิชญ์ สุลักษณานนท์ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ‘เกิดสงครามพันครั้ง เด็กก็ยังสวยงาม เป็นเพียงแค่สงคราม ความเดียงสาเท่าเดิม’ คำร้องอมตะนิรันดร์กาลจากเพลง ‘กล้วยไข่’ (2529) ของวงเฉลียง วาบเข้ามาในห้วงคำนึงของผู้เขียน เมื่อได้ทราบข่าวว่าสงครามพรากเอาชีวิตเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาไปอีกครั้งหนึ่ง ...

0 %