SocietyWritings

“ไม่มีใครเก่งเท่าเธอแล้ว” ว่าด้วยนิยามผู้หญิงเก่งในสายตาของแต่ละคน Part 1

เรื่องและภาพ : วรพร รุ่งวัฒนโสภณ, ปิยะพร สาวิสิทธิ์, สิทธิเดช สายพัทลุง และ อารีย์วรรณ อมรเดชเทวินทร์

 วลี ‘ไม่มีใครเก่งเท่าแม่มึงแล้ว’ ชวนให้กองบรรณาธิการของเราตั้งคำถามว่า เราสามารถนิยาม ‘ผู้หญิงเก่ง’ ได้จริงหรือ ในเมื่อคำว่า ‘เก่ง’ ของแต่ละคนตีความได้หลากหลาย นั่นแสดงว่าผู้หญิงเก่งจึงมีนิยามที่ไม่ตายตัว

เนื่องด้วยเดือนแห่งสตรีนี้ กองบรรณาธิการของเราจึงอยากชวนผู้อ่านมาสำรวจนิยามของผู้หญิงเก่งจากคนต่างเพศ หลากวัย หลายอาชีพ เพื่อค้นหาคำตอบว่าใครคือผู้หญิงเก่งในแบบของพวกเขา และเหตุใดจึงคิดเช่นนั้น

‘แพง’ อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

‘แพง’ ไม่ได้มีนิยามตายตัวว่าผู้หญิงเก่งต้องเป็นแบบไหน เพราะเธอคิดว่าคำว่าเก่งของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากันอยู่แล้ว

“เราคิดว่าผู้หญิงทุกคนเก่งอยู่แล้วที่สามารถใช้ชีวิตและเป็นตัวของตัวเองได้ในแต่ละวัน  คือวันนี้ยังมีชีวิตอยู่ เผชิญโลกจนถึงทุกวันนี้ได้ ทุกคนก็เก่งกันหมดแล้ว”

สิ่งที่ทำให้นักศึกษาแพทย์ปี 3 วัย 21 ปี ที่กำลังเตรียมสอบและยุ่งมากอย่างเธอได้พักผ่อนจากช่วงเวลาที่เคร่งเครียดคือ ‘การดูหนัง’ นั่นทำให้ผู้หญิงเก่งในสายตาของเธอช่วงนี้คือ ‘เอ็มม่า สโตน’ (Emma Stone) นักแสดงหญิงชาวอเมริกัน วัย 35 ปี ที่เพิ่งคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมเป็นครั้งที่ 2 จากเวทีออสการ์ ครั้งที่ 96 ประจำปี 2024 จากภาพยนตร์เรื่อง Poor Things (2024)

แพงติดตามผลงานการแสดงของเอ็มม่าหลายเรื่อง เช่น The Amazing Spider-man (2012), La La Land (2016) และ Cruella (2021) เธอรู้สึกว่าความสามารถในการแสดงของเอ็มม่านั้นยอดเยี่ยมสมกับรางวัลที่ได้รับ โดยเฉพาะ ‘การสื่อสารด้วยสายตา’ ที่มักจะทำให้ผู้ชมรับรู้และเข้าใจความรู้สึกของตัวละครอย่างลึกซึ้ง จนบางทีแพงก็รู้สึกเหมือนตัวเองได้กลายเป็นตัวละครนั้นที่เอ็มม่าแสดง

“การที่จะมองว่าใครเป็นคนเก่ง ถ้าสมมติเราไปสัมผัสเขา เราก็จะรู้สึกว่าเขาเก่งในแบบนี้ มันก็เหมือนกับการดูหนัง เราเลยสัมผัสได้ว่าการแสดงของเขามันดีจังและเราชอบ”

ฉากที่ทำให้แพงมั่นใจว่าเอ็มม่าเป็นนักแสดงหญิงที่เก่ง มาจากเรื่อง La La Land ที่ใช้สายตาสื่อสารถึงความรู้สึกที่ต่างกันระหว่างนางเอกที่ยังรักพระเอกอยู่ และนางเอกที่ไม่ได้รักพระเอกดังเดิมแล้ว และเอ็มม่าก็แสดงความรู้สึกนามธรรมเหล่านั้นออกมาผ่านสายตาได้เป็นอย่างดี

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ เอ็มม่าจึงเป็นหนึ่งในผู้หญิงเก่งสำหรับแพง จนผู้เขียนอดสงสัยไม่ได้ว่าสายตาของ ‘เอ็มม่า’ จะเป็นเช่นไร หากเธอมีโอกาสได้อ่านความรู้สึกของ ‘แพง’ ผู้หญิงคนหนึ่งที่เห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เก่งเพียงใด

‘ทิวเขา’ อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาสเปนและลาตินอเมริกันศึกษา ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ทิวเขาเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ และนิยามตัวเองว่า “กะเทย” อีกทั้งยังเป็นผู้ชื่นที่ชอบการประกวดนางงามเวที Miss Universe เป็นชีวิตจิตใจ 

เขาเล่าว่าแม้ในปัจจุบันจะเห็นข้อถกเถียงกันมากมายเกี่ยวกับเวที Miss Universe แต่ในฐานะแฟนคลับตัวยง เขากลับมองว่าเวทีนี้เป็นสื่อบันเทิงรูปแบบหนึ่ง ที่เล่าเรื่องราวที่น่าประทับใจของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนให้แฟนนางงามได้นำไปพูดคุยกันต่อได้อย่างกว้างขวาง และเป็นพื้นที่ในการเล่าเรื่องของผู้หญิงในฐานะปัจเจก 

นิยามคำว่า “ผู้หญิงเก่ง” ในมุมมองของทิวเขา คือ ผู้หญิงที่ทำตามความฝันและความต้องการของตนเอง โดยเขาได้ยกตัวอย่าง โศภิดา จิระไตรธาร หรือ นิ้ง ผู้ชนะการประกวด Miss Universe Thailand 2018 ให้ฟัง

“นิ้ง โศภิดา เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากในฐานะผู้หญิงที่ทำตามความฝัน เธอกล้าที่จะลาออกจากงานประจำในอาชีพผู้จัดการธนาคาร เพื่อมาทำตามความฝันของตนเองในฐานะนางแบบ เป็นเราคงไม่กล้าทิ้งเงินเดือนเยอะขนาดนั้น (หัวเราะ)”

ทิวเขากล่าว

ทิวเขาบอกด้วยว่า นิ้ง โศภิดาเองพิสูจน์ให้เห็นว่าชีวิตไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงเส้นทางใดเส้นทางหนึ่ง ไม่มีคำว่าสายเกินไปในการทำสิ่งที่ตนเองต้องการ เธอแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าผู้หญิงสามารถตามหาตัวตนและความฝันได้ตลอดเวลาตราบใดที่ยังใฝ่ที่จะฝัน

‘เปรม’ อายุ 43 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัย

“ก็ต้องคนแบบภรรยาผมนี่แหละ”

เปรม พนักงานรักษาความปลอดภัยวัย 43 ปี กล่าวหลังจากถามว่าผู้หญิงเก่งสำหรับเขาคืออะไร ในขณะที่กำลังเล่นกับลูกสาวอายุประมาณ 5 ขวบไปด้วย

เขาเล่าให้ฟังว่ารู้จักกับภรรยามาตั้งแต่สมัยยังเรียนที่บ้านเกิด (จังหวัดชัยภูมิ) แต่ได้มาทำความรู้จักกันอย่างจริงจังหลังจากเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองหลวง

“อยู่แถวบ้านมันไม่มีงานทำขนาดนั้น เลยเลือกมาตรงนี้ดีกว่า อย่างน้อยก็มีงานทำ ตอนแรกก็มาคนเดียวนี่แหละ จนมาเจอเขา (ภรรยา) ที่เข้ามาหางานทำเหมือนกัน”

เปรมเล่าต่อว่าหลังจากรู้จักกับภรรยา ก็ได้เริ่มพัฒนาความสัมพันธ์กันมากยิ่งขึ้น จนตัดสินใจว่าจะเริ่มสร้างครอบครัว เลยเลือกที่จะลาออกจากงานที่ทำอยู่และกลับไปแต่งงานกันที่บ้านเกิด

“ช่วงแรกมันก็อยู่ได้แหละ จากเงินเก็บจากอะไร แต่พอนานเข้า รู้สึกว่าเงินเราไม่พอแล้ว”

หลังจากที่รู้ตัวว่าภรรยาตั้งท้องลูกสาว เปรมก็เริ่มคิดว่าหรือควรที่จะกลับไปทำงานในเมืองอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้เขาเลือกที่จะให้ภรรยาที่กำลังท้องอยู่กับบ้านที่ชัยภูมิ ส่วนเขาจะไปทำงานและส่งเงินไปให้

“ก็ทำงานส่งเงินไปได้ประมาณ 1-2 ปี จู่ๆ ภรรยาก็โทรมาว่ากำลังเข้าเมืองมานะ มารับหน่อย ไอ้เราก็งง เขาแกล้งเราเปล่าวะ (หัวเราะ)”

เขาเล่าว่าภรรยาอยากให้ลูกอยู่กับพ่อก็เลยมาอยู่ในเมืองด้วยกันดีกว่า และภรรยาก็จะช่วยเขาหาเงินไปด้วย

“ผมเลยบอกว่าภรรยาผมเป็นคนที่เก่งมาก เพราะต้องทำทั้งงานพาร์ทไทม์ ไหนจะเลี้ยงลูกอีก แถมมีช่วงนึงที่ต้องทำงานบ้านตลอดเลย ตอนที่ผมถามเขาว่าไม่เหนื่อยเหรอ เขาก็บอกว่าไม่ แต่พอผมแบ่งงานบ้านมาทำบ้าง ผมรู้เลยว่ามันโคตรเหนื่อย”

ปัจจุบันเปรมเลือกที่จะทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ส่วนภรรยาทำงานที่ร้านสะดวกซื้้อ ซึ่งภรรยาเขาจะทำงานในช่วงกะกลางวันจนถึงเย็น ส่วนเปรมจะทำงานตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงเช้ามืด ซึ่งขณะที่สัมภาษณ์ลูกสาวก็ยังอยู่กับคุณเปรม เพราะภรรยายังไม่มารับ (เวลาตอนนั้นประมาณ 6 โมงเย็น)

“ก็สลับกันไป ช่วงกลางวันที่ผมอยู่บ้าน ผมก็จะเป็นคนทำงานบ้าน ส่วนภรรยาก็เลิกงานแล้วมารับลูกกลับไปนอน ก็มีวันหยุดที่จะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าบ้าง แต่ปกติก็สลับกันแบบนี้”

เปรมก็หวังว่าสักวัน พวกเขาจะได้อยู่พร้อมหน้ากันมากขึ้น แล้วไม่ต้องสลับกันทำงานแบบนี้อีก

‘ยอด’ อายุ 75 ข้าราชการเกษียณ

เมื่อลองให้ยอดนึกภาพของผู้หญิงที่เก่งที่สุดในชีวิต คำตอบที่เขาเอ่ยออกมาด้วยความรวดเร็วก็หนีไม่พ้นประโยคเรียบง่ายที่ว่า

“ก็ต้องเป็นคุณแม่ของผมสิ”

ในขณะที่พูดถึงคุณแม่ สายตาของยอดยังคงเต็มไปด้วยความสุขใจราวกับว่าได้ย้อนกลับไปในห้วงอดีตที่ผ่านมา เขาเล่าว่า คุณแม่ของเขาเป็นผู้หญิงที่ตั้งใจเลี้ยงดูครอบครัว สามารถดูแลลูกๆ ได้ในทุกเรื่อง และอบรมสั่งสอนให้เขาเติบโตมาได้อย่างดีที่สุดเท่าที่คนคนหนึ่งจะทำได้ 

ถึงแม้ว่ายอดจะเอ่ยถึงคุณแม่ด้วยความชื่นชมมากเพียงใด เขากลับไม่สามารถบอกเล่าถึงเหตุการณ์หรือเรื่องราวความประทับใจที่เขามีต่อคุณแม่ได้ โดยให้เหตุผลว่า เขามีความประทับใจในตัวคุณแม่อย่างสม่ำเสมอ ไม่มีเหตุการณ์ใดที่โดดเด่นออกมาอย่างแจ่มแจ้งในความทรงจำของเขา เพราะสุดท้ายแล้ว คุณแม่คนนี้ก็เป็นคุณแม่ที่ดีที่สุดสำหรับเขา

ความรู้สึกของคุณหลังอ่านบทความนี้เป็นอย่างไร ?

Like ถูกใจ
2
Love รักเลย
0
Haha ตลก
1
Sad เศร้า
0
Angry โกรธ
0

Comments are closed.

More in:Society

Articles

“สงกรานต์” แสนแพง: เมื่อรัฐเอื้อทุนพลังงาน แก้วิกฤตด้วยการสงเคราะห์

เรื่อง: ธาวิน กิตติพงศ์พิทยา ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา “สงกรานต์” ควรเป็นช่วงเวลาที่คนบ้านไกลได้กลับบ้านไปใช้เวลากับครอบครัวอันเป็นที่รัก ทว่าปีนี้กลับเป็นปีที่หลายคนคิดหนัก คนที่เคยกลับก็ชั่งใจ ส่วนคนที่มีสถานะทางการเงินไม่เอื้ออำนวยยิ่งชั่งใจกว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ทุนในการเดินทางและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ...

Articles

เปลี่ยนจาก ‘สาดน้ำ’ เป็น ‘อ้อมกอด’: คืนความเรียบง่ายให้สงกรานต์ยุคน้ำมันแพง

เรื่อง: ณัฏฐณิชา มาลีวรรณ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา สงกรานต์ปีนี้ คิดยังไงก็คงไม่สนุกสุดเหวี่ยงแบบตัวเปียกทุกพื้นที่ที่น้ำเข้าถึง ถ้าเป็นในกรุงเทพฯ หรืออำเภอใหญ่ ๆ ในต่างจังหวัดที่มีการจัดงานคงไม่เห็นความแตกต่างจากทุกปีมากนัก แต่พอไม่ใช่เมืองใหญ่ การเล่นน้ำสงกรานต์อาจจะเหลือแค่การรอสาดน้ำประแป้งคนที่ผ่านไปผ่านมาหน้าบ้านตัวเองแบบเหงา ๆ ...

Articles

ในวันที่ระเบียบโลกสั่นคลอน ระเบียบไทยกลับเข้าสู่จุดเดิม

เรื่อง: ธนินี นววงศ์วิวัฒน์ ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ในห้วงเวลาที่ระเบียบโลกกำลังเผชิญกับภาวะสั่นคลอนอย่างรุนแรงจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนขั้วอำนาจเศรษฐกิจ ประเทศไทย — จากชัยชนะการเลือกตั้งของภูมิใจไทย — กลับแสดงปรากฏการณ์ที่ดูเหมือนจะเลือกเส้นทางที่ย้อนกลับไปสู่ ‘จุดเดิม’ อีกครั้ง ชัยชนะของภูมิใจไทยที่ได้ที่นั่งในสภาถึง ...

Art & Culture

ตีตั๋วทัวร์งานศพไปกับหนังสือ จากดับสูญสู่นิรันดร์

เรื่อง: รณรต วงษ์ผักเบี้ย ภาพปก: เก็จมณี ทุมมา ‘ตายแล้วไปไหน?’ เป็นคำถามที่มักผุดขึ้นมาในหัว เมื่อผมไปเข้าร่วมงานศพหรือต้องพูดคุยเรื่องความตาย และคำตอบที่ได้คงมีอยู่ไม่กี่แบบ ขึ้นสวรรค์หรือตกนรก เป็นวิญญาณเร่ร่อนล่องลอยไปมา หรือไม่ไปไหนเลย สูญมลายไปในความว่างเปล่าของความไร้ตัวตน ทว่าเรื่องความตายไม่ได้มีแค่ความเชื่อเรื่องโลกหลังความตาย ...

Society

ประชามติแบบโอมากาเสะ

เรื่อง: พลกฤต นฤพันธาวาทย์ ท่ามกลางบรรยากาศในช่วงก่อนและหลังการยุบสภาที่เต็มไปด้วยความชลมุน วุ่นวาย และโชกเลือด ในที่สุดวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการลงประชามติรัฐธรรมนูญเพื่อ ‘ขอแก้ไข’ รัฐธรรมนูญ 2560 จากเดิมก่อนหน้านี้ที่เราเคยลงประชามติเพื่อ ‘รับ’ ...

Society

รัฐธรรมนูญไทยไม่เคยใช้ “We the People”

เขียน: ธนินี นววงศ์วิวัฒน์ รัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดที่ระบุถึงอำนาจ ผู้ใช้อำนาจ การแบ่งแยกอำนาจ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้อำนาจเหล่านั้น ดังนั้น หากอยากรู้ว่ารัฐ ‘ทำงาน’ อย่างไร เราสามารถอ่านได้จากตัวบทรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าอยากเข้าใจชุดความคิด คุณค่า อุดมการณ์ของประชาชนและสังคมมวลรวมในรัฐใดรัฐหนึ่ง ...

0 %